7 เคล็ดลับประสบความสำเร็จในชีวิต ตามสไตล์คนขี้เกียจ - The Macho
 
7 เคล็ดลับประสบความสำเร็จในชีวิต ตามสไตล์คนขี้เกียจ

คนไทยส่วนใหญ่จะถูกปลูกฝังให้เป็นคนขยันตั้งแต่เด็ก เพราะเชื่อว่าคนขยันเอาการเอางานจะนำมาซึ่งความสำเร็จในชีวิต แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป คนขยันใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป ดังคำกล่าวที่ว่า “คนขยันแต่ไม่ฉลาด สู้คนฉลาดแต่ขี้เกียจไม่ได้” แต่ถ้าคุณเป็นทั้งคนที่ฉลาด และขยันก็ถือว่าเพอร์เฟ็คต์ไปเลย

อย่างไรก็ตาม หากคุณรู้ตัวว่าเป็นคนขี้เกียจ คุณก็สามารถใช้ความฉลาดชดเชยจนประสบความสำเร็จได้ไม่ยากตามวิถีทางของคนขี้เกียจ แล้วขี้เกียจจะมีเคล็ดลับในการประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างไร ใครอยากรู้ วันนี้เรามีเคล็ดลับมาบอก ตามมาหาคำตอบกันเลย

ยอมรับว่าคุณเป็นคนขี้เกียจ

การที่คนขี้เกียจจะพัฒนาตัวเองจนประสบความสำเร็จได้นั้น ก่อนอื่นเลยคุณต้องยอมรับตัวเองก่อนว่าคุณเป็นคนขี้เกียจ ไม่ชอบออกแรงทำงานหนัก ชอบทำงานออกแรงน้อยๆ แต่ได้ผลลัพธ์มากๆ เป็นทวีคูณ เพราะเมื่อคุณรู้จักยอมรับตัวเองได้แล้ว คุณก็จะมีความมั่นใจไม่สะทกสะท้านเวลาที่มีใครมาปรามาสคุณว่าเป็นคนขี้เกียจสันหลังยาว ไม่เอาการเอางาน เพราะคุณรู้ตัวเองดีเสมอว่าคุณกำลังทำอะไร แน่นอนว่าคุณอาจมีแผนการที่ล้ำลึกกว่านั้นในการคิดหาวิธีการที่จะประสบความสำเร็จที่เป็นทางลัดซึ่งไม่จำเป็จต้องออกแรงมาก

เรียนรู้จากคนประสบความสำเร็จ

คนขี้เกียจที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต เขาจะไม่เสียเวลาลองผิดลองถูกบนเส้นทางที่ต้องการจะประสบความสำเร็จ แต่เขาจะเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจากผู้ที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนหน้า ด้วยการเข้าไปคลุกคลี หาความรู้ รับการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากผู้ที่สำเร็จแล้ว จากนั้นก็นำมาปรับใช้ ทำให้เขาสามารถรู้ล่วงหน้าถึงสิ่งที่จำเป็นต้องทำ และสามารถหลบหลีกอุปสรรคที่เข้ามาได้ราวกับล่วงรู้อนาคต

เป็นผู้รับที่ดี

คนขี้เกียจที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะเป็นผู้รับที่ดี อีโก้ต่ำ ทำตัวเหมือนแก้วน้ำที่ว่างเปล่า พร้อมที่จะเปิดรับการเติมเต็มความรู้ และไอเดียสดใหม่อยู่เสมอ เมื่อได้รับแล้วก็จะรู้จักประมวลผล จัดการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้สำหรับการต่อยอดใช้งานในอนาคต

ชอบทางลัด เน้นการต่อยอด

คนขี้เกียจที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายพวกเขามักจะเกลียดคำว่า “เริ่มต้นจากศูนย์” เพราะความสำเร็จที่หวังไว้มันคงจะยาวนาน เสียเวลาจนพวกเขาทนรอไม่ได้ คนขี้เกียจส่วนมากมักจะใจร้อนอยากได้อยากมี อยากประสบความสำเร็จเร็วๆ จึงพร้อมที่จะหาทางลัดเสมอ

ยกตัวอย่างคนขี้เกียจที่ใช้ทางลัดด้วยการต่อยอดสิ่งที่คนอื่นทำมาก่อนหน้าจนประสบความสำเร็จ ก็เช่น โทมัส เอวา เอดิสัน ผู้ผลิตหลอดไฟส่องสว่างเพื่อจัดจำหน่ายในเชิงพานิชย์ได้เจ้าแรกของโลก เอดิสันไม่ได้คิดค้นเทคโนโลยีหลอดไฟ แต่เขาได้นำสิทธิบัตรของนักวิจัยก่อนหน้ามาวิจัยต่อยอดจนประสบความสำเร็จ

หรืออีกตัวอย่างก็คือ มาร์โคนี ชายผู้ซึ่งไม่ได้เป็นเป็นผู้คิดค้นระบบสื่อสารไร้สายได้เป็นคนแรกของโลก แต่เขานำสิทธิบัตรของนิโคล่า เทสล่ามาพัฒนาต่อยอดจนประสบความสำเร็จในการจัดจำหน่ายระบบสื่อสารไร้สายทางไกลในเชิงพานิชย์เป็นเจ้าแรก นี่คือตัวอย่างคนขี้เกียจที่ประสบความสำเร็จจากการต่อยอดที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจน

ก็อปปี้ และพัฒนา

เราสามารถพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้ในระยะเวลาสั้นๆ ด้วยการเคล็ดลับการก็อปปี้ และพัฒนาต่อยอดให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง หากเราอยากเก่งเหมือนใคร ก็จงศึกษาคนๆ นั้นอย่างถ่องแท้ ให้รู้ถึงวิธีคิด แนวทางปฏิบัติตัว จากนั้นก็ลอกเลียนแบบ และปรับปรุงพัฒนาต่อยอดเพื่อให้กลายเป็นบุคลิกลักษณะของตัวเอง

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากๆ ในภาพใหญ่ระดับประเทศก็คือความสำเร็จของประเทศจีน ที่ผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลกในทุกวันนี้ ก็เน้นใช้เคล็ดลับสุดขี้เกียจในข้อนี้เช่นกัน ก่อนหน้านี้เราคงได้ยินชื่อเสียงของจีนว่าพวกเขาพยายามที่จะก็อปปี้ทุกอย่างที่มันเจ๋งๆ บนโลกใบนี้ จนทุกวันนี้จีนพัฒนาต่อยอดจนมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองแล้ว จีนสามารถประสบความสำเร็จเป็นเจ้าเทคโนโลยี และเศรษฐกิจของโลกได้ในเวลาที่สั้นมาก เพราะใช้เคล็ดลับในข้อนี้

สร้างเครื่องทุนแรง ออกแรง

คนขี้เกียจไม่ชอบทำงานหนัก แต่ชอบทำอะไรที่ออกแรงน้อยๆ แต่ได้ผลลัพธ์เป็นทวีคูณ เน้นสร้างระบบให้ระบบทำงาน เน้นการใช้เงินต่อเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อให้เกิดแหล่งที่มาของรายได้แก่ตนเอง สร้างงานให้คนอื่น

หลายคนคงเคยได้ยินนิทานเรื่องคนสร้างท่อมาแล้ว (หากใครไม่เคยได้ยิน ลองคลิกดู ที่นี่) จากนิทานเรื่องนี้คุณจะเห็นได้ว่าคนขยันแต่ไม่ฉลาดยินดีที่จะรับจ้างหาบน้ำไปตลอดชีวิต เพื่อมีรายได้จากการทำงานหนัก แต่คนขี้เกียจแต่ฉลาดไม่ต้องการเช่นนั้น เพราะเขารู้สึกว่ามันเหนื่อยเกินไป จึงรู้จักแบ่งเวลาหลังจากรับจ้างหาบน้ำมาสร้างท่อ เมื่อระบบท่อประปาของคนขี้เกียจสำเร็จ เขาก็จะไม่ต้องรับจ้างหาบน้ำอีกต่อไป ที่เหลือก็แค่รอรับตังค์ค่าน้ำประปาจากมิเตอร์นั่นเอง

จดจ่อกับเรื่องคุณภาพมากกว่าปริมาณ

คนขี้เกียจแต่ฉลาดจะไม่ทำงานที่เน้นปริมาณ แต่จะเน้นที่คุณภาพ สร้างความจดจำที่ดี  เพราะการสร้างสินค้า และบริการให้มีคุณภาพนั้นมันจะกลายเป็นที่เล่าลือบอกกันปากต่อปาก  เราจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหาลูกค้าใหม่ ลูกค้าเก่าจะกลายเป็นลูกค้าประจำที่จะแวะเวียนมาใช้บริการซ้ำแล้วซ้ำอีก คนใหม่ๆ ก็จะทยอยตบเท้ากันเข้ามาตามคำบอกเล่า ประหยัดทั้งแรงกาย แรงใจ และเวลาในการวิ่งหาลูกค้า

และนี่ก็คือ 7 เคล็ดลับที่ให้คนขี้เกียจทั้งหลายสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยากที่เราอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักในครั้งนี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน เพราะการขี้เกียจอย่างคนสำเร็จนั้นที่ไม่ใช่การอู้งานไปวันๆ แต่เป็นการทำงานที่ใช้สมองมากกว่าการออกแรงกาย เมื่อได้ทราบแล้วก็หวังว่าคนขี้เกียจทั้งหลายจะนำเอาเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้กันนะครับ

Sujate Wanchat

What one man calls God, another calls the laws of physics.

วิศวกร นักท่องเที่ยว บล็อกเกอร์ นักเขียนบทความ ชอบติดตามโลกเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำสมัย เรื่องราวการท่องเที่ยวผจญภัย มนุษย์ต่างดาว และสาวๆ เซ็กซี่

บทความที่เกี่ยวข้อง