Exclusive Interview with Puri Hiranprueck X Glenfiddich Where Next Club by The Macho - The Macho
 
Exclusive Interview with Puri Hiranprueck X Glenfiddich Where Next Club by The Macho

Interview questions

1. อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณภูริมีแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนบทบาท จากนักแสดงสู่พิธีกรรายการท่องเที่ยวที่มีความหลงใหลและ passion เกี่ยวกับรถยนต์

จริง ๆ จุดเริ่มต้นมันก็มาจากเรามี passion ในการเดินทางมากกว่า ชอบดำน้ำ ชอบเดินทางท่องเที่ยว แล้วเราก็เริ่มที่จะคิดว่าเราอยากจะถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ เก็บเรื่องราวสวย ๆ ใต้น้ำมาให้คนอื่นได้ดู ก็มีกล้องใต้น้ำ แล้วก็คิดว่า เอ๊ะ เราควรจะ make money จากสิ่งที่เราทำนะ เพราะหลาย ๆ คนก็บอกว่า เอ้ย เราทำได้ดี เราถ่ายสวย เราน่าจะไปทำรายการทีวีที่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะ เราก็เลยได้จุดประกายจากคนรอบข้างด้วย แล้วเราก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมาตลอด 4-5 ปี โดยที่จ่ายเงินอย่างเดียวเนี่ย มันควรจะได้อะไรกลับมาบ้าง ก็เลยเริ่มที่จะไปทำเป็นรายการโทรทัศน์ แล้วก็ทำเป็นรายการท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับการเดินทาง การดำน้ำ แล้วหลังจากนั้นพอเราทำมาสักพักนึง passion ตอนเด็ก ๆ ของเราที่เกี่ยวกับ motor sports มันก็เริ่มกลับเข้ามาในชีวิตครับ เริ่มมีมอเตอร์ไซค์ Big Bike พอเก็บเงินได้ก็เริ่มมีรถที่เป็นรถสปอร์ต เช่น Porche911 อะไรประมาณนี้ที่เราชอบตั้งแต่เด็ก เราก็เอามันมาทำเป็น content ที่เกี่ยวกับการเดินทาง หลังจากนั้นลูกค้าที่เป็น sponsor ที่เกี่ยวกับ motorcycle, adventure ก็เข้ามาเรื่อย ๆ เราก็เลยได้ทำ content ที่เกี่ยวกับ motor sports และ adventure sports มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วมันก็ต่อยอดมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้ครับผม

2. คุณภูริเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นบทบาทการเป็นนักแสดงหรือพิธีกรรายการท่องเที่ยว แต่ระหว่างเส้นทางนี้ คุณภูริมีอุปสรรคอะไรบ้างหรือไม่ และก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นได้อย่างไร ช่วยเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาให้ฟังเล็กน้อย

จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่าทุกคน และในชีวิตของคนเรามันมีอุปสรรคอยู่แล้ว ทุกอาชีพของผมก็มีอุปสรรคเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพนักแสดงก็มีอุปสรรค ว่าสิ่งที่บางทีเราทำออกไป เราคิดคาดหวังว่ามันดี มันน่าจะได้ feedback ที่ดี แต่มันก็ไม่ดี หรือบางทีเราไม่ได้คาดหวังอะไร มันกลับได้ผลตอบรับจากคนดูที่ดี ก็เหมือนกันครับ รายการโทรทัศน์เราทำมาก็มีอุปสรรค เรื่องของการเช่าเวลา เรื่องของ connection เรื่องของ sponsor มันมีช่วงขึ้น แล้วก็ช่วงลง มันมีแบบนี้อยู่ตลอดเวลา จริง ๆ แล้วสิ่งที่มันทำให้เราผ่านมาจนถึงวันนี้ได้เนี่ยมันคือเรื่องของความอดทนเป็นหลัก และเราต้องมีความหวังอยู่ตลอดเวลากับสิ่งที่เราทำว่ามันจะต้องได้ดีสักวันนึงแหละ วันนี้มันอาจจะไม่ดีแต่เราก็ต้องทำมันไปเรื่อย ๆ แล้วก็อะไรที่มันไม่ดีที่ผ่านมาเราก็พยายามปรับเปลี่ยนเพื่อจะให้วันพรุ่งนี้มันดีกว่าเดิมนะครับ ก็อย่างที่เคยบอกไว้ว่าถ้าเราล้ม เราลุกให้มากกว่าล้มเพียงแค่ 1 ครั้ง ไม่ว่าเราจะล้มกี่ครั้ง ลุกให้มากกว่าล้มเพียงแค่ 1 ครั้งเนี่ย เราก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ ผมก็ใช้แนวคิดนี้มาตลอดนะครับ เพราะเราก็คิดว่ามันมีขึ้นมันก็มีลง ชีวิตมันก็เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ว่าเราต้องไม่ท้อ คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้เนี่ย เวลาที่เขาท้อ เขาก็จะลุกมาสู้ เราก็พยายามที่จะทำแบบนั้น มันอาจจะมึน ๆ หน่อยเวลาที่เราล้ม เราอาจจะต้องตั้งสตินิดนึง แล้วเราก็หาทางออกให้กับธุรกิจของเรา หรือหาทางออกให้กับชีวิตเรา เราต้องสู้ต่อไป อันนี้ก็อยากให้กำลังใจกับทุกคนด้วย เพราะว่าจริง ๆ หลาย ๆ คนที่เจอวิกฤติก็จะท้อแท้และหมดกำลังใจหรือสิ้นหวัง แต่ทุกวิกฤติมันมีโอกาสอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าเราต้องหามันให้เจอ เราต้องมีอีก 1 วิ ก็คือวิสัยทัศน์ที่มองให้ขาดว่าในวิกฤตินี้มันมีทางออกอยู่ตรงไหน แล้วมันมีโอกาสของเราอยู่ตรงไหน ก็รีบไขว่คว้ามันให้ทันทุกครั้งที่มีวิกฤติ พราะวิกฤติและอุปสรรคระหว่างทางเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยที่กระตุ้นให้เราคิดหาทางออกลองดูกับมันสักตั้ง เพื่อให้เราผ่านมันไปได้ เรียนรู้จากมัน พร้อมกับการมี passion ที่ผลักดันให้เราก้าวต่อไปและเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนทำได้และก้าวไปข้างหน้าในทุกวันด้วยกันนะครับ

3. บทบาทหน้าที่ของคุณภูริในปัจจุบันคืออะไร มีแผนในอนาคตที่วางไว้แต่ยังไม่มีใครรู้หรือเปล่า ช่วยเล่าให้ฟังเล็กน้อย

จริง ๆ บทบาทของผมหลัก ๆ ในปัจจุบันนี้ก็มีบทบาทในการเป็นหัวหน้าครอบครัว ก็เป็นทั้งคุณพ่อของครอบครัวจัวเอง แล้วก็เป็นลูกที่ดูแลครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ แล้ววันนี้ผมก็เป็นเสาหลักของครอบครัวแหละ ฉะนั้นแผนในอนาคตที่วางเอาไว้ ผมก็อยากสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวของผม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของผมเอง แล้วก็ให้คุณพ่อคุณแม่ในช่วงเวลาที่เขาเกษียรแล้วเนี่ยได้อยู่อย่างสุขสบายนะครับ ก็ต้องวางแผนในเรื่องของธุรกิจ ทั้งเรื่องของการเงินและการบริหารเวลาที่ต้องให้กับทุก ๆ คนในครอบครัว รวมถึงการทำงาน และ passion ของตัวเอง อันนี้เราต้องบริหารจัดการให้ดี ไม่งั้นเราก็จะมีแต่เรื่องของงาน ๆ ๆ อย่างเดียวในชีวิต มันก็ต้องบริหารในเรื่องของเวลาเพื่อจะให้ความสุขกับคนในครอบครัว และตัวเราเองด้วย ตรงนี้ผมว่าเป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ แผนในอนาคตที่วางไว้ก็คือ เราต้องตอบคำถามตัวเองที่สำคัญให้ได้ก่อนว่าเราต้องการอะไรกับชีวิตของเราในอนาคต ถ้าเราตอบคำถามอันนี้ได้แล้ว และเรารู้ว่าเราต้องการอะไรในอนาคตแล้วเนี่ย เราก็ต้องตอบอีก 1 คำถามว่าเราทุ่มเทกับมันได้มากน้อยแค่ไหน แล้วเราบริหารจัดการเวลาในการทุ่มเทเพื่อความฝันของเราในอนาคตมากน้อยแค่ไหน เราบริหารมันได้ดีรึเปล่า และเราบริหารความสุขในชีวิตของเราได้ balance กับสิ่งที่เรากำลังทุ่มเทอยู่รึเปล่า บางทีเราไปทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อฝันในอนาคตของเราที่มันยิ่งใหญ่มาก ๆ จนอาจทำให้คนรอบข้างของเราเสียใจ หรือขาดในสิ่งที่เราต้องให้เขาไปในช่วงเวลานี้ เช่น เด็ก ๆ กำลังจะโต ครอบครัวกำลังจะโต เราก็ต้องให้เวลากับครอบครัวเราด้วย หรือคุณพ่อคุณแม่ที่แก่ลงเรื่อย ๆ เราก็ต้องแบ่งเวลาไปให้กับคุณพ่อคุณแม่บ้าง แล้วก็อีก 1 อย่างก็คือว่า ถ้าเราฝันใหญ่มากเลยแต่เรามัวแต่ให้เวลากับสิ่งที่เราอยากทำ หรือให้เวลากับครอบครัวเยอะจนเกินไป หรือให้เวลากับอะไรที่มันไร้สาระจนเกินไป แต่เราฝันใหญ่ แต่เราทำนิดเดียว ไม่ได้ทุ่มเทกับสิ่งที่เราตั้งใจฝันไว้ มันก็ไม่มีวันไปถึงฝันนั้นได้ ฉะนั้นตอนนี้ถ้าถามว่าแผนในอนาคตของผมคืออะไร ที่ผ่านมาผมอาจจะบริหารจัดการสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตอนนี้ผมก็จะต้องมาบริหารจัดการในเรื่องของการไปถึงเป้าหมายในชีวิตของผมให้ได้ แล้วก็บริหารเวลาเพื่อครอบครัว แล้วก็งาน แล้วก็เรื่องส่วนตัว ให้มัน balance กันให้ได้

4. คุณภูริคิดว่า Passion ที่มีอยู่ตอนนี้ ในอนาคตมันจะเปลี่ยนไปหรือไม่ ตอนนี้มี Passion หรือความสนใจใหม่ ๆ บ้างไหม ถ้ามี ช่วยเล่าให้ฟังเล็กน้อย

จริง ๆ ผมว่า passion ในชีวิตของคนเราเนี่ยมันสะท้อนมาจากความเป็นตัวตนของเรา มันอาจจะเปลี่ยนยากแหละ ผมคงยังชอบ classic cars คงยังชอบ motorbike คงยังชอบการเดินทาง คงยังชอบ adventure คงยังชอบชีวิต outdoor อยู่ไปเรื่อย ๆ จนผมแก่แหละครับเพราะผมชอบแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ยังไงความเป็นตัวตนของเราตรงนี้มันคงยังอยู่ครับ แต่สิ่งที่มันอาจจะเปลี่ยนไป อาจจะเป็นรูปแบบและวิธีคิดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเดินทางที่มันจะมาในรูปแบบใหม่ นวัตกรรมใหม่ ๆ ผมว่ามันคงมีมาเรื่อย ๆ ให้เราได้สนุกกับมันนะครับ แต่ถามว่า passion ที่เกี่ยวกับการเดินทาง ที่เกี่ยวกับ motor sports เนี่ยมันคงไม่หายไปไหนหรอก มันคงจะอยู่กับผมไปชั่วชีวิตแหละ จนกว่าผมไม่มีแรงที่จะเดินทาง หรือไม่มีแรงใช้รถยนต์หรือขี่มอเตอร์ไซค์ที่ผมสะสมเอาไว้ แต่ตอนนี้ก็คงจะเหมือนเดิม แต่สิ่งที่อาจจะเปลี่ยนไปคงเป็นสภาพแวดล้อมในโลกนี้ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ มันก็อาจจะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตเราได้ในอนาคต แต่เรื่องของ passion เนี่ย ผมว่าคนเราถ้ามี passion และมีสิ่งที่ตัวเองชอบ มันน่าจะเปลี่ยนยาก และที่สำคัญสำหรับผมในการเกี่ยวกับ passion ไว้กับตัวคือการกระตุ้นตัวเองให้ทำตามความรู้สึกและ passion ที่มีอยู่เสมอ เพื่อที่ว่าวันหนึ่งเราอาจค้นพบวิธีใหม่ ๆ ใน passion เดิม ๆ นี้ และพัฒนาต่อยอดไปอีกระดับก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้นอย่าหยุดที่จะค้นหาและพัฒนาตัวเองกันนะครับ 

5. คุณภูริคิดว่าตัวเองมี Passion ที่สอดคล้องกับหัวใจของแคมเปญ Where Next Club ของ Glenfiddich ที่อยากให้ผู้คนท้าทายตัวเอง และผลักดันการเรียนรู้เพื่อเติบโตไปพร้อมกันอย่างไร และสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจแบบนี้ให้กับคนที่มี passion เหมือนคุณภูริได้อย่างไรบ้าง

ผมดีใจที่ได้มาเป็นหนึ่งในตัวแทนที่มาจัด masterclass กับ Glenfiddich ครั้งนี้ และได้มาแนะนำให้กับหลายๆ คน มาสร้างแรงบันดาลใจเรียกแบบนี้ดีกว่า เพราะว่าแคมเปญนี้ของ Glenfiddich เหมือนเป็นการสะท้อนคุณค่าต่าง ๆ ที่ผมอยากแบ่งปันให้คนอื่นได้รู้ โดยเฉพาะคนที่อยากสร้างความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับตัวเอง เพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และเติบโตไปด้วยกัน ผมว่ามันดีมาก ๆ เลยครับ ที่เซอรไพรส์คือ ชีวิตของผมก็สอดคล้องกับแคมเปญนี้เป็นอย่างดี เพราะว่าผมเป็นคนที่ชีวิตช่วงวัยรุ่นจนถึงก่อนที่จะมีครอบครัวเนี่ย ชีวิตผมขับเคลื่อนด้วย passion ล้วน ๆ ครับ คือถ้าไม่มี passion ผมจะไม่ทำเลย ทั้งเล่นละคร ทั้งเดินทาง ทั้งขี่มอเตอร์ไซค์ ผมใช้ชีวิตตาม passion ของผมมาตลอดและผมก็ทุ่มเทกับทุก passion ของผมอย่างเต็มที่ ทุกการกระทำของผมที่มันสอดคล้องกับ passion ของผม ผมทำมันอย่างเต็มที่ ไม่มีกั๊ก ฉะนั้นผลลัพธ์ของมันก็อาจจะสะท้อนกลับมาเป็นชื่อเสียง รายได้ หรือความน่าเชื่อถือ เพราะว่ามันสิ่งที่เราทำลงไปเนี่ย แล้วบางทีการที่ในยุคนี้มันเป็นยุคของโซเซียลมีเดีย แล้วเวลาเราโพส หรือสร้าง content ออกไป มันสะท้อนกลับมาเป็น personal branding ของตัวเรา ฉะนั้นทุกคนที่คิดถึงภูริ หรือว่าที่มองเห็นผม ก็คิดถึงว่า โอ้ ภูรินี่เป็นสุดยอดนัก adventure นักผจญภัย ภูริ โห ขับรถเก่ง ขี่มอเตอร์ไซค์ก็เก่ง ทำทุกอย่างเก่งไปหมด ดังนั้นสิ่งที่ถูกนำเสนอออกไปทั้งหมดมันเป็น personal branding ไปในตัว ฉะนั้นผลลัพธ์ที่กลับมาคือ เมื่อมี sponsor หรือมีคนที่เขาอยากให้เราไปเป็น influencer ในสิ่งที่มันเกี่ยวเนื่องกับที่เราสร้าง personal branding ไว้ มันก็มีผลลัพธ์ที่ดี มันก็สร้างรายได้ให้กับเราได้นะครับ

ฉะนั้น แคมเปญ Where Next Club ของ Glenfiddich อาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับหลาย ๆ คนที่กำลังทำตาม passion ของตัวเองอยู่ ผมอยากจะบอกว่าทำให้เต็มที่ครับ แล้วผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงก็ค่อยว่ากัน แต่วันนี้ที่เรามี passion แล้ว และเราเริ่มทำมันตาม passion ของเราเนี่ย มันก็อาจจะต่อยอดเป็นอาชีพต่อไปได้ สร้างรายได้ให้กับเราได้ หรืออาจะเป็นอาชีพเสริมให้กับเรา ส่วนถ้าใครหลาย ๆ คนเกิดแรงบันดาลใจ นำเรื่องราวของตัวเองไปเล่าสู่กันฟัง เกิดเป็นการกระจายความรู้ในวงกว้างเพื่อให้ใครอีกหลายคนได้เติบโตขึ้น ก็จะยิ่งดีมาก ๆ เลยครับ สำหรับผมเองก็หวังว่าเรื่องราวที่ได้แชร์ไปใน masterclass จะเป็นประโยชน์กับใครหลาย ๆ คน ที่มี passion เช่นเดียวกันกับผมนะครับ

6. ฝากเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่คุณภูริได้รับจากที่ได้บอกเล่าใน Glenfiddich’s Masterclass: Passion in Action ที่เพิ่งจบไปว่าการมี Passion และ ‘Maverick Spirit’ หรือพลังการต่อสู้มีข้อดีอย่างไร ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวโดยเฉพาะการก้าวออกมาทำตามฝันเปลี่ยนสิ่งที่รักให้กลายเป็นอาชีพแบบที่คุณภูริทำ

จริง ๆ แล้วต้องบอกก่อนว่าทุกคนล้วนมีเป้าหมายของตัวเองอยู่แล้ว แต่ต้องคุยกับตัวเองเยอะ ๆ ถามตัวเองว่าจริง ๆ แล้วเราอยากทำอะไรและมีเป้าหมายในชีวิตยังไง สำหรับผมถ้าเรามี passion และพลังการต่อสู่ในการทำตามฝัน ทำตาม passion ทำตามสิ่งที่เราชอบ เราจะมีความสุขกับสิ่งที่เราทำแน่นอน และถ้าเราสามารถ turn มันเป็นอาชีพได้จริง ๆ มันจะทำให้เราทั้งมีความสุขไปด้วยและมีรายได้ไปด้วย ดังนั้นถ้า passion ของเรามันตอบโจทย์ในเรื่องของเป้าหมายในชีวิตของเราแล้ว ทำมันให้เต็มที่ครับ แล้ววันหนึ่งที่เราประสบความสำเร็จเราจะมีความสุข เพราะว่าเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก ทำในสิ่งที่เราชอบ แล้วเราก็สู้เพื่อมันอย่างเต็มที่ อย่าให้อุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มาขวางทางเรา ทำให้เราท้อ หมดไฟ หรือผิดหวังนะครับ คำว่า ‘ผิดหวัง’ ในโลกนี้มันไม่มีจริงครับ มันมีแต่สิ่งที่เรียกว่ามัน ‘ไม่ได้ดั่งใจเรา’ หรือมันไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวังเอาไว้ ถ้าเรามีความหวัง แล้วเราเจอสิ่งที่มันกระทบแล้วรู้สึกไม่ได้ดั่งใจหรือไม่เป็นอยากที่คิดไว้เนี่ย ถ้าคนที่เขามีพลัง พร้อมที่จะต่อสู้ไป เขาจะมีความหวัง แล้วเขาจะมองข้ามเรื่องนี้ แล้วเขาจะหาวิธีแก้ปัญหา เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เปลี่ยนวิธีการใหม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและผ่านอุปสรรคนั้นไปได้ ฉะนั้นพลังในการต่อสู้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เมื่อเรามี passion แล้ว เราต้องทำมันบ่อย ๆ แล้วเมื่อเราเจออุปสรรค เราต้องอดทนและพร้อมที่จะต่อสู้ และอดทนรอความสำเร็จให้เป็น เราถึงจะประสบความสำเร็จได้

ผมคิดว่าถ้าใครมี passion ก็ควรคว้าโอกาสไว้และพุ่งเข้าหามันอย่างเต็มที่ เหมือนทุกอย่างที่ผมได้พูดไปใน masterclass ของ Glenfiddich ที่ผ่านมา และผมเชื่อว่ากิจกรรมดี ๆ พร้อมการแบ่งปันความรู้ ทักษะ และโอกาสเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและการเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพแบบนี้จะมีให้กับทุกคนเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน ติดตามได้จากไอจี @valleyofthedeer.th ได้เลยครับ  ขอให้วันที่ประสบความสำเร็จ และได้ทำในสิ่งที่ชอบ มาถึงทุกคนในเร็ววันนะครับ

Lollipop

Writer, Project Editor, Photographer

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save