ทำไม? "หมูกระทะจะเยียวยาทุกสิ่ง" - TheMacho
 3.1K
ทำไม? “หมูกระทะจะเยียวยาทุกสิ่ง”

จะสุข เศร้า เหงา อกหัก “หมูกระทะจะเยียวยาทุกสิ่ง” อาจจะดูเป็นคำพูดติดตลกเล็กๆ แต่ทางทฤษฎีแล้วมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก่อนจะไปถึงผลลัพท์ ขอพูดถึงทฤษฎีความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ ตามแนวคิดของมาสโลว์ (Dr. Abraham H. Maslow) นักจิตวิทยาผู้ที่วางรากฐานจิตวิทยาแนวมนุษยนิยมก่อน โดยทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์เป็นลำดับขั้นดังนี้

 

ความตั้งการ 5 ขั้นของมนุษย์ตามทฤษฎีของมาสโลว์

โดยมาสโลว์กล่าวว่าเมื่อมนุษย์สำเร็จความต้องการขั้นใดแล้ว มนุษย์จะมีความต้องการไต่ระดับไปที่ความต้องการขั้นต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งความต้องการพื้นฐานขั้นต่ำสุดที่มนุษย์ทุกคนต้องการ คือ “ปัจจัย4” สิ่งนี้ถูกฝังอยู่ใน DNA ของมนุษย์ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์เลยก็ว่าได้ โดยมนุษย์จะดิ้นรนให้ท้องอิ่มเสมอ ถึงจะเริ่มคิดเรื่องอื่นต่อ

 

อับราฮัม ฮาโรลด์ มาสโลว์ Abraham Harold Maslow ศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยแบรนดิส ผู้คิดค้น ทฤษฎีจิตวิทยามานุษยนิยม และทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์

 

สิ่งนี้เชื่อมโยงกับ “หมูกระทะ” อย่างไร? ลักษณะการกินหมูกะทะในปัจจุบันที่ต่างจากการกินอาหารอื่นๆ คือเป็นแบบบุพเฟ่ต์ กินจนกว่าจะพอใจในราคาเท่าเดิม ดังนั้นการกินหมูกระทะจึงตัดความไม่แน่นอนเรื่องราคาออกไปไม่ว่าจะกินมากขนาดไหน สิ่งนี้ตัดความกังวลใจที่ฝังอยู่ในจิตใจส่วนลึกของมนุษย์เรื่องการต้องหาอาหารให้อิ่มอยู่ตลอดเวลาออกไป ทำให้เกิดสภาวะการจำลองความสำเร็จเรื่องความต้องการขั้นแรกของมาสโลว์ขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง

 

ลักษณะการกินหมูกระทะ ของคนส่วนใหญ่คือเรามักไม่ได้กินคนเดียว แต่จะกินพร้อมกับเพื่อน หรือครอบครัว การล้อมวงเข้ามาแล้วมีอาหารที่ไม่จำกัดอยู่ตรงกลาง ทำให้ทุกคนมีความรู้สึกปลอดภัยว่าเราจะไม่อด พาเราไปสู่ความต้องการขั้นต่อไปคือ “ความมั่นคง” ซึ่งนำไปสู่การพูดคุยระหว่างกัน การแชร์ประสบการณ์ หรือไม่ว่าจะเป็นการปรับทุกข์ ความเข้าอกเข้าใจกันในวงหมูกระทะ ถือว่าบรรลุความต้องการในขั้นถัดไป คือ “การยอมรับ”

“ในวงหมูกระทะให้ความเท่าเทียมกันในหมู่เพื่อน” ชิ้นหมูที่วางอยู่ตรงหน้าก็คือชิ้นเดียวกัน เรากำลังกินสิ่งเดียวกัน ทำให้ เรารู้สึกถึงความเท่าเทียมกันไม่ว่าจะตำแหน่งหน้าที่การงานอะไร ตัดเรื่องชื่อเสียงต่างๆ ออกไป

 

จุดสุดท้ายที่ใครเคยได้สัมผัสการกินหมูกระทะมาแล้วจะเข้าใจได้ดี นั่นคือจุดที่เราอิ่มที่สุดจนยัดอะไรลงไปไม่ไหวแล้ว ต่อให้เพื่อนตักของที่อร่อยที่สุดในร้านที่เราชอบกินมา เราก็จะได้แต่นั่งมองไม่พยายามจะยัดสิ่งนั้นเข้าไปต่อ จุดที่เราบอกตัวเองว่า “พอ” ไม่ต้องการสิ่งไหนแล้วแค่ได้กลับบ้านอาบน้ำนอนก็เป็นความสุขที่สุดของชีวิตแล้ว

นี่คือ Life cycle การไต่ขั้นความต้องการของมนุษย์ทั้ง 5 ขั้น ในช่วงเวลามื้อหมูกระทะ ดังนั้นเมื่อใดที่ ท้อแท้ ก็ให้หมูกระทะได้เยียวยาทุกสิ่ง

 

ประวัติความเป็นมาของหมูกระทะ
– มีตำนานว่าหมูกระทะมีต้นกำเนิดมาจากทหารมองโกล ในช่วงพักศึกกลางสนามรบไม่มีอะไรกิน จึงใช้หมวกทหารมาใช้เป็นที่ย่างเนื้อกิน การออกแบบกระทะเลยออกมาคล้ายหมวกทหารที่โค้งมนตรงกลาง
– หมูกระทะในประเทศไทย เดิมเริ่มต้นมาจาก “เนื้อย่างเกาหลี” ทางภาคอีสานประมาณ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งยังไม่ใช่บุฟเฟ่ต์อย่างทุกวันนี้
– ไม่กี่ปีหลังจากนั้น หมูกระทะ เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการที่จังหวัดเชียงใหม่ ในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ โดยตั้งราคาลงท้ายด้วยเลข 9 ไม่ว่าจะเป็นอิ่มละ 79 ,89 ,99 ,129 บาท
– เหตุที่หมูกระทะได้รับเริ่มรับความนิยมที่เชียงใหม่ เพราะการกินหมูกระทะเป็นกิจกรรมร่วมกันอย่างหนึ่ง คือกินกันไปนั่งคุยกันไประหว่างผิงไฟในอากาศหนาว ซึ่งเชียงใหม่ช่วงนั้นมีอากาศหนาวกว่าจังหวัดในภาคอื่น

 

ที่มา – wikipedia  ,ThaiPBS

W. Charoenchit

Online Marketing | BD @ ThisIsGame Thailand | Admin AV idol Fanpage | Admin รวมดาวสาว Office | Gamer l Toy collector | Food Hunter

บทความที่เกี่ยวข้อง