Casio G-Shock เพิ่มความเป็นมาสเตอร์ยอดนิยมของซีรี่ส์ G ด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่น MUDMASTER และ RANGEMAN - TheMacho
 62
Casio G-Shock เพิ่มความเป็นมาสเตอร์ยอดนิยมของซีรี่ส์ G ด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่น MUDMASTER และ RANGEMAN

CASIO G-SHOCK เพิ่มความยอดเยี่ยมให้กับต้นแบบของ G Series ด้วยความสดใหม่หมดจด พร้อมเปิดตัวโมเดลโฉมใหม่สำหรับ 2 รุ่นล่าสุด ด้วยนาฬิกา “Master of G” ที่ทนทานเป็นพิเศษเหล่านี้ จะกลับมาพร้อมธีมสีดำเงาที่ดูลึกลับ

ทราบกันดีว่านาฬิกา G-SHOCK เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในเรื่องของนาฬิกาที่ทนทานใช้ประโยชน์ได้ และรวมไปถึงการก้าวเข้าสู่วงการแฟชั่น ภายใต้ชื่อ Casio ซึ่งเป็นเจ้าของผู้ผลิตนาฬิกาที่ทนทานมานานกว่าสามทศวรรษ

และตอนนี้ทางแบรนด์ได้เปิดตัวโมเดลตัวล่าสุดที่มาพร้อมความโดดเด่น ได้แก่ Mudmaster และ Rangeman ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมรายละเอียดของ Master of G ซีรี่ส์ของนาฬิกาจับเวลาที่ทนทาน ด้วยคู่หูสุดคลาสสิกของ G-SHOCK อย่างรุ่น GW9400-1B และ GGB100-1B โดยนาฬิกาทั้งสองเรือนนี้ ถูกแนะนำในธีมลึกลับที่ปรับปรุงใหม่ให้เป็นโทนสีดำทั้งหมด

ภายใต้การขนานนามอย่างลงตัวกับ “Rangeman Blackout” และ “Mudmaster Blackout” นาฬิกาทั้งสองเรือนนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พบได้ทั่วไปในนาฬิกา G-SHOCK ที่มีอยู่เดิม เช่น ความต้านทานการกระแทกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์, กันน้ำลึก 200M, นาฬิกาจับเวลา 24 ชั่วโมง 1/100 วินาที, ปฏิทินอัตโนมัติเต็มรูปแบบ, จับเวลา 24 ชั่วโมง, โหมดการเตือนภัยหลายรูปแบบ, ไฟแบ็คไลท์ LED (หรือ EL), โซนเวลาโลก และ เครื่องวัดอุณหภูมิ

GGB100-1B รุ่น MUDMASTER รุ่นล่าสุดยังมีคุณสมบัติ Quad-sensors- เข็มทิศ และกรอบคาร์บอน 3 ชั้นเพื่อความทนทานในเคสน้ำหนักเบา

นอกจากนี้ฝาครอบเรซิ่นชั้นดีเหนือแผงสแตนเลสสตีลด้านหลังยังช่วยป้องกันการรั่วไหลของนาฬิกา รวมถึงตัวกรองที่ช่วยป้องกันการบุกรุกของสิ่งสกปรก การซิงค์เวลาแบบสองทางรวมการเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อจับคู่กับสมาร์ทโฟนผ่านG-SHOCK แอพที่เชื่อมต่อและตัวจับเวลาอะตอมมิกแบนด์ 6 แบบ มัลติแบนด์สำหรับการปรับการแสดงผลชั่วโมง / วันที่ถูกต้องแม่นยำทุกที่ในโลก

RANGEMAN , GW9400-1B มีเซ็นเซอร์เข็มทิศริปเปิล, เครื่องวัดอุณหภูมิ และเทคโนโลยีบารอมิเตอร์ และปุ่มเพื่อป้องกันไม่ให้โคลนสิ่งสกปรก และฝุ่นละอองเข้าไปในนาฬิกา เช่นเดียวกับปุ่มทรงกระบอกเพื่อให้การทำงานที่โดดเด่น และความต้านทานต่อผลกระทบที่ดีขึ้น RANGEMAN ยังมาพร้อมกับการชาร์จแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ข้อมูลพระอาทิตย์ขึ้น / ตก, การบันทึกเวลาด้วยการกดครั้งเดียว, การวัดเวลาที่ผ่านไปด้วยการสัมผัสเพียงครั้งเดียว ทำให้นาฬิกาเรือนนี้สมบูรณ์แบบสำหรับเหล่าเรนเจอร์ทีมกู้ภัย และใครก็ตามที่อาชีพ หรือกิจกรรมที่ต้องการความน่าเชื่อถืออย่างไม่มีที่สิ้นสุด

GGB100-1B จะเปิดขายปลีกในราคา 380$ (ราวๆ 11,500 บาท) และรุ่น GW9400-1B จะเปิดตัวในราคา 330$ (ราว 9,985 บาท) ทั้งสองรุ่นจะวางจำหน่ายในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ร้านค้าปลีกของ G-SHOCK ได้แก่ Macy’s, G-SHOCK Soho Store และ G-SHOCK

ที่มา : www.casio.com/news
VieWolf

Writer, Project Editor, Photographer

บทความที่เกี่ยวข้อง