ถึงเวลาหมูผยองเดช! ดาร์บี้ เค้าท์ตี้กับภารกิจหนีตกชั้น หลังโดนหัก 21 แต้ม - The Macho
 
ถึงเวลาหมูผยองเดช! ดาร์บี้ เค้าท์ตี้กับภารกิจหนีตกชั้น หลังโดนหัก 21 แต้ม

นี่อาจเป็นเรื่องราวสุดเลวร้ายของทีมในลีกแชมป์เปี้ยนชิพอย่างดาร์บี้ เค้าท์ตี้ สถานการณ์ยากลำบากที่ต้องฝ่าฝันไปให้ได้ด้วยความอดทนและการร่วมแรงร่วมใจกันเท่านั้น หลังจากทีมโดนตัดแต้มไปถึง 21 คะแนนรั้งบ๊วยอยู่ในตอนนี้

แม้เรื่องราวจะเลวร้ายเพียงใด หากมีแสงสว่างลอดผ่านรูเล็กมาได้ย่อมหมายถึงความหวังในอิสรภาพที่คาดหวังได้ และหากสาวกเดอะ แลมส์อยู่ใต้แสงสว่างที่ทอลงมายามฤดูกาลนี้จบลง นั่นหมายความว่าแผ่นดินอังกฤษจะมีวีรบุรุษคนใหม่ในฐานะผู้จัดการชื่อ “เวร์น รูนีย์”

หากใครยังไม่ทราบเรื่องราวของดาร์บี้เค้าน์ตี้ที่ถูกตัดแต้ม ฝ่ายจัดการแข่งขันของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ(EFL) ฟ้องร้องเรื่องละเมิดกฎควบคุมการเงิน 2 ประเด็น โดยข้อแรกเกี่ยวกับการที่พวกเขาเคยขายสิทธิ์การตั้งชื่อสนามให้กับ เมล มอร์ริส เจ้าของทีมเมื่อปี 2018 ส่วนข้อสองเกี่ยวข้องกับการที่พวกเขาปลอมแปลงเรื่องมูลค่าของนักเตะตัวเอง ซึ่งทำให้ลดการขาดทุนไปได้รวมแล้วเกิน 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,320 ล้านบาท) ตลอดช่วงระหว่างปี 2015-18 ทำให้ในฤดูกาลนี้พวกเขากลายเป็นทีมล้มละลายด้วยจากการขาดสภาพคล่องทางการเงิน

(Source – performgroup.com)

ซึ่งตามสถานการณ์พวกเขาถูกตัดแต้มตามจากการตัดสินของฝ่ายจัดการแข่งขันอย่างเป็นขั้นเป็นตอนจนจบลงที่โดนตัด 21 แต้ม ถือเป็นบทลงโทษที่สมเหตุสมผลแม้ยังไงก็ยังดูหนักอยู่ แต่ก็ยังดีกว่าปรับตกชั้น และเมื่อสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น สภาพจิตใจภายในทีมย่อมสั่นคลอนเป็นเรื่องธรรมดา การเล่นฟุตบอลสภาพจิตใจนั่นสำคัญมาก เพราะไม่ว่าจะเก่งมาจากที่ไหน หากนักเตะมีบางอย่างกระทบกระเทือนใจ หายนะของทีมเกิดขึ้นแน่นอน ตัวอย่างมีให้เห็นเยอะแยะ ตัวอย่างเช่นในวันที่นักเตะเริ่มหมดใจ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องภายในหรือภายนอกก็ตาม พวกเขามักมีผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานไปไกลมาก

แกะเขาเหล็กยังต้องทำคะแนนเพื่อไล่ตามรองบ๊วยอีกหลายสิบแต้ม แต่น่าแปลกที่เรื่องแบบนั้นไม่เกิดขึ้นกับทีมดาร์บี้เค้าน์ตี้ มีบางอย่างทำให้พวกเขามีไฟในการทำงานหนักขึ้น พวกเขาทำแต้มได้อย่างน่าเหลือเชื่อจากสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ แม้จะเป็นแค่ทีละก้าวเล็กๆ แต่นั่นหมายถึงโอกาสที่จะอยู่บนลีกแชมเปี้ยนชิพต่อไป

(Source – performgroup.com)

ใครเคยดูหนังเรื่อง 300 ที่เกี่ยวกับนักรบชาวสปาตันคงพอเข้าใจ ความหึกเหิมของเหล่าทหารมาจากหัวหน้าที่ดูน่าเกรงขามอย่างลีโอนีดัส ซึ่งเวร์น รูนีย์ก็คงไม่ต่างกับกษัตริย์ที่กำลังกุมบังเหียนไพรด์พาร์คอยู่ในตอนนี้ เขาคือต้นตอของความทุ่มเทของนักเตะในทีม

“ผมสู้อยู่แล้ว ผมเติบโตมาในแหล่งเสื่อมโทรมของลิเวอร์พูล ผมจึงรู้ว่าความลำบากมันเป็นยังไง และตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก”

บทสัมถาษณ์เพียงแค่ตอนเดียวสามารถสื่อได้ทั้งหมดของเวร์น มันเพียงพอที่จะปลุกจิตใจนักเตะให้กลายเป็นยอดนักสู้ได้อีกครั้ง และความหึกเหิมในครั้งนี้ของเหล่าขุนพลแกะเขาเหล็กเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวเองขึ้นอีกเท่าตัวด้วย เพราะหลังจากที่ต้องหล่นไปอันดับสุดท้ายของตาราง แต้มติดลบจนดูไม่มีแววที่จะลืมตาอ้าปากได้ กลับมีแต้มขยับเข้ามาจนพูดได้คำเดียวว่า ปาฏิหาริย์อาจเกิดขึ้นจริง

(Source – persgroep.net)

การตามหลังโซนปลอดภัย 18 แต้มหลังจากการลงเล่นไป 17 นัด นั่นเท่ากับคุณต้องชนะ 6 นัดติดต่อกันถึงจะกลับมายึดโซนปลอดภัยได้สำเร็จ กับทีมที่เพิ่งโดนตัดแต้ม ฟ้องล้มละลาย ความเป็นไปได้ย่อมดูเลือนลาง การแข่งขันในลีกแชมป์เปี้ยนชิพผ่านพ้นไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ดาร์บี้เตะไป 25 นัด ตามหลังโซนปลอดภัย 11 แต้มช่องว่างได้แคบลงไปเรื่อยๆ

ยังเหลือเวลาอีก 21 เกมที่จะชี้ชะตาว่าแกะเขาเหล็กสมควรตกชั้นหรือไม่ ซึ่งหากว่าพวกเขาไม่โดนหักแต้ม คงมีคะแนนอยู่กลางตารางลุ้นเพลย์ออฟได้แบบชิวๆ แต่ก็อาจมองได้ว่าก็เพราะพวกเขาถูกตัดแต้มออกไงความสามัคคีจึงเกิดขึ้น รวมถึงค่าพลังของตัวนักเตะที่ทวีขึ้นตามสถาการณ์ที่ต้องเค้นความสามารถออกมาทั้งหมด ซึ่งบอกได้คำเดียวว่า การที่เวร์น รูนีย์ยืนกรานจะอยู่สู้เพื่อทีมคือกำลังใจสำคัญที่สุดที่ทีมยังคงแข็งแกร่งได้อยู่ในตอนนี้ วีรกรรมของเขาไม่ใช่แค่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทีม แต่ยังถูกส่งถึงคนที่กำลังจะยอมแพ้ให้ลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้งด้วย

(Source – performgroup.com)

เรื่องน่ายกย่องของ เวร์น รูนีย์ อดีตดาวยิงตีนระเบิดของแมนฯ ยูไนเต็ดคือเรื่องของใจล้วนๆ ในอดีตตอนเป็นผู้เล่นเขาคือนักเตะกองหน้าสายบู๊ล้างผลาญ ทะลุทะลวง อารมณ์กับเกมสุดแสนจะมาเต็มจนได้ฉายาสุกรโลกันต์ ยิงประตูมากมายจนเกือบทำสถิติยิงประตูมากที่สุดในสโมสรได้ เพียงแต่เมื่อเซอร์อเล็กเลิกคุมทีมไป เวร์นก็ดูจะไม่ได้อยู่ในโหมดเก่งที่สุดอีกจนกลายเป็นเพียงผู้เล่นอายุมากที่รอวันโดนเตะออกจากทีม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก

แต่เห็นได้ชัดว่าความไม่ยอมแพ้ของเขาส่งผลไปทุกๆที่เขาได้ร่วมอยู่ ในวันที่เขาทราบข่าวการล้มละลายจากการดูสกาย สปอร์ตว่าทีมของเขา(ดาร์บี้ เค้าท์ตี้)โดนสั่งล้มละลาย เขาก็ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา คอยช่วยเหลือคนที่อยู่เคียงข้างทั้งทีมสต๊าฟที่กำลังจะตกงาน และที่ไม่ได้รับค่าจ้าง เขาใช้เงินส่วนตัวของเขาในการช่วยทำให้สต๊าฟได้มีงานทำต่อ รวมถึงค่าเดินทางและค่าโรงแรมในวันที่ต้องออกไปเล่นทีมเยือน เรื่องแบบนี้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับคนรอบข้างได้อย่างชัดเจน

ไม่น่าแปลกใจที่ฟอร์มของทีมร้อนแรงเอามากๆ เอาชนะเวสต์บรอมวิช อัลเบียนทีมลุ้นแชมป์ของลีก และเอาชนะได้ถึง 4 จาก 8 เกมหลังสุดได้และแพ้เพียง 2 เกมเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าทีมพร้อมที่จะต่อสู้บนเส้นทางที่ดูเป็นไปไม่ได้เพียงใด เส้นทางของพวกเขายังต้องเข้มแข็งต่อไปอีก การดิ้นรนหนีออกจากขุมนรกยังต้องใช้ความพยายามอีกมาก แต่หากความเชื่อมั่นยังคงเป็นเสาหลักให้พวกเขาอยู่ ฤดูกาลนี้ไม่ใช่แค่เพียงเวร์น รูนีย์ แต่โลกจะต้องจำดาร์บี้ เค้าท์ตี้ในฐานะทีมหนีนรกโดยมีเวร์น รูนีย์นำทัพ

Meru Meru

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save