ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะทำสิ่งใหม่ๆ หาความท้าทายในชีวิต - TheMacho
 
ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะทำสิ่งใหม่ๆ หาความท้าทายในชีวิต

ทุกคนเมื่อเรียนจบ ก้าวเข้าสู่วัยทำงานก็ต้องออกมาหางานทำเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว แต่ชีวิตการทำงานนั้นช่างต่างจากชีวิตในวัยเรียนเหลือเกิน

ชีวิตการทำงานเป็นสังคมอีกแบบที่เน้นประสิทธิผล เน้นสร้างความสำเร็จ และผลกำไรให้กับองค์กร ดังนั้นสังคมการทำงานจะไม่ค่อยแคร์ว่าคุณเก่งมาจากไหน จบจากสถาบันอะไร แต่เขาจะสนใจที่คุณสามารถทำประโยชน์อะไรให้กับองค์กรได้บ้าง หลายคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อนจึงมองว่าชีวิตการทำงานนั้นโหดร้าย

Comfort Zone คืออะไร ทำไมเกือบทุกคนจึงชอบอยู่ในคอมฟอร์ดโซน

หากจะแปลกันแบบตรงตัวแล้ว Comfort Zone ก็หมายถึง พื้นที่ปลอดภัย หรือ พื้นที่ที่อยู่แล้วสบาย รู้สึกมั่นคง ไม่เดือดร้อน แต่ Comfort Zone ที่เราจะพูดถึงในที่นี้นี้ก็คือคอมฟอร์ดโซนในชีวิตการทำงาน

จากที่ได้เกริ่นมาข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าสังคมและชีวิตการทำงานจริงเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวนั้น ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากสมัยที่เราเป็นนักเรียนนักศึกษา มันเป็นสังคมที่โหดร้าย บ้างคนได้งานที่ชอบที่ถนัด แถมได้เพื่อนร่วมงานที่ดี เจ้านายดี มีสังคมการทำงานที่เอื้อต่อการเติบโตก้าวหน้า ใครที่โชคดีเช่นนี้ย่อมหมายความว่าเขาได้พบ Comfort Zone แล้ว ส่วนบางคนได้งานที่ไม่ถนัด ไม่ตรงสายที่เรียนมาเท่าไหร่ แต่มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี เป็นงานที่มั่นคง รายได้ดี ก็อาจต้องใช้เวลาปรับตัวสักพักถึงจะได้พบกับ Comfort Zone ส่วนใครที่โชคร้าย ได้งานที่ไม่ใช่ เจ้านายก็ไม่ดี สิ่งแวดล้อมในการทำงานก็ไม่เอื้ออำนวย สุดท้ายก็ทนไม่ได้ก็คงต้องออกไปเร่ร่อนออกมาหางานใหม่เพื่อสร้าง Comfort Zone ต่อไป

การสร้าง Comfort Zone ในชีวิตการทำงานอาจต้องใช้เวลาหลายปี

จากที่ได้เกริ่นมา จะเห็นได้ว่าการสร้าง Comfort Zone ในชีวิตการทำงานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย น้อยคนที่จะเจองานที่ใช่ สามารถสร้าง Comfort Zone ได้ตั้งแต่การเริ่มสมัครงานครั้งแรก หลายคนต้องใช้เวลา 1-2 ปีเลยทีเดียวในการปรับตัวให้เข้ากับที่ทำงานใหม่

จากงานวิจัยพบว่า คนจบใหม่ที่ได้งานครั้งแรก หากสามารถใช้เวลา 1-2 ปี ปรับตัวเข้ากับองค์กรได้แล้ว ก็มีแนวโน้มที่จะทำงานที่นั่นต่อไปไม่น้อยกว่า 5 ปี เพราะระหว่างนั้นพวกเขาจะไม่อยากเปลี่ยนงาน เพราะได้พบกับ Comfort Zone แล้ว แต่หลังจากนั้นก็ไม่แน่

ที่ว่าไม่แน่นั้น เพราะคนเราเมื่อทำงานได้ไม่น้อยกว่า 5 ปีย่อมมีประสบการณ์การทำงาน มีความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำ โอกาสใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มรายได้และความก้าวหน้าในชีวิตการทำงานจึงเริ่มทยอยเข้ามาหลังจากนี้ เช่น คุณหากใครที่ลองเข้าเว็บไซต์หางานดูก็จะพบมักงานใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่เดิม มีสวัสดิการที่มั่นคงกว่าสำหรับผู้ที่ประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งนั้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี

แล้วทำไมผู้คนทั้งหลายจึงไม่กล้าออกจาก Comfort Zone เพื่อออกตามหาฝันล่ะ?

อย่างที่บอกว่า Comfort Zone นั้นสร้างยาก บางคนได้ทำงานหยั่งราก หรือที่เรียกว่า Settle ลงไปกับองค์กรที่กำลังทำงานอยู่เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้สวย ความเติบโตก้าวหน้าในองค์กรเดิมกำลังไปได้ดีตามลำดับขั้นความอาวุธโส จึงไม่มีเหตุผลอันใดที่ต้องออกไปจาก Comfort Zone นี้ แม้ว่าโอกาสใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมจะตบเท้าเข้ามาในชีวิต  แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่า ไปทำงานที่ใหม่แล้วจะดีเหมือนเดิม อีกทั้งทุกคนไม่อยากเสียเวลาในการสร้างคอมฟอร์ดโซนใหม่อีกครั้ง ในที่ทำงานใหม่

แล้วคนแบบไหนกันที่กล้าออกจาก Comfort Zone

เพื่อนๆ คงได้ทราบกันแล้วว่าใน Comfort Zone นั้นมันดีแค่ไหน มันคือสวรรค์ของชีวิตคนทำงาน และยิ่งทุกวันนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ ทุกคนต่างได้รับคำแนะนำว่าให้กอดงานที่ทำไว้ให้สุดชีวิต เพราะงานนั้นหายากเหลือเกิน

อย่างไรก็ดีมีคนส่วนหนึ่งแม้จะไม่มาก ที่รักความท้าทาย มองว่าชีวิตคือการเรียนรู้ การทำงานก็คือการเรียนรู้ เมื่อเข้าได้เข้าไปทำงานในองค์กรหนึ่ง จนสามารถเรียนรู้ทุกอย่างในองค์กรนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้วก็จะลาออก ย้ายไปทำที่ใหม่ๆ เรื่อย บางคนตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมาสิบกว่าปี เปลี่ยนงานไปแล้วไม่น้อยกว่า 3-4 ที่  บทสรุปของคนเหล่านี้ก็คือพวกเขามักจะออกมาเป็นนายตัวเอง นำความรู้ประสบการณ์ที่มี ที่สั่งสมมา และเงินทุนทั้งหมดมาสร้างกิจการเป็นของตัวเอง เพราะสุดท้ายคนพวกนี้จะพบความจริงๆ ที่ว่าพวกเขา “มีความสุขที่จะทำงาน 14 ชั่วโมงต่อวันเพื่อกิจการของตัวเอง มากกว่าทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวันเพื่อกิจการของคนอื่น แม้ว่าช่วงแรกๆ จะยังไม่ค่อยมีกำไรก็ตาม”

และนี่ก็คือ Comfort Zoneในชีวิตการทำงานที่เราอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักในครั้งนี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ในวัยทำงานทุกคน แล้วคุณล่ะเป็นชอบแบบไหน ชอบที่จะอยู่ใน Comfort Zone ไปจนเกษียณอายุจากการทำงาน หรือชอบที่จะออกมาหาความท้าทายใหม่ๆ มองว่าชีวิตการทำงานเป็นการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครตอบได้ว่าทางไหนผิด หรือ ถูก นอกจากตัวคุณเองที่จะต้องเลือกให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของชีวิตคุณ

Sujate Wanchat

What one man calls God, another calls the laws of physics.

วิศวกร นักท่องเที่ยว บล็อกเกอร์ นักเขียนบทความ ชอบติดตามโลกเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำสมัย เรื่องราวการท่องเที่ยวผจญภัย มนุษย์ต่างดาว และสาวๆ เซ็กซี่

บทความที่เกี่ยวข้อง