10 อันดับ 3 ประสานแนวรุกที่ดีที่สุดยุคปัจจุบัน - The Macho
 
10 อันดับ 3 ประสานแนวรุกที่ดีที่สุดยุคปัจจุบัน

ฟุตบอลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันผู้เล่นในตำแหน่งแนวรุกว่าจะเป็น กองหน้าตัวเป้า, เพลย์เมคเกออร์ หรือตัวริมเส้น ถือเป็นคีย์แมนสำคัญของทุกสโมสรเพราะพวกเขาเป็นจุดหลักในการผลิตสกอร์ให้กับต้นสังกัดในการเอาชนะคู่แข่ง

        ทุกๆสโมสรก็จะมีบรรดาแนวรุกคนสำคัญขาประจำที่ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำอยู่แล้ว และนี่คือการจัดอันดับ 3 ประสานแดนหน้าที่ดีที่สุดในยุคนี้ ซึ่งหากมองจากสถิติต่างๆคงไม่มีใครปฏิเสธความยอดเยี่ยมของพวกเขาแน่นอน

10. อตาลันต้า

หลุยส์ มูเรียล และ ดูวาน ซาปาต้า 2 ตัวรุกทีมชาติโคลอมเบีย รวมถึง โรบิน โกเซนส์ แบ็คซ้ายชาวเยอรมัน ช่วยกันทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับแนวรุกของ อตาลันต้า ในปีนี้ หลังช่วยกันกระหน่ำไปมากกว่า 45 ลูก

มูเรียล, ซาปาต้า และ โกเซนส์ ทำให้ อตาลันต้า กลายเป็นทีมที่มีเกมรุกน่าตื้นเต้น และอันตรายอย่างยิ่ง โดยในฤดูกาลนี้พวกเขายังช่วยพลพรรค “ลา เดีย” จบด้วยอันดับ 3 ในตารางคะแนนกัลโช่ เซเรีย อา พร้อมกับความตั๋วไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย

9. อินเตอร์ มิลาน

โรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยียม, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ หัวหอกอาร์เจนไตน์ และ อัชราฟ ฮาคิมี ฟูลแบ็คชาวโมร็อกโก ช่วยกันถล่มประตูให้กับ อินเตอร์ มิลาน ในปีนี้ไปเกิน 40 ประตู และยังพาพลพลรรค “งูใหญ่” คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ได้อย่างยิ่งใหญ่

ลูกากู กับ มาร์ติเนซ กลายเป็นคู่แนวรุกที่ประสานงานกันได้อย่างเข้าขาลงตัวโดยมี ฮาคิมี ช่วยสร้างสรรค์เกมริมเส้นซึ่งทำให้ อินเตอร์ ภายใต้การนำของ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาลี มีเกมรุกที่น่ากลัวอย่างมากทีเดียว

8. โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

เออร์ลิง ฮาแลนด์ ยอดดาวยิงอนาคตไกลทีมชาตินอร์เวย์, จาดอน ซานโช่ ตัวรุกดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ และ มาร์โก รอยส์ ปีกชาวเยอรมัน ช่วยกันสร้างสรร์เกม และถล่มประตูให้ ดอร์ทมุนด์ ในปีนี้ไปเกิน 50 ประตูแล้ว

การมี ฮาแลนด์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และขนาบข้างด้วย ซานโช่ กับ รอยส์ นั้น ส่งผลให้  ดอร์ทมุนด์ สามารถเจาะตาข่ายคู่แข่งได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นสโมสรใดก็ตาม และดาวเตะทั้ง 3 ราย ก็พาพลพรรค “เสือเหลือง” จบอันดับ 3 ในบุนเดสลีกา

7. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส, มาร์คัส แรชฟอร์ด หัวหอกทีมชาติอังกฤษ และ เอดิสัน คาวานี่ กองหน้ามากประสบการณ์ชาวอุรุกวัยช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ โอเล่ กุนาร์ โซลชา เทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์ ระเบิดตาข่ายคู่แข่งในปีนี้ไปแล้วเกิน 50 ประตู

โซลชา ค้นหาแนวรุกที่ลงตัวของเขามานานแล้วจนในที่สุดก็ได้ชุดที่สมบูรณ์แบบนำโดย แฟร์นันด์ส รับบทเพลย์เมคเกอร์สร้างสรรค์เกม แรชฟอร์ด ปั่นป่วนทางริมเส้น และ คาวานี่ ยืนค้ำเป็นหมายเลข 9 ซึ่งแผนดังกล่าวทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จบฤดูดาลด้วยการคว้ารองแชมป์ในพรีเมียร์ลีก

6. ลิเวอร์พูล

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ตัวรุกทีมชาติอิยิปต์, ดิโอโก้ โชต้า กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส และ ซาดิโอ มาเน่ ปีกทีมชาติเซเนกัล ช่วยกันกระหน่ำประตูให้ ลิเวอร์พูล ในปีนี้ไปเกิน 50 ลูก ท่ามกลางฤดูกาลที่ยากลำบากของ “หงส์แดง”

ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บจำนวนมาก และคีย์แมนนเกมรุกอย่าง โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ก็ฟอร์มตก แต่ ซาล่าห์, โชต้า และ มาเน่ ก็ยังช่วยกันทำให้ “หงส์แดง” จนอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีกได้อย่างไม่น่าเชื่อ

5. บาร์เซโลน่า

ลิโอเนล เมสซี่ จอมทัพชาวอาร์เจนไตน์, อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส และ อุมาน เดมเบเล่ ตัวรุกเฟรนช์แมน ช่วยกันกระหน่ำประตูในปีนี้ให้กับ บาร์เซโลน่า ภายใต้การนำของ โรนัลด์ คูมัน โค้ชชาวดัช์ ไปเกิน 50 ประตูแล้ว

ในปีนี้ถือเป็นยุคใหม่ของ บาร์เซโลน่า อย่างแท้จริงหลังจากพวกเขายอมปล่อย หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยให้กับ แอตเลติโก มาดริด และ “เจ้าบุญทุ่ม” ก็ต้องใช้แนวรุกชุดใหม่ที่นำโดย เมสซี่ สู้ศึกในปีที่วุ่นวาย และยังสามารถจบฤดูกาลในอ้นดับ 3 ของศึกลา ลีกา ได้สำเร็จ

4. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษ, แกเร็ธ เบล ปีกกัปตันทีมชาติเวลส์ และ ซอง ฮึง มิน กองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ ช่วยกันซัดประตูให้กับ สเปอร์ส ในปีนี้ไปแล้วเกิน 50 ประตู แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถพา “ไก่เดือยทอง” คว้าตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้

ขณะเดียวกัน ในซัมเมอร์นี้มันเป็นเรื่องยากลำบกสำหรับ สเปอร์ส หลังจากที่ เคน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของสโมสรมาตลอดหลายปีประกาศของย้ายทีม และพวกเขาต้องหาคนมาดาวยิงคนใหม่ทดแทนต่อไป

3. ยูเวนตุส

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกซุเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีส, อัลบาโร่ โมราต้า หัวหอกชาวสเปน และ เฟเดริโก เคียซ่า ตัวรุกดาวรุ่งชาวอิตาเลียน ช่วยกันทำประตูให้กับ ยูเวนตุส ในปีนี้ไปมากเกิน 60 ประตู แต่พวกเขาอกหักพลาดแชมป์ลีกให้กับ อินเตอร์

ยูเวนตุส ภายใต้การนำของเทรนเนอร์คนใหม่อย่าง อันเดรีย ปิร์โล่ นั้น ต้องปรับทีมอีกพอสมควรในกานกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง และน่าจับตามองอย่างยิ่งว่า “เจ้าม้าลาย” จะเสริมทัพอย่างไรในซัมเมอร์นี้

2. ปารีส แซงต์  แชร์กแมง

เนย์มาร์ ยอดดาวยิงทีมชาติบราซิล, มอยเซ่ คีน หัวหอกอิตาเลียน และ คิเลียน เอ็มบับเป้ กองหน้าวันเดอร์คิดทีมชาติฝรั่งเศส ระเบิดสกอร์ให้กับ เปแอสเช ไปมากเกิน 60 ประตู แต่น่าเหลือเชื่อที่พวกเขาต้องพลาดแชมป์ลีกเอิง ให้กับ ลีลล์

เปแอสเช ภายใต้การคุมทัพของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ อาจต้องเสริมทัพครั้งใหญ่อีกครั้งในการกลับมาไล่ล่าความสำเร็จในปีหน้า และพวกเขาเพิ่งต่อสัญญาฉบับใหม่กับ เนย์มาร์ ไป แต่ เอ็มบับเป้ ก็อนาคตไม่แน่นอนเนื่องจากเหลือสัญญาอีกเพียงปีเดียวเท่านั้น

1. บาเยิร์น มิวนิค

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าทีมชาติโปแลนด์, แซร์จ นาบรี้ และ โธมัส มุลเลอร์ 2 แนวรุกทีมชาติเยอรมัน ช่วยให้ บาเยิร์น ซัดคู่แข่งไปแล้วเกิน 65 ประตู และตอนนี้ “เสือใต้” ยังมีตัวเลือกในแนวรุกมากมายอย่าง เรลอย ซาเน่, จามาล มูเซียล่า และ คิงส์ลีย์ โคแมน อีกด้วย

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา บาเยิร์น กลายเป็นทีมมหาอำนาจของวงการลูกหนังยุโปอย่างเต็มตัวหลังจากพวกเขาคว้าแชมป์ได้มากมาย และในอนาคต “เสือใต้” ยังคงขุมกำลังที่แข็งแกร่งสามารถครองความสำเร็จไปได้อีกลายปี

ภาพประกอบ : football24.news, beinsports.com, junipersports.com, 90min.com, empireofthekop.com, teamtalk.com, goal.com, 90min.com, en.as.com, espn.in

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง