ถึงเวลาทวงบัลลังก์! ปีศาจแดงกับการยึดครองแผ่นดินอังกฤษอีกครั้ง - The Macho
 
ถึงเวลาทวงบัลลังก์! ปีศาจแดงกับการยึดครองแผ่นดินอังกฤษอีกครั้ง

8 ปีกับการเดินลงเหวของแมนฯยูไนเต็ด 8 ปีที่ทำได้ดีที่สุดเพียงเป็นแชมป์ยูโรป้าลีก 8 ปีที่กองเชียร์ปีศาจแดงเป็นเพียงกองแช่งให้ทีมอื่นสะดุดแชมป์ 8 ปีที่ผ่านมาจะเป็นเพียงภาพจำครั้งที่เลวร้ายที่สุด แต่ต่อจากนี้ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะกลับมาลุกเป็นไฟ”

(Source – wp.com)

สาวกแฟนพันธุ์แท้ฟุตบอลคงทุกคนรู้ดีอยู่เต็มอก แมนฯ ยูไนเต็ดยิ่งใหญ่เพียงใดในช่วงเวลาที่เซอร์ อเล็กเฟอร์กูสัน ยอดบรมกุนซือคุมกองทัพปีศาจแดง เขาไม่ได้แค่ทำทีมให้ได้เป็นแชมป์เท่านั้น เขาวางรากฐานให้กับทีมจนความยิ่งใหญ่กินระยะเวลาถึง 27 ปี 13 แชมป์ลีก และแชมป์รายการอื่นๆรวมกว่า 40 รายการ นี่ไม่ใช่แค่เก่งเท่านั้น แต่เขามองถึงอนาคตในภายภาคหน้าออกอย่างชัดเจนว่าทีมต้องเดินไปทิศทางไหน

ลองย้อนดูประวัติของเซอร์อเล็กกันซักเล็กน้อย ในปี 1986 การเริ่มต้นหน้าที่ผู้จัดการต่อจาก รอน แอตกินสัน งานของเซอร์ก็เริ่มต้นขึ้น เขาวางรากฐานให้ทีมใหม่ ตั้งแต่ระดับเยาวชน เสริมสร้างการเสริมทัพด้วยการเพิ่มแมวมอง จากทีมหมดศรัทธาจากแฟนบอล กลับสู่หัวตารางได้ตามที่หวัง แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ เพราะทีมอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องมีแชมป์ติดมือ แต่เมื่อไม่มีอะไรติดไม้ติดมือ ทีมจบอันดับกลางตาราง สถานการณ์ของตัวเขาเริ่มแย่ลง จนเข้าสู่ปี 1990 ก้าวแรกของเฟอร์กูสันก็กำเนิดขึ้นคว้าแชมป์เอฟเอ คัพมาได้สำเร็จ และนับจากนั้นเขาก็กลายเป็นยอดบรมกุนซืออย่างที่เราทราบกันดี

นับจากความยิ่งใหญ่ของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ตอนนี้ล่วงเลยมาเป็นเวลา 8 ปี ใช้เวลา 8 ปีกับกุนซือใหม่มากหน้าหลายตา ทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเก๋า ยอดนักเตะของยุคใหม่หมุนเวียนกันตบเท้าเข้าสู่โรงละครแห่งความฝัน และความหวังของแฟนบอลปีศาจแดงที่รู้ว่าทีมเป็นรองมากกว่าเป็นต่อ แต่หลังจากนี้ให้กับแมนฯ ยูไนเต็ดกำลังจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการมาของ ราล์ฟ รังนิก กุนซือสมองเพชรที่เป็นได้มากกว่าแค่ผู้จัดการทีม     

(Source – akamaized.net)

ประวัติของราล์ฟยอดโค้ชชาวเยอรมันทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจากการใช้สมองล้วนๆ รังนิก เป็นนักสร้างระบบโดยแท้จริง เขาวางแผนในมุมกว้างได้อย่างปราดเปรื่อง และมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง สามารถรองรับข้อถกเถียงได้อย่างตรงจุด ภาพที่ออกมาก็คือ เมื่อเขาไปทีมไหน ทีมนั้นก็จุติความบ้าคลั่งให้กับแฟนบอล เนื่องจากแผนที่เขาได้คิดไว้นั้น เป็นการวางรากฐานในระยะยาว และปลุกปั้นทีมในระยะสั้นให้กลับมาจากความมืดมิด อย่างเช่นทีมในเครือเรดบูล(กระทิงแดง) ทั้ง ไลป์ซิก และซัลซ์บวร์ก คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ด้วยความเป็นอัจริยะที่หลายคนเคยหัวเราะเยาะ กลายเป็นหัวแถวของวงการ และตอนนี้เขากำลังจะเบิกเนตรให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่กำลังหลับไหลเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ในตอนนี้

“เดอะ โปรเฟสเซอร์”คือฉายาของรังนิก เขาได้ฉายานี้มาจากการพูดถึงเขาในเชิงเสียดสี เหตุเกิดจากการถกเถียงกันในแผนการเล่นของเยอรมันในช่วงยุค 80 ในการใช้กองหลัง 3 คนหรือ 4 คนดีกว่ากัน ซึ่งในยุคนั้นไม่มีฟังเขาหรอก เพราะความสำเร็จในยุคนั้นมาจากการเล่นหลัง 3 คน การเล่นบอลคุมโซนยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก รังนิกจึงเป็นเพียงตัวตลกของใครหลายคนในช่วงเริ่มแรกของอาชีพ แต่แล้วเขาก็พังทลายความเชื่อเก่าๆนั้น เมื่อยุคสมัยเริ่มเปลี่ยน เมื่อการเล่นบอลสมัยใหม่ก้าวเข้ามา การวางแผนเกมฟุตบอลเป็นระบบมากขึ้น ผนวกกับการสร้างทีมของเขาที่ทำให้ทีมใหญ่ต้องเหลียวหันมามองทีมเล็กๆที่มีเขาควบคุมอยู่ รังนิกทำให้เห็นว่า การเล่นในระบบแบบแผนของเขาสุดยอดขนาดไหน จากทีมเล็กๆนอกสายตา สู่ทีมระดับท็อปของประเทศในระยะเวลาอันสั้น และยังสามารถยืนระยะอยู่บนจุดสูงสุดไปได้อีกนาน

(Source – metro.co.uk)

เช่นเดียวกับแมนฯยูไนเต็ดตอนนี้ที่คัดเลือกผู้จัดการรทีมคนใหม่แบบเน้นมากขึ้น การอ่านเกมของทีมบริหารมาถึงจุดที่ทำได้ตรงจุด แมนฯ ยูไนเต็ดติดกับดักความสำเร็จของตัวเอง ด้วยระบบการเล่นที่ล้าสมัย การซื้อตัวเพื่อการตลาดมากกว่าการทำเพื่อพัฒนาทีม สิ่งเหล่านี้ชี้ออกมาเป็นคำตอบชัดเจนว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ขาดผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่ทันโลกในยุคนี้ การมาของราล์ฟ รังนิกจึงเป็นการเสริมทีมได้ตรงจุดมากกว่าการตามหาผู้จัดการทีมมาเปลี่ยนระบบการเล่น

ไม่น่าแปลกใจที่สิ่งแรกแมนฯ ยูไนเต็ดจะได้รับจากรังนิกเลยก็คือ การวางรากฐานของระบบการเล่นใหม่ทั้งหมดแบบมีนัยยะ สาวกฟุตบอลทราบกันดีอยู่แล้วว่า ราล์ฟคือตัวพ่อของการสั่งลูกทีมวิ่งไล่บอลตลอดเวลา ตามสไตล์เกเก้นฟุตบอล ซึ่งทีมของเป๊ป กวาดิโอล่า หรือเจอร์เกน คล็อปป์ ต่างก็นำมาปรับใช้กัน และทำให้ 2 ทีมชั้นนำอย่าง แมนฯ ซิตตี้หรือลิเวอร์พูลลุ้นแชมป์ได้ตลอดทุกปี ซึ่งใช่ว่าระบบกว่าที่ทีมอสูรแดงใช้กันอยู่จะไม่ดี แต่เมื่อเห็นได้ชัดจากระบบของแมนฯยูไนเต็ดที่เล่นผสมรูปแบบใหม่กับรูปแบบเดิมไม่สามารถเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศได้ จึงต้องเปลี่ยนถ่ายรูปแบบเกมใหม่เข้าสู่ทีม นั่นทำให้บอร์ดบริหารเลือกรังนิกเข้ามาเป็นคนขัดตาทัพในช่วงฤดูกาลนี้ และบวกเพิ่มอีก 2 ปีในการเป็นที่ปรึกษา ซึ่งเชื่อได้เลยว่าการทดลองทีม 6 เดือนเป็นเพียงการเรียนรู้วัฒนธรรมและรูปแบบการฝึกซ้อมรวมถึงการเรียนรู้ทั้งหมดของแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งอาจมีกระทบกับประเพณีที่เก่าแก่ของยูไนเต็ดอยู่บ้างในช่วงแรก แต่เชื่อเถอะว่ามันจะส่งผลดีต่อทีมแบบก้าวกระโดดในฐานะของทีมเบอร์ 1 ของลีกในอนาคต

(Source – wp.com)

และเกมแรกของการคุมทีมให้กับปีศาจแดงของรังนิกก็เฉิดฉายให้เห็นด้วยการเอาชนะคริสตัล พาเลสมาได้ แม้จะชนะด้วยประตูโทน แต่ความกระตือรือล้นของนักเตะ การบีบคู่แข่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ ความกระหายชัยชนะจากผู้เล่น รู้ได้ถึงความสนุกในการเชียร์ปีศาจแดงในอนาคต แม้การฟันธงแบบเปรี้ยงเดียวกับรังนิกที่ไม่เคยคุมทีมใหญ่มาก่อนจะทำทีมให้กลายเป็นเบอร์หนึ่งของเกาะอังกฤษยังคงเป็นเพียงคำพูดที่ดูสวยงามเท่านั้น คำตอบของคำถามจะอยู่ในบทพิสูจน์ความสำเร็จของทีม แต่สิ่งสำคัญที่สุด การมาของรังนิกกำลังจะสร้างทีมปีศาจแดงเป็นทีมใหม่ที่เล่นได้เร้าใจและมีมาตราฐานได้ทันคู่แข่งซักที ไม่ใช่เพียงผลแพ้ชนะที่ทีมจะได้ แต่เป็นความตื้นตันที่แฟนบอลจะประทับใจในการมาของเดอะ โปรเฟสเซอร์ นาม “ราล์ฟ รังนิก” ผู้นี้ ลพกม.

Meru Meru

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save