หลักคิดการปรับเส้นทางใหม่ เมื่อการงานถึงทางตัน - The Macho
 
หลักคิดการปรับเส้นทางใหม่ เมื่อการงานถึงทางตัน

การทำงานในปัจจุบันไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน เพราะเทรนด์ของโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานในทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นงานประจำ หรืองานธุรกิจล้วนต้องปรับตัวให้ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งนั่นย่อมทำให้ตอนนี้ไม่มีงานที่มั่นคงอีกต่อไป

และสถานการณ์ของโลกที่ทุกคนได้ประสบพบเจอในตอนนี้ก็เป็นเครื่องบ่งบอกได้ดีว่าทุกคนจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ซึ่งไม่มีใครทราบมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม โรคระบาด วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และความผันผวนในตลาดเงินและตลาดหุ้น ล้วนส่งผลต่อทุกชีวิตที่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพไม่ทางตรงก็ทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แล้วเราจะมีหลักคิดอย่างไร เมื่องานที่เรากำลังทำอยู่เพื่อหาเลี้ยงชีพถึงทางตัน ไปต่อไม่ได้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น หลายคนที่ทำงานประจำต้องตกงานอย่างกะทันเพราะพิษเศรษฐกิจ  คนที่มีกิจการร้านอาหารต้องจำเป็นต้องเลิกกิจการเพราะแบกรับภาระไม่ไหวเนื่องจากวิกฤติโรคระบาด วันนี้เรามีหลักคิดดีๆ จะมาแนะนำ เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่าทางตันไปได้ มาติดตามกันเลย

บอกตัวเองว่า “เราจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส”

แน่นอนทุกคนย่อมต้องอาลัยอาวรณ์ไม่น้อยที่ต้องสูญเสียงานที่เคยทำซ้ำๆ หลายปีไป เพราะงานเหล่านั้นคือแหล่งที่มาของรายได้หาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว แต่คุณลองสังเกตดูสิว่าคุณทำงานแบบนี้มาหลายปีแล้ว เมื่อถึงวิกฤติมันก็ไม่สามารถนำพาชีวิตคุณไปต่อให้ตลอดรอดฝั่งได้ เพราะถ้าเป็นงานที่ดีจริง มันจะต้องทนทานฟันฝ่าไปได้ทุกวิกฤติ

อัลเบิร์ต ไอน์สไตล์ สุดยอดนักฟิสิกส์ระดับตำนานเคยกล่าวคำคมไว้ว่า  “ความวิกลจริตคือการทำสิ่งใดซ้ำๆ แต่ต้องการให้ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลง” ดังนั้นเมื่องานเดิมถึงทางตัน คุณควรพูดให้กำลังใจตัวเองว่า “มันคงถึงเวลาแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต ที่จะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป และมีชีวิตที่ดีขึ้น”

ยกตัวอย่างอีกสักตัวอย่างก็คือ นาย Ray Kroc เคยเป็นเซลขายเครื่องทำ milkshake มาตลอด จนกระทั่งการเปลี่ยนไปเข้าซื้อกิจการ McDonald’s ทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างแท้จริง สร้างธุรกิจที่ยืนยาวมาจวบจนปัจจุบัน แล้วคุณละ หากวันนี้สูญเสียงานไป คุณจะทำอย่างไรต่อ จะยอมแพ้ หรือมองหาโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วก้าวต่อไป

อายุไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับการเริ่มต้นใหม่  

ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ได้เสมอ ไม่มีคำว่าสายถ้าใจยังสู้ ยกตัวอย่างเช่น นาย Colonel Sanders เคยทำอาชีพมาแล้วมากมายแต่ล้มเหลวเกือบแทบทุกอย่าง แต่ถ้าเขาไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ก็คงไม่มีร้านที่ชื่อ KFC เกิดขึ้น แต่กว่าเขาจะประสบความสำเร็จ อายุอานามก็เข้าวัยเกษียณแล้ว  

หลายคนคิดว่าเมื่ออายุเยอะแล้ว การเริ่มต้นนั้นยากลำบาก แต่ไม่เลย มันกลับเป็นความท้าทาย ยิ่งคุณมีอายุ แสดงว่าผ่านโลกมามาก ผ่านประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตมาก็ไม่น้อย จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะมานั่งทบทวนว่า อะไรที่คือโอกาสในช่วงวัยที่เหมาะสำหรับคุณที่สามารถใช้ในการเปลี่ยนแปลงและเริ่มต้นใหม่

งานเล็กๆ น้อยๆ ไม่ควรมองข้าม

คุณเชื่อหรือไม่ว่า ในประเทศไทยมีคนล้มละลายเพราะวิกฤติทางเศรษฐกิจในวัยที่อายุมากแล้ว แต่กลับมาร่ำรวยอีกครั้งได้ด้วยการ “ทำแซนวิชขาย” แล้วคุณเคยทราบมาก่อนหรือไม่ว่ามีพ่อค้าหมูปิ้งรถเข็นอยู่ข้างทางไม่น้อยเลยทั่วประเทศที่สามารถทำกำไรจากการขายหมูปิ้งได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 บาท  ดังนั้นคุณไม่ควรดูถูกอาชีพที่ดูเหมือนว่าต่ำต้อย เพราะทุกอาชีพ หากวางแผน คิดวิเคราะห์และลงมือทำอย่างตั้งใจ ก็จะทำให้คุณสามารถมีเงินเก็บ กลับมาตั้งตัวได้ไม่ยาก

มองไปในตัวคุณ และรอบๆ ตัวคุณ ว่ามีทรัพยากรอะไรเหลืออยู่เพื่อเริ่มต้นใหม่

บทความของ University of the People อธิบายว่าสาเหตุที่เราไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ก็เพราะเราไม่รู้ถึงสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า แต่งานเขียนของ Psychology Today กล่าวว่าเราสามารถเอาชนะความกลัวนั้นได้โดย

1. มองการเปลี่ยนแปลงเป็นแค่บทหนึ่งของหนังสือ ที่เกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ และไม่ได้เป็นทั้งหมดของชีวิต  

2. มองว่าเรามีทางเลือกเสมอ หากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ล้มเหลว เราก็ยังกลับมาเริ่มที่จุดเดิมได้  

3. ไม่มีใคร Perfect ตั้งแต่เริ่ม Ernest Hemingway ไม่ได้เป็นนักเขียนที่ยิ่งใหญ่แต่เกิด แต่ประสบความสำเร็จได้เพราะเขาฝึกเขียนทุกวัน  

เมื่อทราบแล้ว ในวันที่ถึงทางตัน เริ่มมองจากภายในตัวคุณว่ามีอะไรเหลืออยู่บ้าง ต่อให้ไม่มีทรัพย์สินเงินอะไรเหลืออยู่เลย เหลือแต่ตัวเปล่า แต่อย่างน้อยคุณก็มีความรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมมา ลองดูซิว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง เพราะทุกวันนี้มีงานฟรีแลนซ์มากมายในโลกออนไลน์รอให้คนมีความรู้ความสามารถเริ่มต้นทำได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องรอสมัครงานกับใคร ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน โปรแกรมเมอร์ ทำคอนเทนต์ และงานกราฟิกต่างๆ เป็นต้น งานเหล่านี้สามารถสร้างเงินให้คุณได้เป็นกอบเป็นกำในแต่ละเดือนเพียงพอให้คุณอยู่ได้สบายๆ และถ้าขยันจริงคุณจะมีเงินเหลือเก็บเป็นทุนไว้ทำอย่างอื่นอีกด้วย

กล้าก้าวข้ามความเจ็บปวด เพื่อเริ่มต้นใหม่ เชื่อว่ามีโอกาสที่ดีกว่ารออยู่เสมอ

นักจิตวิทยาชื่อดังหลายท่าน ชี้ว่า “คนเราจะเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อความเจ็บปวดของการทำสิ่งต่างๆ เหมือนเดิม นั้นมากกว่าความเจ็บปวดของการเปลี่ยนแปลง”

วันนี้ถ้าพบว่าตัวเองกำลังหลงทิศมานาน ก็ถึงเวลาที่เราควรจะมองหาทางเดินใหม่ เพราะก้าวหน้าจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากเราไม่กล้าที่จะเปลี่ยนเส้นทาง  ดังนั้นใครที่ตอนนี้กำลังเจ็บปวดกับงานที่กำลังทำ รู้สึกไม่มีความสุขเลย ทั้งเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน และบรรยากาศในสถานที่ทำงานไม่เอื้ออำนวยต่อความก้าวหน้า มันก็คงจะถึงทางตันแล้ว ก็ควรที่คุณจะเปลี่ยนเส้นทางเดินของชีวิตการทำงาน

และนี่ก็คือ 5 หลักคิดเมื่อชีวิตการทำงานมาถึงทางตันที่เราอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักในครั้งนี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ทั้งสำหรับคนที่กำลังไม่มีความสุขกับการทำงาน และคนที่ต้องสูญเสียงานเก่าไปแบบกะทันหัน เมื่อได้ทราบแล้วก็อย่าลืมนำไปปรับใช้กัน เพื่อที่คุณจะได้ก้าวข้ามวันที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกันได้ทุกคน

Sujate Wanchat

What one man calls God, another calls the laws of physics.

วิศวกร นักท่องเที่ยว บล็อกเกอร์ นักเขียนบทความ ชอบติดตามโลกเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำสมัย เรื่องราวการท่องเที่ยวผจญภัย มนุษย์ต่างดาว และสาวๆ เซ็กซี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save