Movie Review | The Witcher: Nightmare of the Wolf โลกสีเทา มือที่เปื้อนเลือด และนักล่าอสูร - The Macho
 
Movie Review | The Witcher: Nightmare of the Wolf โลกสีเทา มือที่เปื้อนเลือด และนักล่าอสูร

มีเรื่องราวมากมายจากจักรวาล The Witcher ที่ได้ถูกนำมาถ่ายทอดสู่รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอเกม หรือซีรีส์ภาพยนตร์ที่เราได้เห็นกัน รวมไปถึงนิยายต่างๆ แต่สิ่งเหล่านั้นล้วนโคจรอยู่รอบตัวของ Geralt de Rivia ตัวละครหลัก

ซึ่งหนึ่งในผู้ที่แวดล้อมในวังวนดังกล่าวคงเป็นใครอื่นไม่ได้นอกเหนือจาก Vesemir ผู้ที่เป็นอาจารย์ของตนนั่นเอง โดย The Witcher: Nightmare of the Wolf ก็ถือเป็นโอกาสดีที่เรื่องราวของเขาจะได้ถูกตีแผ่ออกมาในรูปแบบอนิเมะตอนยาวเป็นครั้งแรกตลอด 80 กว่านาที แต่จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นขอเชิญเพื่อนๆ มาติดตามกันได้เลยครับผม

อย่างที่เราได้กล่าวกันไปเบื้องต้นนะครับว่า Nightmare of the Wolf จะโฟกัสไปที่ Vesemir เป็นหลัก ซึ่งในช่วงแรกๆ เราก็จะพบความแตกต่างกันระหว่างตัว Geralt ที่คุ้นตากับ Vesemir ในวัยหนุ่มอย่างชัดเจน สมมติว่าติ๊ต่างเอาไว้ถ้าเกิดทั้งคู่อยู่ในช่วงอายุกลางคนเหมือนกัน Vesemir มีความเฮฮาและดูรักสนุก ไม่เคร่งขรึมมากเท่ากับ Geralt กล่าวคือร้อยละ 80 ของเรื่องเราจะเห็นเขายิ้มเสียส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับความสามารถในการต่อสู้ที่เก่งกาจ มีของเล่นใหม่ๆ และดูจะเชี่ยวชาญยิ่งกว่า Geralt เสียด้วยซ้ำ จุดนี้เนี่ยแหละทำให้การพัฒนามาเป็นอนิเมะมันดูเหมาะสมกว่าด้วยเอฟเฟค ความเร็ว และพลังผาดโผน และการให้เสียงพากย์ด้วยภาษาไทยก็มีเสน่ห์มากๆ พอสมควรเลยครับ

ถัดมาในส่วนของการเล่าเรื่อง พอมีการมาทำเป็นภาพยนตร์เรื่องยาวทุกอย่างก็เลยเดินเรื่องเร็วแต่หนึ่งสิ่งที่สังเกตได้ก็คือการหยิบยกช่วงเวลาอื่นมาสลับไปมาระหว่างเริ่มต้นเรื่องคล้ายกับการสลับเส้นเรื่องไปมาแบบซีรีส์ (แต่น่าจะดูรู้เรื่องกว่าในมุมมองของคนที่ไม่เคยตามมาก่อน) แม้ว่าหนังจะเซนเตอร์อยู่กับตัวของ Vesemir และแนวคิดที่ว่า ‘กว่าจะตัวเขาเองต้องผ่านอะไรมาบ้าง’ ทว่าเราจะเห็นภาพรวมของการหล่อหลอมคนหนึ่งคนสู่หนทางแห่งการเป็นเดอะวิทเชอร์มากกว่า ซึ่ง Vesemir เองก็ตัดสินใจที่จะเดินตามเส้นทางนี้ พร้อมทิ้งทุกอย่างเอาไว้เป็นเพียงเบื้องหลัง ผ่านบททดสอบสุดโหดจนกลายเป็นหนึ่งในนักล่าอสูรฝีมือยอดเยี่ยม ซีนเหล่านี้เองก็ถือว่าใช้เวลาช่วงหนึ่งเลย แต่มันไม่ได้สลับไปมาเลยไม่น่ากังวลว่าจะปะติดปะต่อไม่ได้

เมื่อทำการเรียนรู้ปูมหลังพอกล้อมแกล้ม ทุกท่านจะได้เดินทางเข้าสู่โลกใน Nightmare of the Wolf ที่มีสีเทา มีเส้นแบ่งที่หนาแต่ถูกเจือจางราวกับหมอก ระหว่างชมเราจะตั้งคำถามกับการกระทำของตัวละครต่างๆ ที่มีความคิดอิงไปทางใดทางหนึ่งถึงท่ามกลางสถานการณ์นี้ ทั้งสองฝ่าย ก็แหม… มันก็ควรจะมีทางออกที่ดีกว่า แอบรู้สึกขัดใจเสียด้วยซ้ำ คิดว่าทำได้ไม่ดีนักเพราะว่า Motive หรือแรงผลักดันของตัวละครนอกเหนือจาก Vesemir ดูแล้วก็คลุมเครือเสียเหลือเกิน เออหนอมนุษย์ แล้วน่าแปลกนะ ในเวลาเดียวกันพอจะเชื่ออะไรดันเชื่อเสียจนสุดโต่งทั้งฉากเกมการเมือง การตัดสินใจในแง่ศีลธรรมใดๆ ตรงนี้ไม่ใช่ว่าเป็นความเทาของตัวละครให้เรามาตีความ แต่มันคือการอมพะนำทางความคิด โชคยังดีที่ปมมันได้รับการแก้ความให้กระจ่างแม้ว่าจะอยู่ในรูปของตู้มเดียวจบก็ตาม 

สำหรับงานภาพขอยกความดีความชอบให้ Studio MIR เพราะว่าทำได้ดีสมกับที่เคยดูแลโปรเจ็คใหญ่ๆ มาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง นอกเหนือจากภาพอนิเมะแบบสองมิติแล้ว บางองค์ประกอบจะมีโมเดลคล้ายกับสามมิติที่ถูก Simplify ให้เป็นภาพสองมิติและเอฟเฟคที่เรียบเนียน ส่วนตัวผมชอบปีกที่ขยับไปมาของปีศาจตัวหนึ่งมาก ทั้งนี้ฉากแนวแหวะๆ ก็รู้สึกว่ามีการแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งเกินไปชนิดที่ว่าเลือดสาด เครื่องในกระเด็น ตั้งแต่เด็กยันคนแก่ ดูแล้วค่อนข้างกระอักกระอ่วนชวนคลื่นไส้มากกว่าความมาคุของบรรยากาศในเรื่องเสียอีก ขนาด The Witcher ในรูปแบบซีรีส์ยังไม่จำเป็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลยถึงจะอยู่ในเรตติ้งระดับผู้ใหญ่ก็ตาม

ท้ายที่สุดแล้ว The Witcher: Nightmare of the Wolf ทำหน้าที่ได้ดีในฐานะเป็นสปินออฟของซีรีส์และยังช่วยเติมเต็ม Lore ที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงด้วย แถมแฟนคลับใหม่ๆ ที่มาเริ่มต้นดูจากอนิเมะนี้ก็ไม่ต้องกลัวพลาดหรือกังวลอะไรไป เพราะมันน่าจะเป็นประตูบานแรกให้กับหลายคนอย่างแน่นอน ซึ่งพวกเราก็ต้องรอชมกันต่อไปครับว่าใน The Witcher ซีซันสองจะมีการนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้มาบอกเล่าจากปากของ Vesemir หรือมีผลกระทบใดๆ ต่อเขาผู้ที่จะเป็นหนึ่งในแคสต์ตัวละครหลักหรือไม่ ว่าแล้วแฟนๆ ก็อย่าลืมรับชมพร้อมกันบน Netflix ในวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคมนี้นะครับ

ที่มา – ThisIsGame

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save