hopefully! ความหวังใหม่ของแมนฯ ยูไนเต็ดและสเปอร์สในการไล่ล่าแชมป์ - The Macho
 
hopefully! ความหวังใหม่ของแมนฯ ยูไนเต็ดและสเปอร์สในการไล่ล่าแชมป์

ชั่วโมงนี้ไม่มีทีมไหนจะมีความหวังใหม่ในการไลล่าแชมป์สูงปรี้ดเท่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและสเปอร์ส 2 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พวกเขาเจอกับสถานการณ์การที่ย่ำแย่มาตลอดตั้งแต่เปิดฤดูกาลแม้ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะดูดีด้วยการเสริมทรัพ แต่คุณน้าโอเล่ ก็ทำให้แฟนผีต้องหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ตลอดเวลา ส่วนด้านทีมใหญ่แห่งลอนดอนที่ปลดยอดกุนซืออย่างมูริญโญ่ไป กลับทำผลงานได้น่าผิดหวังในการคุมทีมของนูโน่ แต่ตอนนี้พวกเขาทั้ง 2 ทีม พร้อมลุกเป็นไฟด้วยความหวังในการมายอดกุนซือของโลก

(Source – performgroup.com)

แม้สถานการณ์ในตอนนี้ดูเหมือนเชลซีกำลังนอนมาอยู่บนบัลลังค์แชมป์ แต่เส้นทางของพรีเมียร์ลีกยังอีกยาวไกลมากพอจะทำให้ทั้ง 2 ทีมกลับมามีความหวังที่ปลายอุโมงค์อีกครั้ง แมนฯ ยูไนเต็ดเริ่มต้นใหม่ด้วยกุนซือขัดตาทัพอย่างไมเคิล คาร์ริค แม้รูปเกมจะยังไม่ดูเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ชัยชนะที่เก็บมาได้ก็มากพอที่จะทำให้ตัวกุนซือหนุ่มชาวผู้ดี ก้าวเข้าสู่ทำเนียบผู้จัดการทีมของอังกฤษได้ในอนาคต เพราะตอนนี้การมาของราล์ฟ รังนิก คือความน่าตื่นเต้นของสาวกปีศาจแดง ส่วนด้านสเปอร์สที่ติดอาวุธหนักด้วยการมาของคอนเต้ ดูจะยังต้องปรับตัวอีกพอสมควร แต่ชัยชนะเหนือ ลีดส์ ยูไนเต็ด ถือเป็น 3 แต้มอันล้ำค่าที่มาเสริมกำลังใจให้กับทีม

หากดูจากตารางคะแนนในลีก จะบอกว่าคะแนนไม่ห่างกันมากก็ไม่เชิงขนาดนั้น เพราะชั่วโมงนี้หากทีมยักษ์ใหญ่ซักทีมทำแต้มหล่นหายไปซักแต้มสองแต้มต่อหนึ่งเกมถือว่าเป็นเรื่องเสียหายมาก แม้จะพูดได้เต็มปากกว่า ศักยภาพของทีมเล็กบนลีกสูงสุดของอังกฤษที่แข็งแกร่งเกือบทุกทีม แต่ด้วยความเป็นทีมบิ๊กเนม พวกเขามีพัฒนาการก้าวกระโดดเหนือทีมอื่นอย่างเห็นได้ชัด เหล่าบรรดาทีมเล็กยังต้องไล่บี้เรื่องของการพัฒนาเกมลูกหนังให้เร็วเพิ่มขึ้นไปอีก ทีนี้เราลองมาดูกันว่าทั้ง 2 ทีมมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างหลังจากเปลี่ยนหัวเรือใหม่และโอกาสในการก้าวสู่ผู้ท้าชิงแชมป์ในปีนี้เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

(Source – wp.com)

ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส

ทีมไก่เดือยทองมีคะแนนตามหลังจ่าฝูงอยู่ 10 คะแนนในตอนนี้ การมาของคอนเต้ทำให้พวกเขายังไม่แพ้ให้ใครในลีก แต่ดันไปพ่ายแพ้ในบอลถ้วยยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีกกับทีมโนเนมบ๊วยของกลุ่มซะอย่างงั้น นั่นทำให้ระบบการเล่นยังคงต้องใช้เวลาซักพักในการทำให้นักเตะทุกคนเข้าระบบแบบที่คอนเต้ตั้งใจไว้ ถือว่ามีเวลาอีกประมาณ 6 เกมต่อจากนี้ เพราะจะไม่ได้เจอกับทีมใหญ่ จะมีเกมถ้วย ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีกที่ต้องเจอกับ แรนส์ จ่าฝูงของกลุ่มในตอนนี้ และจำเป็นต้องเอาชนะให้ได้เท่านั้นเพื่อเบียดขึ้นเข้ารอบต่อไป และหลังจากนั้นสเปอร์สจะต้องเจอกับงานหนัก ทั้งเลสเตอร์ ซิตี้, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ในช่วงบ็อกซิ่งเดย์ ซึ่งหากพวกเขามีระบบทีมที่เข้าร่องเข้ารอย และตามเก็บ 3 แต้มเป็นกอบเป็นกำจากช่วงนี้แล้วล่ะก็ แน่นอนว่าการลุ้นแชมป์ของพวกเขาจะผงาดขึ้นเป็นหัวเรื่องหลักของสื่อดังที่ต้องพูดถึงในช่วงปีใหม่อย่างแน่นอน

เพียงแต่ตอนนี้งานของคอนเต้คือ หาระบบที่ดีที่สุดให้กับทีมและปลุกชีพทัพไก่เดือยทองออกมาให้ได้มากที่สุด ปัญหาใหญ่ของพวกเขาคือเกมรับที่ดูจะต้องมีการปรับให้แข็งแกร่งมากกว่านี้ เพื่อที่จะทำให้เกมรุกทำงานได้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ตามเชื่อได้เลยว่าคอนเต้ที่ทำทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพมาได้ตลอดไม่ว่าจะไปคุมทีมไหน เขาจะดึงศักยภาพของลูกทีม และเก็บคะแนนไล่บี้จ่าฝูงทำให้พรีเมียร์ลีกในปีนี้ให้ดูน่าตื่นเต้นขึ้นมาอีกระดับได้อย่างแน่นอน

(Source – wp.com)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เหล่าสาวกอสูรแดงมีเฮได้อีกครั้งหลังจากข่าวกระแสแรงและน่าจะเป็นจริงเมื่อ ราล์ฟ รังนิก ยอดกุนซือจากเมืองเบียร์จะเข้ามากุมบังเหียนชั่วคราวให้กับปีศาจแดงอย่างน้อย 6 เดือน(พ่วงด้วยตำแหน่งที่ปรึกษาหลังจากพ้นตำแหน่งกุนซือชั่วคราว 2 ปี) หากใครยังไม่รู้จักเขา จะขออธิบายสั้นๆว่า “เดอะโปรเฟสเซอร์” ผู้เปลี่ยนโฉมหน้าวงการฟุตบอลอีกคนหนึ่ง เขาคือกุนซือสายเพลสซิ่งและเป็นผู้คิดค้น ”เกเก้นเพลสซิ่ง” ที่เหล่ายอดกุนซือในปัจจุบันนำมาปรับใช้กันอย่างแพร่หลาย ราล์ฟ รังนิกคุมทีมมามากมายและทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งฮอฟเฟ่นไฮม์และชาลเก้ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นการคุมไลป์ซิก เขาทำทีมมาจากดิวิชั่นล่างสุด และตอนนี้ผงาดอยู่บนหัวตารางเวทีสูงสุดของลีกเมืองเบียร์ หากดูจากแพชชั่นของกุนซือรายนี้ บอกได้คำเดียวว่าแมนฯ ยูไนเต็ดกำลังจะกำเนิดใหม่อีกครั้งแน่ แต่ก็ยังมีคำถามอีกมากมายในการผลักดันนักเตะซุปตาร์ในทีมของอสูรแดงให้วิ่งกันหน้าทิ่มได้อย่างไร และอุดรอยรั่วในแผงหลังของยูไนเต็ดกลับมาแข็งแกร่งได้

เมื่อดูจากเกมล่าสุด แมนฯ ยูไนเต็ดที่แม้จะใช้กุนซือขัดตาทัพอย่างไมเคิล คาร์ริคและเอาชนะบียาร์รีลอัลมาได้ในเกมแชมเปี้ยนลีก จนสามารถเข้ารอบต่อไปได้แน่นอนแล้ว แต่เมื่อดูจากรูปเกมแล้ว ก็ยังถือว่าต้องปรับปรุงอีกเยอะเพื่อยกระดับกลับมาเป็นทีมท็อปอีกครั้ง ราล์ฟ รังนิกดูจะเป็นคำตอบที่ครอบคลุมทุกปัญหาได้เป็นอย่างดี เพราะดูเหมือนแมนฯยูไนเต็ด ขาดความเคี่ยวในการลงสนามมานับตั้งแต่ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสันเกษียณอายุไป ในข่าวดูเหมือนราล์ฟจะได้มาคุมทัพนัดเจอกับอาร์เซน่อล ก็ดูเหมือนจะไม่ยุ่งยากเท่าไหร่แล้ว กับโปรแกรมการแข่งของทีม เพราะในเกมล่าสุดที่จะถึงต้องเจอกับสิงห์บูล เชลซี นอกจากนั้นก็ไม่ใช่ทีมใหญ่มากแล้ว

แต่สิ่งสำคัญของแมนฯ ยูไนเต็ดในตอนนี้ คือความน่าตื่นตาตื่นใจจากการมาของ ราล์ฟ เขาจะทำให้นักเตะกลายเป็นปีศาจเพลิงได้จริงๆ เพราะลูกทีมทุกคนจะวิ่งกันหน้าตั้งไม่ต่างจากการเห็นทีมของบิเอลซ่าเล่น(ลีดส์ ยูไนเต็ด) ถือว่ามาได้จังหวะพอดิบพอดีในการต่อเติมฝันให้แฟนบอลเรด อาร์มี่ได้มีใจลุ้นแชมป์ต่อในปีนี้ และนี่คือความหวังใหม่ของสาวกปีศาจแดงแน่นอน

และนี่คือ 2 ทีมที่ถูกหมายตาว่าจะกลับมาชิงบัลลังค์ได้อย่างสนุกในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ ไม่อย่างนั้น จะเหลือเพียงเชลซี แมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูล ที่จะเป็นผู้ชิงแชมป์ในปีนี้แน่นอน

Meru Meru

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save