มิตรรัก นักแฟนตาซียูโร : ตัวเด็ดร่วงระนาว! จะมีตัวช่วยหรือไม่มี ลุยต่อยังไงมาดู! - The Macho
 
มิตรรัก นักแฟนตาซียูโร : ตัวเด็ดร่วงระนาว! จะมีตัวช่วยหรือไม่มี ลุยต่อยังไงมาดู!

จบรอบ 16 ทีมสุดท้าย หรือ Matchday 4 ไปเรียบร้อย เรียกว่ากุนซือแฟนตาซีจุกกันระนาว เพราะมีหลายทีมที่คาดหวังระยะยาวร่วงตกรอบไป เน้นๆ ก็คงเป็นฮอลแลนด์ และฝรั่งเศส เมื่อบวกกับโปรตุเกส, เยอรมัน, สวีเดน เล่นเอาหลายคนกุมขมับ

นอกจากทีมมหาชนฮอลแลนด์ แชมป์โลกฝรั่งเศส ก็เจอทีเด็ดสวิสเขี่ยตกรอบไปด้วย
(Source : Eurpsport)

เหมือนที่ผ่านมา เราจะพูดถึงเคสที่ทั้งมีตัวช่วย และไม่มีตัวช่วย กันทั้ง 2 ส่วน โดยเฉพาะคนที่ไม่มีตัวช่วยแล้ว อย่างที่แชร์ไปว่า รอบน็อคเอาท์จะสุ่มเสี่ยงมาก กับการพลิกล็อคจนทีมที่ไว้ใจกระเด็นตกรอบไป ซึ่งก็เป็นความเสียหายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในส่วนของคนมีตัวช่วย อย่างผมที่เหลือ Wildcard อันที่จริงอยากใช้ในรอบรองชนะเลิศ (Matchday 6) ด้วยซ้ำ เพราะรอบ 8 ทีม จะมีหลายแมทช์ที่ก้ำกึ่ง และคาดเดาตัวเข้ารอบต่อไปยาก แต่ในเมื่อสถานการณ์รอบ 16 ทีมเป็นแบบนี้ เราก็มีหน้าที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ดีที่สุดต่อไป รายละเอียดทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ไปไล่ติดตามกันเลยฮะ

สรุปผลประกอบการ

วันสุดท้ายมีสโตนส์ และฟอร์สเบิร์ก ช่วยทำให้คะแนนพอไปวัดไปวาได้
(Source : UEFA)

คะแนน Matchday 4 : 56 คะแนน
คะแนนรวม : 238 คะแนน

อันดับโลก : 80,634 (ขึ้นมาจาก 101,175)
อันดับไทย : 315 (ขึ้นมาจาก 371)
อันดับ The.Macho EURO League : 128 (ขึ้นมาจาก 140)

การมี unlimited transfer เป็นดาบสองคมอย่างที่เคยพูดถึงใน EP ที่แล้วนะฮะ โดยทีมที่ผมเลือก ผมก็พยายามเลือกนักเตะ ที่ควรจะได้ไปต่อในรอบ 8 ทีม หรือ Matchday 5 เพราะผมเองเหลือแค่ Wildcard การใช้ในรอบ 8 ทีม ก็ยังสุ่มเสี่ยงที่จะมีตัวตกรอบไปอีก

ฟอร์สเบิร์กโชว์ฟอร์มเด็ด ยิงประตูที่ 4 ของตัวเอง แต่สุดท้ายสวีเดนก็ตกรอบไปซะแล้ว
(Source : Goal.com)

อย่างไรก็ดี ตัวที่คิดว่าอยู่ยาวได้แน่ เช่น การอัดฮอลแลนด์ 4 ตัว หรือการมีตัวฝรั่งเศส กลับกลายเป็นร่วงตกรอบไปกันหมด ผสมกับฟอร์สเบิร์ก, เปริซิซ (รายนี้หนักตรงเป็นโควิด ไม่ได้ลุ้นแต้มเลย), โรนัลโด้ เท่ากับผมมีตัวตกรอบ 8 ตัวแน่ะ

ความจริงคะแนนวันแรกๆ ถือว่าแย่มาก เพราะเลือกอิมโมบิเล่ มาแทนเบนเซม่า และเปริซิซ มาแทนซาราเบีย ยังดีที่ฟอร์สเบิร์ก และสโตนส์ มาเก็บแต้มวันสุดท้ายได้โอเค เลยทำให้อันดับขยับขึ้นมาเล็กน้อย

แนวคิดสำหรับ Matchday 5

เหมือนเช่นเดิมครับ ผมจะแบ่งเคสเป็นกรณีมีตัวช่วย และไม่มีตัวช่วยแล้ว เพราะคาดว่ากุนซือแต่ละท่านเจอสถานการณ์ไม่เหมือนกัน ใครเจอแบบไหน ก็ลองเสพข้อมูลที่เตรียมมาเพื่อปรับให้เข้ากับทีมของคุณครับ

[กรณีเหลือตัวช่วย]

เคสนี้ขอพูดรวมไปเลย ทั้งคนที่เหลือตัวช่วยทั้ง 2 อัน และเหลือตัวช่วยอันเดียว (เหลืออันเดียว ผมจะโฟกัสที่เหลือ Wildcard เนอะ น่าจะมีมากกว่า) โดยจะพยายามตอบคำถามให้ได้ไอเดียไปจัดแจงทีมกันต่อ

เหลือ 2 ตัวช่วย ใช้อะไรก่อนดี?

คำถามนี้น่าจะถูกถามกันเยอะสำหรับใครที่เหลือตัวช่วยครบมือ ซึ่งโดยธรรมชาติของ Wildcard และ Limitless ส่วนตัวผมมองว่าต้องใช้ Limitless ก่อน และตามด้วย Wildcard ใน Matchday ต่อไปทันที จะเหมาะสมที่สุด

ในหน้า Transfer จะแสดงสถานะตัวช่วยที่มีให้ดูชัดเจน อย่าลืมวางแผน
(Source : UEFA)

ที่แนะนำแบบนั้น เพราะ Limitless จะทำให้ทีมเรากลับมาเหมือนเดิมหลังผ่าน MD ที่ใช้ไป ดังนั้นรอบน็อคเอาท์มีโอกาสทำให้นักเตะบางราย (หรือหลายราย) ที่ตกรอบ เด้งกลับมาเต็มทีมใน MD ต่อไป ดังนั้นการใช้ Limitless ก่อน แล้วต่อด้วย Wildcard ทันที จึงเปรียบเหมือนการจัดทีมได้แบบ unlimited transfer ถึง 2 จาก 3 MD ที่เหลือ ค่อนข้างจัดการสบาย

โดยการใช้ที่เหมาะที่สุด น่าจะเป็น Limitess กับ MD5 และ Wildcard ต่อใน MD6 เพราะรอบชิงเรามี Free Transfer อยู่ 5 ตัว และนักเตะคิดคะแนนแค่ 11 ตัว (นัดชิงเตะนัดเดียวจบ) ดังนั้นเราน่าจะจัดแจงการเปลี่ยนตัวได้ไม่ยากกับ MD7

เหลือ Wildcard ใช้เมื่อไหร่ดี?

ความจริงถ้าสามารถจัดการทีมสำหรับเล่น Matchday 5 ได้พอ การใช้ Wildcard ใน MD6 น่าจะดีที่สุด เพราะรอบ 8 ทีม อาจเจอผลการแข่งขันที่ยากคาดเดาอยู่ อย่างไรก็ดี ด้วยเหตุการณ์ใน MD4 ที่โหดร้าย ทำให้เลี่ยงจะใช้ Wildcard กับ MD5 ยาก

หากใช้ Wildcard การเลือกนักเตะจากแมทช์ที่สูสี ย่อมต้องประเมินให้ดี
(Source : FootTheBall)

ข้อดีสำคัญของการใช้ Wildcard ใน MD5 คือความได้เปรียบเหนือคนที่ไม่เหลือตัวช่วยแล้ว เพราะบางคนเหลือนักเตะไม่ตกรอบแค่ 7-8 คนเท่านั้น ใช้ Free transfer หมด ก็มีนักเตะไม่ครบ จะติดลบเยอะ ก็ไม่คุ้ม ดังนั้นใครที่เหลือตัวช่วย ใช้ความได้เปรียบตรงนี้ซะ

อย่างไรก็ดี ต้องไม่ลืมกะเก็งตัวเข้ารอบต่อไปไว้ด้วย ถ้าเลือกแม่น ก็ยิ่งทำให้เราได้เปรียบในรอบรองชนะเลิศ (MD6) ไปด้วยในตัว

กลยุทธ์เลือกตัวเมื่อเหลือแค่ Wildcard

หนทางที่เหลืออยู่ ยังถือว่าสุ่มเสี่ยง เพราะ MD5 และ 6 จะมีทีมตกรอบไปทีละครึ่งโดยตลอด ยิ่งกับรอบ 8 ทีมสุดท้าย เบลเยียม-อิตาลี, เช็ก-เดนมาร์ก ผลอาจจะออกหน้าไหนก็ได้ ส่วนสวิส-สเปน และอังกฤษ-ยูเครน ดูเผินๆ ทีมใหญ่จะได้เปรียบ แต่ก็ประมาททีมรองบ่อนกว่าไม่ได้ รอบ 16 ทีมก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว

อังกฤษเป็นทีมยอดนิยมแน่นอนสำหรับคนใช้ Wildcard ลองประเมินว่าจะเลือกกี่ตัว
(Source : Sportskeeda)

กลยุทธ์ในการเลือกนักเตะสำหรับการใช้ Wildcard ใน MD5 จึงต้องประเมินให้ดี วิธีเบสิกคือเลือกทีมที่เข้ารอบให้ถูก อันนี้ก็แล้วแต่ความมั่นใจของแต่ละคน แต่ยังมีอีกวิธี นั่นคือการเลือกกระจายความเสี่ยง

ใน MD6 เราสามารถใช้ Free transfer ได้ 5 ตัว ดังนั้นเราอาจจะต้องเลือกตัวที่เข้ารอบต่อให้ถูกประมาณ 10 ตัว โดยหากมั่นใจกับทีมไหนเป็นพิเศษ เช่น อังกฤษ จะเลือก 3-5 ตัวก็แล้วแต่ แต่กับทีมที่ก้ำกึ่ง อย่างเดนมาร์ก, เช็ก, อิตาลี, เบลเยียม อาจจะเลือกแบบผสมผสานป้องกันไว้ เช่น มีทีมละไม่เกิน 2 ตัว เป็นต้น

การเลือกแบบกระจายความเสี่ยง ทำให้เรามีโอกาสเจอปัญหาตัวเล่นไม่ครบใน MD6 ได้น้อยลง และสามารถเลือกนักเตะที่ชนกันเองได้ หากเราประเมินแล้วว่าเราจะใช้ Free transfer จัดการได้

[กรณีไม่เหลือตัวช่วย]

เจอผลการแข่งขันจาก Matchday 4 ไป มันก็เลี่ยงยากแหละครับ ที่จะปวดหัวกับตัวที่เหลือเข้ารอบอยู่แค่ราวครึ่งทีมเท่านั้น และใน MD5 ก็มี Free transfer ให้ใช้แค่ 3 ตัวเท่านั้น

สิ่งแรกที่ต้องประเมินก่อนเลย ว่าเราซีเรียสกับคะแนนและอันดับมากแค่ไหน ใครที่ขับเคี่ยวกับเพื่อนในลีกย่อย หรือลุ้นรางวัลในลีกใหญ่ๆ ต้องระมัดระวังอย่าติดลบจนเกินไป ส่วนตัวผมมองว่ารับได้สูงสุดราว -4 หรือ -8 เท่านั้น

นักเตะเดนมาร์กน่าสนใจ แต่หากเทียบกับโอกาสตกรอบที่ก้ำกึ่ง ก็อาจจะไม่เหมาะในเคสนี้
(Source : FanDuel)

ทีนี้ ถ้าตั้งเกณฑ์ไว้ซัก -4 เท่ากับเราสามารถเปลี่ยนตัวได้ 4 ตัว จึงต้องมาลำดับความสำคัญให้ดี เพื่อจะมีตัวทำแต้มให้มากที่สุด โดยเราต้องทำหน้าที่หมอดูที่แม่นพอสมควร พยายามเลือกนักเตะที่น่าจะผ่านเข้ารอบรองฯ ไปให้ได้ ตัวไหนสุ่มเสี่ยง อาจจะต้องมองข้ามไปบ้าง

อย่างเช่น ถ้าเรามั่นใจอังกฤษมากๆ ก็อาจจะเลือกเอานักเตะสิงโตคำรามเข้ามา 2-3 คน และคาดหวังให้พวกเขาเข้ารอบต่อไป เพื่อเราจะได้เอาโควตา Free transfer ใน MD6 ไปใช้ปรับตัวที่ตกรอบ ที่ยังค้างอยู่ในทีม

กับ 3 FT ที่มี อาจจะประเมินยอมแค่ -4 แล้วเลือกถอดตัวราคาแพงมากกว่าออก
(Source : UEFA)

นอกจากจะต้องคาดเดาให้แม่นแล้ว สิ่งที่แนะนำคือเปลี่ยนตัวราคาแพงที่ตกรอบไปแล้วออกก่อน เพื่อให้เรามีงบประมาณไปหมุนเอานักเตะพรีเมียมที่มีลุ้นทำคะแนนเข้ามา เพื่อจะได้เลือกเป็นกัปตัน และลุ้นแต้มตรงนี้ไปแข่งกับคนที่มีตัวช่วยอยู่ในมือ

[ใบเหลืองคาดโทษ]

สิ่งที่หลายคนอาจจะมองข้าม นั่นคือการสะสมใบเหลือง และสุ่มเสี่ยงจะติดโทษแบน โดยยูโร 2020 จะล้างใบเหลืองกันหลังจบรอบ 8 ทีม หรือจบ Matchday 5 ดังนั้นระหว่าง MD1-5 หากใครโดนใบเหลืองครบ 2 ใบปุ๊บ จะโดนแบนในรอบต่อไปทันที

ใบเหลืองมีช่วงสะสมยาวมาก Matchday 1-5 ใครสะสมครบ 2 ใบ จะโดนแบนรอบต่อไป
(Source : 90Min)

รูปแบบการล้างใบเหลืองช้านี้ เหตุผลหลักคือความพยายามไม่ให้เกิดเหตุนักเตะต้องพลาดลงเล่นนัดชิงเพราะติดแบน (ยกเว้นจะโดนไล่ออกในรอบรองฯ) มันเลยทำให้ช่วงเวลาก่อนล้างใบเหลือง ค่อนข้างกว้างเอามากๆ นักเตะที่สะสมมาแล้ว 1 ใบ ก็ต้องระวังว่าโดนเพิ่มใน MD5 ซึ่งจะทำให้พลาดรอบรองฯ (MD6) ทันที

รายชื่อนักเตะที่ติดคาดโทษใบเหลืองอยู่ ก็มีหลายคนทีเดียว ขออนุญาตแปะลิงค์ทางการให้ไปดูต่อ ตามไปโดย >> คลิกที่นี่ได้เลย <<

แนะนำทีเด็ด

เนื่องจากเข้าสู่รอบลึกขึ้นอีกขั้นแล้ว ดังนั้นผมคงไม่แบ่งการแนะนำนักเตะออกเป็นเคสๆ เหมือนใน EP ก่อนหน้า ขอแนะนำนักเตะที่เห็นว่าน่าเลือกสำหรับ Matchday 5 ไปเลย โดยจะระบุให้ในรายละเอียดอีกที ว่าตัวไหนหวังถือยาว หรือตัวไหนหวังฉาบฉวย

ผู้รักษาประตู
จอร์แดน พิคฟอร์ด (อังกฤษ / 5.7 ล้านยูโร)

(Source : England)

ผู้รักษาประตูหลัก คงหลีกเลี่ยงแนะนำพิคฟอร์ดไม่ได้ เพราะนอกจากผลงานส่วนตัว และเกมรับที่ยังไม่เสียประตูในทัวร์นาเมนท์นี้แล้ว การเจอกับยูเครน ที่ “สิงโตคำราม” เป็นต่อพอควร ย่อมหวังผลถึงการเข้ารอบต่อไปค่อนข้างชัดเจนด้วย

สิ่งที่ยูเครนเผชิญมาในรอบ 16 ทีม คือการใช้แรงบดกับสวีเดนอย่างหนัก นักเตะพวกเขาก็เป็นประเภทไม่ได้ฟิตเต็มถังตลอดอยู่แล้ว ยาเร็มชุคเองก็ฟอร์มดร็อปลงไปมาก ยาร์โมเลนโก้น่ากลัว แต่ก็มีปัญหาความฟิต เหตุเหล่านี้ล้วนเพิ่มโอกาสเก็บคลีนชีตของอังกฤษทั้งสิ้น

กองหลัง
ลุค ชอว์ (อังกฤษ / 6.1 ล้านยูโร)

(Source : TEAMtalk)

ถึงตัวที่ผมเลิฟและใช้มาตลอดจะเป็นสโตนส์ เพราะค่อนข้างมั่นใจการยึดตัวจริง และการขึ้นไปลุ้นเซ็ตพีซ แต่พอดูฟอร์มของชอว์ที่ได้รับโอกาสต่อเนื่องแล้ว ก็คงต้องแนะนำแบ็คซ้ายจากแมนฯ ยู เพราะนอกจากจะยึดตำแหน่งตัวจริงถาวร ยังมีส่วนกับเกมรุกสม่ำเสมอ

ด้วยโปรแกรม และเหตุผลในการเจอยูเครน ที่พูดไปแล้วด้านบน จะเสริมก็ตรงที่เขาสามารถเล่นได้ดีทั้งระบบกองหลัง 3 ตัว หรือ 4 ตัว โอกาสจะโดนดร็อปจากตัวจริงน่าจะเป็นไปได้ยาก ขออย่างเดียวอย่าให้มีอาการบาดเจ็บมาขัดฟอร์มที่กำลังดีก็แล้วกัน

โยอาคิม เมห์เล่ (เดนมาร์ก / 4.7 ล้านยูโร)

(Source : Twitter)

ตัวฮ็อตฮิตติดทีมใครหลายคนอยู่แล้ว โดยเมห์เล่โชว์ฟอร์มเด่นขึ้นกว่าเดิม หลังทีมปรับมาใช้ระบบกองหลัง 3 ตัว ที่เปิดโอกาสให้เขาเติมเกมบุกได้สะดวกโยธิน และยิงประตูได้ใน 2 นัดล่าสุด เกมกับเช็กที่ไม่ได้มีจุดเด่นด้านเกมรับ จึงน่าจะได้ลุ้นต่ออีก

ข้อควรระวังของเมห์เล่ คือความมั่นใจของเช็กเองก็ไม่ธรรมดา ดังนั้นโอกาสที่ “โคนม” จะโดนยิงประตู หรือถึงขั้นร่วงตกรอบก็มีไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้นใครอยากจะเลือกเมห์เล่ ก็ต้องลุ้น attacking return และอาจจะต้องคิดเผื่อหากพลาดพลั้งตกรอบไปด้วย

กองกลาง
แฟร์ราน ตอร์เรส (สเปน / 8.1 ล้านยูโร)

(Source : AS)

ความจริงตัวยอดนิยมคงเป็นสเตอร์ลิง ที่ยิงไป 3 ประตูแหละ แต่ต้องไม่ลืมว่าเพื่อนร่วมทีมแมนฯ ซิตี้ อย่างแฟร์ราน ก็กลับมาเรียกฟอร์มเก่งได้เช่นกัน ยิงมา 2 นัดติดๆ และเริ่มแสดงให้เห็นว่าเขาคู่ควรสตาร์ทเป็นตัวจริง

เทียบกับเพื่อนร่วมทีมอย่างซาราเบีย ตัวแฟร์รานอาจจะราคาแพงกว่าพอสมควร แต่ด้วยคุณภาพที่เล่นเกมรุกชัดเจนกว่า น่าจะมีลุ้นทั้งยิง และจ่าย โดยคู่แข่งอย่างสวิส ต้องขาดกำลังหลักที่คอยช่วยสกรีนเกมรุกฝั่งตรงข้ามอย่างชาก้าไป เกมรุกสเปนจึงน่าจะเล่นง่ายขึ้น

ราฮีม สเตอร์ลิง (อังกฤษ / 9.7 ล้านยูโร)

(Source : CGTN)

พูดถึงชื่อราฮีมไปแล้ว จะไม่แนะนำเขาก็คงไม่ได้ เพราะแม้จะโดนแซวเยอะว่าฟอร์มห่วยยังไงก็ได้ลง แต่ตัวเขาเองก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นตัวสร้างมิติที่แตกต่างในแนวรุกของ “สิงโตคำราม” ได้จริงๆ ไม่มีเขาจะยิ่งทำให้ทีมเล่นยากขึ้นไปอีก

ความจริงคุณภาพของกรีลิช เป็นอีกตัวที่น่าแนะนำ แต่มันสุ่มเสี่ยงเกินไปที่จะถูกเซาธ์เกต ดร็อปเป็นแค่ตัวสำรองอีก ราฮีมจึงเป็นกองกลางของอังกฤษที่น่าเลือกที่สุด และคาดหวังให้เข้ารอบลึกต่อไปได้ด้วย

เฟเดริโก้ เคียซ่า (อิตาลี / 7.0 ล้านยูโร)

(Source : 90Min)

เสี่ยงอย่างที่สุดที่แนะนำเคียซ่าแหละ แต่ก็มั่นใจลึกๆ ว่าเขาอาจจะได้โอกาสลงเป็นตัวจริง หลังทำผลงานในนัดล่าสุดได้ดี เป็นคนยิงประตูปลดล็อคให้ทีมออกนำออสเตรีย รวมทั้งฟอร์มของเบราร์ดี้เองก็ดร็อปไปเยอะในนัดเดียวกัน

พูดว่าเป็นความเสี่ยง ใครอยากจะลองเลือกเคียซ่า ก็คงต้องประเมินให้ดีว่าตัวอื่นพร้อมลงเล่น และมีลุ้นเข้ารอบเป็นหลักอยู่แล้วมั้ย ให้เคียซ่าเป็นกำลังเสริม ผมว่าเป็น differential ที่น่าสนใจทีเดียว

กองหน้า
แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก (เดนมาร์ก / 7.0 ล้านยูโร)

(Source : Moneycontrol)

การพบกันระหว่างเดนมาร์กกับเช็ก หลายคนคงมองไปที่ชิค ที่ร้อนแรงยิงไปแล้ว 4 ประตู แต่ผมชอบดอลเบิร์กของฝั่งเดนมาร์กมากกว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงบ้างเหมือนกัน หากโพลเซ่น เจ้าของตำแหน่งเดิม สามารถเรียกความฟิตกลับมาได้ทัน

เกมรุกของเดนมาร์กดูเป็นธรรมชาติดี พวกเขาสร้างโอกาสจบสกอร์ได้ติดระดับท็อปในยูโรหนนี้เลย ดอลเบิร์กเองรอโอกาสมายาวตั้งแต่รอบแรก พอได้โอกาสก็แสดงคุณภาพออกมาได้เยี่ยม ถึงการเจอกับเช็กจะก้ำกึ่งสูสี แต่คิดว่า “โคนม” จะยิงเช็กได้บ้างแน่นอน

The.Macho EURO League

ความสนุกในการห้ำหั่นทำคะแนนของ The.Macho EURO League ยังคงเร้าใจตลอด โดยหลังจากจบ Matchday 4 ที่แต้มเฉลี่ยไม่สูงกันมากเท่าไหร่ จ่าฝูงเปลี่ยนมือเป็น “Athena Owl” เรียบร้อย หลังเก็บเพิ่ม 64 คะแนน สะสมแต้มรวมเป็น 290 คะแนน โดยมี “knot” และ “woodygg” ไล่หลังมาแค่แต้มเดียว

ตารางคะแนน The.Macho EURO League หลังจบ Matchday 4
(Source : UEFA)

รอบ 16 ทีมสุดท้าย หรือ MD4 ทาง “Athena Owl” ได้ทีเด็ดจากกัปตันเบนเซม่า, ซาราเบีย, ฟอร์สเบิร์ก, เมห์เล่ และถึงจะมีนักเตะตกรอบในทีมถึง 8 ตัว แต่เขายังมี Wildcard ในมือ น่าสนใจว่าจะใช้เลยมั้ย และจะจัดตัวในรอบ 8 ทีมอย่างไร

กัปตันเบนเซม่า ทำหน้าที่ส่งท้ายก่อนตกรอบไป เก็บได้ 10×2 = 20 คะแนน
(Source : UEFA)

ยูโร 2020 รอบ 8 ทีม จะลงเล่นกันในดึกคืนวันศุกร์ และเสาร์ ตามเวลาบ้านเรา การแบ่งวันก็จะมี 2 วันตามนี้ ดังนั้นอาจจะไม่ต้องไปพะวงว่าจะต้องกระจายให้ครอบคลุมวันมาก โฟกัสที่การคาดเดาทีมเข้ารอบจะมีความสำคัญกว่า

และในส่วนการจัดทีมของผม ยังไงจะแชร์ให้ได้ทราบที่กลุ่มเฟซบุ๊คเหมือนเดิม นอกจากนั้นเรายังจะมีการพูดคุยกันใน Clubhouse ด้วย โดยจะเป็นคืนวันพฤหัส (1 ก.ค.) เวลา 20.00 น. เข้ามาฟัง และร่วมแชร์ไอเดียกันได้ เผื่อจะช่วยทุกท่านจัดตัว Matchday 5 ได้ไม่มากก็น้อย ยังไงขอให้จัดเข้าเป้า โชคดีครับ
กลุ่มเฟซบุ๊ค >> คลิกที่นี่ <<
กลุ่มแชทใน LINE OpenChat >> คลิกที่นี่ <<

Picture : UEFA, Eurosport, Goal.com, FootTheBall, Sportskeeda, FanDuel, 90Min, England, TEAMtalk, AS, CGTN, Moneycontrol

rocketseer

ทำงาน Sports content | บ้าบอล-เป็น The KOP | (เคย)บ้าดูหนัง-(เคย)ทำเพจหนัง | อยู่บ้านนาน ก็ชักเป็นบ้า!

บทความที่เกี่ยวข้อง