มิตรรัก นักแฟนตาซียูโร : แนะนำเทคนิคจัดทีม พร้อมข่าวดี! เปิดจอยลีก ลุ้นของรางวัลใหญ่! - TheMacho
 
มิตรรัก นักแฟนตาซียูโร : แนะนำเทคนิคจัดทีม พร้อมข่าวดี! เปิดจอยลีก ลุ้นของรางวัลใหญ่!

หลังเขียนบทความเกี่ยวกับยูโร 2020 ไปแล้ว 2 บทความ
-> อันแรกเป็นการแนะนำให้รู้จักทัวร์นาเมนท์ยูโร 2020 โดยภาพรวม >> คลิกไปอ่านที่นี่ <<
-> อันที 2 เข้าสู่เรื่องราวแฟนตาซี ยูโร 2020 กับวิธีการเล่น และกฎ-กติกาอย่างละเอียด >> คลิกไปอ่านที่นี่ <<

ยูโร 2020 เตรียมลงฟาดแข้งคืนวันศุกร์นี้ (11 มิ.ย.) ด้วยแมทช์เปิดสนามที่อิตาลี
(Source : Wanted in Rome)

บทความนี้ก็ถึงคราวลงลึกถึงเทคนิคการจัดตัวกันบ้าง เพราะดึกคืนวันศุกร์นี้ (ตามเวลาบ้านเรา) ยูโร 2020 ก็จะเริ่มโม่แข้งกันแล้ว เริ่มด้วยคู่เปิดสนามระหว่างอิตาลี-ตุรกี ที่กรุงโรม ดังนั้นทีมของคุณควรจะมีไอเดียในการจัดพอสมควรแล้ว เนื่องจากเหลืออีกแค่ไม่กี่วันก็จะเดดไลน์ Matchday 1

ใครที่ยังลังเลอยู่ ว่าจะเล่นดีหรือเปล่า ผมมีข่าวดีมาบอกเพิ่มเติม ว่าทาง The Macho จะมีการจัดลีกชิงรางวัลมาให้ได้สนุกกันเพิ่มเติมด้วย รายละเอียดเบื้องต้นติดตามได้ในช่วงท้ายบทความนี้ จะแชร์โค้ดจอยลีก ไว้ให้ทราบกันด้วย

ใครยังไม่ตัดสินใจลองเล่น มาเปลี่ยนโหมดเลือกนักเตะชื่อดังจากนานาชาติบ้างก็สนุกดีนะ
(Source : UEFA)

เอาล่ะ! กลับมาเข้าเรื่องการจัดทีมของแฟนตาซียูโร 2020 กันดีกว่า ย้ำอีกทีว่ารูปแบบการเล่นนั้นมีความแตกต่างจาก FPL พอสมควร ดังนั้นอยากให้เข้าใจรูปแบบ และกฎ-กติกาให้ครบถ้วนก่อน จะได้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้นเมื่อเราพูดคุยเรื่องเทคนิคจัดตัวต่างๆ สามารถย้อนไปอ่านตามที่แจ้งไว้ด้านบนได้นะครับ สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจ

ภาพรวมทัวร์นาเมนท์

ก่อนจะถึงเรื่องรายละเอียดการจัดตัว อยากให้เข้าใจภาพรวมก่อน ว่าแฟนตาซียูโร 2020 นั้นมีเพียง 7 Matchday เท่านั้น โดยแบ่งออกเป็นรอบแบ่งกลุ่ม ที่เราทราบโปรแกรมแน่นอนแล้ว Matchday 1-3 ก่อนคั่นด้วยการเปลี่ยนตัว unlimit (เปรียบเสมือน Wildcard) ก่อนที่ Matchday 4-7 จะเป็นรอบน็อคเอาท์ ซึ่งแต่ละรอบทีมจะลดลงครึ่งนึงตลอด 16-8-4-2 ทีม ตามลำดับ

จบรอบแบ่งกลุ่ม (Matchday 3) จะให้เปลี่ยนตัว Unlimit เหมือนได้ WC แถม

ดังนั้นเราสามารถแบ่งการวางแผนเป็น 2 ช่วงได้เลย นั่นคือ Matchday 1-3 และ Matchday 4-7 โดยสามารถโฟกัสไปที่รอบแบ่งกลุ่ม (รอบแรก) ก่อนได้เลย ว่าจะจัดตัวแบบไหนให้ดีที่สุด เพราะระหว่าง Matchday 1-3 เราจะมี Free Transfer ได้แค่ 2 ครั้งต่อ Matchday เท่านั้น

ตัวช่วยที่มี

แม้จะเพิ่งบอกไปว่าสามารถแบ่งการวางแผนออกเป็น 2 ช่วง ไปด้านบน แต่มีอีกสิ่งนึงที่อาจจะต้องเอามาคำนึงถึงภาพรวมยาวๆ ตลอด 7 Matchday ด้วย นั่นคือ “ตัวช่วย” หรือ “Chips” เพราะมันช่วยทำให้คุณวางเป้าหมายในภาพรวมได้ดีขึ้น

หากตัด Matchday 1 และ 4 ไป จะมีเพียง 5 สล็อต ที่คุณจะหยอดตัวช่วย 2 ตัว ลงไป

ตัวช่วยที่มีคือ Wildcard และ Limitless อย่างละ 1 ครั้ง โดยมีช่วงเปลี่ยนตัวทั้งหมด 5 ช่วงให้คำนึงถึง เพราะ ก่อน Matchday 1 และ 4 เราเปลี่ยนตัวได้ unlimit ดังนั้นมันจะมี gap แค่ Matchday 1 ไป 2, 2 ไป 3, 4 ไป 5, 5 ไป 6 และ 6 ไป 7 เท่านั้น ที่จะใช้เลือกใช้ตัวช่วยที่เรามี

พอมันมี Matchday ให้คำนึงถึงในการหยอดตัวช่วยลงไปแค่ไม่กี่ช่วง การวางแผนใช้ไว้ก่อน ก็จะทำให้เราเตรียมทีมได้ตรงเป้ามากขึ้นแน่นอน

ธรรมชาติของแต่ละ Matchday

ผมคงไม่อยากมากะเกณฑ์ว่าคุณควรใช้ Wildcard และ Limitless เมื่อไหร่ แต่คงจะให้ข้อมูลแก่คุณมากกว่า ว่าธรรมชาติของแต่ละ Matchday นั้นเป็นอย่างไร เผื่อจะได้เห็นภาพและวางแผนที่จะใช้ได้ชัดขึ้น

Matchday 1-3 ทราบโปรแกรมแล้ว สามารถวางตัวเมเจอร์ที่มีโปรแกรมน่าสนใจลงมาได้เลย
(Source : Sky Sports)

Matchday 1 : เป็นแมทช์ที่ทุกทีมอยากเก็บผลที่ดีประเดิมแน่นอน แต่ปัญหาคือเราอาจจะคาดเดาการจัดตัวนัดแรกของแต่ละชาติได้ยากพอควร ดังนั้นคุณอาจจะต้องพยายามเลือกตัวที่ชัวร์หน่อย โดยเฉพาะตัวทำคะแนนหลัก ที่น่าจะต้องคาดหวังไปตลอด Matchday 1-3

Matchday 2 : แน่นอนว่าทุกทีมจะยังต้องใส่เต็มแน่นอน ไม่ว่าผลนัดแรกจะเป็นอย่างไร ทีมที่เก็บชัยชนะมาได้ โอกาสจะเปลี่ยนทีมก็อาจจะน้อย กลับกันทีมที่ผลงานไม่เด่น ตัวที่เล่นไม่ออกนัดแรก หรือโดนเปลี่ยนตัวเร็ว ก็อาจจะโดนดร็อปบ้าง ในนัดที่ 2

Matchday 3 : เราอาจจะคุ้นเคยกับการที่มีบางทีมเข้ารอบไปแล้ว หรือตกรอบไปแล้ว เลยอาจจะโรเตชันมโหฬารในนัดที่ 3 แต่ต้องไม่ลืมว่ายูโรมีการคัดเอาอันดับที่ 3 ที่ดีที่สุด 4 จาก 6 กลุ่มเข้ารอบด้วย ดังนั้นแทบทุกทีมยังมีลุ้นเข้ารอบถึงนัดสุดท้าย ส่วนที่ทีมที่ชนะรวดมา 2 นัดแรก อันนี้ก็อาจจะต้องทำใจ หากจะมีการโรเตชันบ้าง เพื่อรักษาความฟิตของนักเตะตัวหลัก

รอบน็อคเอาท์ ตั้งแต่ Matchday 4 เป็นต้นไป อาจจะเห็นยักษ์ชนยักษ์มากขึ้นเรื่อยๆ
(Source : Kick Daddy)

Matchday 4 : แม้ก่อนจะเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ เกมจะให้ Wildcard ฟรีสำหรับการจัดตัว แต่ต้องไม่ลืมว่า หลังจากรอบนี้ ทีมทั้งหมด 16 ทีม จะหายแว้บไปครึ่งนึง และเรามี Free Transfer สำหรับ Matchday 5 แค่เพียง 3 ครั้ง ดังนั้นการคาดเดาทีมที่เข้ารอบจึงมีความสำคัญไม่น้อย

Matchday 5-7 : ขอเขียนรวมไปเลย เพราะรูปแบบจะคล้ายคลึงกัน นั่นคือทีมจะหายไปทีละครึ่งนึงตลอดจนนัดชิงชนะเลิศ พร้อมกับมี Free Transfer อย่างละ 5 ครั้งสำหรับ Matchday 6 และ 7 ถ้าเทียบจากตัวทั้งหมดในทีมเรา 15 ตัว ก็คือแค่ 1 ใน 3 เท่านั้นเอง

ธรรมชาติของ Matchday ต่างๆ จะช่วยให้เราวางแผนใช้ตัวช่วยทั้ง 2 ตัวได้ดีขึ้น
(Source : UEFA)

พอเห็นธรรมชาติของแต่ละ Matchday แล้ว เราจะสามารถวางแผนการใช้ตัวช่วยได้ชัดเจนขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากคุณคิดว่ารอบน็อคเอาท์อาจจะคาดเดาได้ยากว่าทีมไหนจะผ่านเข้ารอบได้บ้าง ก็อาจจะเก็บ Wildcard ไว้ใช้หลัง Matchday 4 เพื่อจะได้ไม่ต้องกังวลชาติที่ตกรอบไปครึ่งต่อครึ่ง

หรือหากคิดว่า Matchday 3 ลำพังการจัดตัวต่อเนื่องมาจาก Matchday 1-2 จะมีตัวลงเล่นครบได้ยาก โดยเฉพาะหากทีมใหญ่ๆ คว้าชัย 2 นัดรวด แล้วโรเตชันตัวในนัดที่ 3 ก็อาจจะเลือกใช้ Limitless เพื่อจัดเต็มกับทีมที่ยังต้องการชัยชนะในนัดสุดท้าย เป็นต้น

เอกลักษณ์ของแฟนตาซียูโร

สิ่งที่ต้องไม่ลืมต่อไป นั่นคือเอกลักษณ์ที่ทำให้แฟนตาซียูโรมีเทคนิคการจัดแจงที่แตกต่างจาก FPL ซึ่งจะมีอยู่ 2 เรื่องหลักๆ นั่นคือ เดดไลน์พร้อมเวลาคิกออฟ และการสามารถสลับตัวได้ทุกวัน

เดดไลน์ชนคิกออฟเลย

เดดไลน์การเปลี่ยนตัว (Transfer) ของแฟนตาซียูโร แต่ละ Matchday จะสิ้นสุดพร้อมคู่แรกของ Matchday นั้นคิกออฟเลย นั่นคือคุณสามารถเช็ครายชื่อตัวจริงของแมทช์แรกได้สบายก่อนการจัดทีมของคุณ

ทั้งเดดไลน์การเปลี่ยนตัว และสลับตัว จะจบพร้อมแมทช์แรกคิกออฟเลย
(Source : UEFA)

ตัวอย่างง่ายๆ จากรอบแรก Matchday 1 คุณสามารถทราบรายชื่อตัวจริงของตุรกี-อิตาลีได้ก่อนเดดไลน์ ดังนั้นใครอยากเลือก 2 ทีมนี้ รอรายชื่อก่อนเลย, Matchday 2 จะเป็นฟินแลนด์-รัสเซีย และ Matchday 3 ซึ่งกลุ่มเดียวกันต้องเตะพร้อมกัน คุณจะเห็นรายชื่อของกลุ่ม A ก่อนถึง 4 ทีม (สวิส, ตุรกี, อิตาลี, เวลส์)

การสลับตัวได้ทุกวัน

ส่วนเรื่องของการสลับตัว (Substitution) อย่างที่อธิบายไปใน EP ที่แล้ว คุณสามารถปรับทีมด้วยตัวที่คุณมีในทีม เพื่อสลับเอาตัวที่ยังไม่ลงเล่น ขึ้นมาแทนตัวที่ลงเล่นไปเรียบร้อยแล้ว และคุณไม่พึงพอใจคะแนนที่ได้

เทคนิคสำคัญของแฟนตาซียูโร คือการสลับตัวที่ยังไม่ลงเล่น ขึ้นมาแทนตัวคะแนนแย่
(Source : UEFA)

ประโยชน์เบื้องต้นของการสลับตัวคือการจัดแจง 15 ตัวในมือให้ขึ้นไปลุ้นคะแนนก่อนสำหรับตัวที่มีแมทช์ลงเล่นก่อน ไม่ดีก็ค่อยสลับ ถ้าดีขึ้นมาก็เป็นโบนัสไป ดังนั้นแล้วตัวสำรองหรือตัวราคาไม่แพงในทีมเรา อาจจะมีประโยชน์มากกว่าในรูปแบบที่เราคุ้นเคยอย่างของ FPL

และหากจะมองกว้างกว่านั้น มันยังทำให้เราได้ลองลุ้นนักเตะที่เราอยากได้ แม้จะต้องเจอกับโปรแกรมที่หนัก อย่างเช่น นักเตะจากกลุ่ม F ที่มีทีมใหญ่ชนกันเยอะ การสามารถสลับตัวได้ ก็ช่วยลดความเสี่ยง หากเราอยากลองเอาตัวทีมเหล่านั้นเข้ามาไว้ก่อนได้ด้วย

อย่างไรก็ดี ต้องระมัดระวังอย่าให้การสลับตัวย่อยใน Matchday มากระทบการเลือกตัวเพื่อระยะยาว อย่างในรอบแรก 3 นัด คุณอาจจะต้องมองภาพใหญ่มากกว่า และใช้ฟังก์ชันสลับตัวใน Matchday ให้เป็นประโยชน์ในวัตถุประสงค์รองแทน

ตัวอย่างการวางทีมสำหรับ Matchday 1 ที่มีเตะมากถึง 5 วัน
(Source : UEFA)

อีกเรื่องเล็กๆ แต่ขอพูดถึงหน่อย เพราะมีคนมาถามอยู่เหมือนกัน และหลังจากเช็ค ก็มั่นใจว่านักเตะในแฟนตาซียูโร ไม่มีการปรับราคาขึ้นลงเหมือน FPL หรือแฟนตาซี UCL แต่อย่างใด ดังนั้นไม่ต้องกังวลเร่งรีบเปลี่ยน และคุณยังสามารถจัดตัวพอดีงบประมาณ แบบไม่ต้องมาเผื่อเหลือเผื่อขาดในอนาคตเหมือน FPL อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าเอกลักษณ์เหล่านี้ของแฟนตาซียูโร ช่วยทำให้เราได้เปรียบหากใช้มันอย่างเต็มที่ ดูให้ดี เพราะถ้าเราละเลยจุดพวกนี้ ย่อมเสียเปรียบคนที่บริหารความเสี่ยงจากจุดต่างๆ เหล่านี้ได้ดี

วิเคระห์ทีเด็ดรอบแรก

เนื่องจากผมลง EP นี้ค่อนข้างเร็ว (ก่อนทัวร์นาเมนท์เริ่มเกือบสัปดาห์) เลยยังไม่อยากจะแนะนำลงลึกไปถึงตัวนักเตะ เพราะคงต้องจับตาดูไปจนถึงเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้าย

ที่ต้องจับตาดูจนใกล้ๆ ทัวร์นาเมนท์ เพราะซีซันนี้มีการรวมทีมเล่นทีมชาติกันน้อยกว่าปกติ จากเหตุของโควิด-19 และซีซันที่จบค่อนข้างช้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเตรียมทีมแน่นอน ดังนั้นต้องรอเทียบการอุ่นเครื่องหลายๆ นัด อย่าเลือกนักเตะเพราะชื่อคุ้นเคยเพียงอย่างเดียว

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของราคานักเตะ ที่มักจะตั้งราคาสูงในบางตัวอิงจากชื่อเสียงที่คุ้นเคย และผลงานในยูโรหนก่อน เช่น ลูก้า เอร์นานเดซ กับ ราฟาเอล เกอร์เรโร่ ที่ราคาสูงถึง 6.5 ล้านยูโร, บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ผลงานในทีมชาติไม่ได้เด่นเหมือนในสโมสร ราคา 10.5 ล้านยูโร, แกเร็ธ เบล ที่เด่นจากชื่อเสียงและผลงานหนที่แล้ว 9.5 ล้านยูโร แบบนี้เป็นต้น

ส่วนเรื่องของการแนะนำทีเด็ดรอบแรก ขออนุญาตแนะนำเป็นทีมน่าจะชัดเจนกว่า โดยแบ่งเป็นหมวดเกมรุก และเกมรับ ละกัน

เกมรุก
เบลเยี่ยม

(Source : AS)

“ปีศาจแดงแห่งยุโรป” จัดเป็นทีมที่มีเกมรุกโหดร้ายมากในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขายิงเฉลี่ยนัดละถึง 4 ประตู ถึงสภาพความฟิตของจอมทัพอย่างเด บรอยน์ จะยังไม่แน่นอน แต่ทีมที่เล่นด้วยกันมายาวนาน ก็ลงตัวเกินกว่าจะมองข้ามได้

โปรแกรมโดยรวม 2 นัดแรกไม่ถึงกับง่าย เพราะต้องเจอรัสเซีย และเดนมาร์ก แต่ด้วยมาตรฐานที่ยังดีกว่า เกมรุกพวกเขาน่าจะยังทำงานได้ดี ตัวที่เป็นตัวความหวังคือลูกากู ส่วนตัวรุกแดนกลางต้องไปลองไปตามอุ่นเครื่องดูประกอบการตัดสินใจ

ฮอลแลนด์

(Source : Sportslens)

“อัศวินสีส้ม” อาจจะมีช่วงฟอร์มไม่แน่นอนบ้าง หลังเปลี่ยนกุนซือจากคูมัน เป็นเด บัวร์ อย่างไรก็ดีในส่วนเกมรุกยังเป็นจุดเด่นที่ทำได้สม่ำเสมอ ด้วยรูปแบบที่พยายามเจาะเกมรุกเข้าทำโดยตลอด ซึ่งทำให้เดปาย และไวจ์นาดุม ยิงรวมกันในรอบคัดเลือกเกือบ 20 ลูก

นอกเหนือจากสายที่ไม่ยากจนเกินไป ขุนพลดัทช์ยังจะได้เล่นในบ้านตลอดทั้ง 3 เกม เป้าหมายของพวกเขาคืออันดับ 1 ของกลุ่มแน่นอน ซื้อใจเกมรุก ที่จะเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของพวกเขาได้

อังกฤษ

(Source : The Week UK)

“สิงโตคำราม” ไปลุยรอบสุดท้ายด้วยตัวเลือกแนวรุกครบครัน ปัญหาของพวกเขาอยู่ที่การเค้นฟอร์ม และเคมีระหว่างกันออกมาให้ได้ ว่าพวกเขาสามารถสานต่อฟอร์มสุดยอดในรอบคัดเลือก ที่ถลุงประตูเป็นว่าเล่น เคนก็ซิวดาวซัลโวมาได้ด้วย

เกมเปิดกับโครเอเชียอาจจะดูยากหน่อย แต่โครแอตระยะหลังเองก็ไม่ค่อยจะเหนียวแน่น อีก 2 นัดกับเพื่อนบ้านสก็อตแลนด์ และเช็ก ก็ถือว่าไม่หนักมาก ดังนั้นคาดหวังเกมรุกจากพวกเขาได้ในระดับสูงเลยแหละ

เกมรับ
อิตาลี

(Source : FourFourTwo)

ถึงมันชินีจะออกมาบอกว่า เขาชื่นชอบการทำเกมรุกมากกว่าเล่นเกมรับเหนียวแน่น แต่จากผลงานในรอบคัดเลือก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกมรับคือจุดเด่นหลักของพวกเขา คลีนชีต 6 จาก 10 นัด และเสียเพียงแค่ 4 ประตู เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ประกอบกับกลุ่มของ “ทีมมักกะโรนี” ไม่ถึงกับหนักเท่าไหร่ เกมเปิดสนามกับตุรกีคงจะกดดันเล็กน้อย แต่ก็ลุ้นได้ไม่น่าเกลียด อีก 2 เกมกับสวิสและเวลส์ ถือว่าพวกเขาเหนือกว่า ไม่แปลกที่ ดอนนารุมม่า และเหล่าแผงหลัง จะขายดีเป็นพิเศษ แถมนัดแรกจะยังเช็คการจัด 11 ตัวจริงได้ก่อนเดดไลน์ด้วย

สเปน

(Source : 90Min)

ก้ำๆ กึ่งๆ จะแนะนำ “กระทิงดุ” ในหมวดของเกมรุก แต่รู้สึกว่า รูปแบบเกมรุกของพวกเขาไม่ถึงกับดุดันนัก จึงหันมามองในส่วนเกมรับที่น่าลุ้นกว่า เพราะในรอบคัดเลือก 10 นัด พวกเขาก็เสียไปแค่ 5 ประตูเท่านั้น

รูปแบบเกมของสเปนคือเน้นการครองบอล และตัวแบ็คของพวกเขาก็มีส่วนร่วมกับเกมอยู่ตลอด ด้วยโปรแกรมที่ไม่หนักมากในรอบแรก ความคาดหวังในการรักษาคลีนชีต และลุ้น attacking return จากด้านข้าง จึงน่าจะเป็นส่วนผสมที่น่าสนใจ

ยูเครน

(Source : 112.international)

ลูกทีมของเชฟเชนโก้ ไม่ค่อยมีจุดเด่นเรื่องเกมรุกเท่าไหร่ แต่กับเกมรับถือว่าไม่เลว รอบคัดเลือกพวกเขาเสียไปเพียง 4 ประตูจาก 8 นัด น้อยกว่าโปรตุเกส ซึ่งไม่สามารถเจาะประตูพวกเขาในบ้านได้ ซึ่งถือเป็นอีกนัดสำคัญ ส่งยูเครนเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม

มองเผินๆ การเปิดด้วยการดวลกับฮอลแลนด์อาจจะยาก แต่อีก 2 เกมที่เหลือกับนอร์ธมาซิโดเนีย และออสเตรีย ที่ไม่ได้มีทีเด็ดทีขาดในเกมรุกมากเท่าไหร่ น่าจะทำให้ยูเครนใช้ความเหนียวเบียดลุ้นเข้ารอบได้

ทีมอื่นที่น่าจับตา

(Source : Euro Cup Soccer)

ขออนุญาตพูดรวมๆ ไปเลย เพราะจะยังมีทีมระดับกลางๆ ที่น่าสนใจอยู่อีก ยูเครนพูดไปแล้วในส่วนของเกมรับ ขอข้ามไปพูดถึงทีมอื่นที่ผมชอบ ได้แก่ โปแลนด์ และเดนมาร์ก

โปแลนด์อยู่ในกลุ่มเดียวกับสเปน ซึ่งอธิบายไปด้านบนว่าเกมรุกไม่ถึงกับดุดันมากนัก อีก 2 ทีมคือสโลวาเกีย และสวีเดน ซึ่งมาตรฐานสู้ได้ไม่เป็นรอง ขุนพลโปลก็เสียประตูรอบคัดเลือกมาน้อย น่าจะมีลุ้นต้านทานได้ และคาดหวังเกมรุกจากเลวานดอฟสกี้ที่กำลังมั่นใจ

เดนมาร์กอยู่กับทีมเต็งอย่างเบลเยี่ยม นัดนั้นคงต้องยอมรับว่าเป็นรอง แต่กับการเจอเพื่อนร่วมสแกนดิเนเวียอย่างฟินแลนด์ และรัสเซีย แดนกลางของพวกเขาน่าจะสู้ได้สนุก ตัวทีเด็ดอย่างอีริคเซ่น และแนวรับที่นำโดยชไมเคิล น่าจะมีลุ้นเก็บแต้มเชิงแฟนตาซีได้พอตัว

จัดทีม วัดใจ

เนื่องจากยังเหลือเวลาอีกพอสมควร การแชร์จัดทีมโดยละเอียด ผมจะแชร์ให้ได้ทราบกันอีกทีทางกลุ่มเฟซบุ๊คนะครับ โดยผมจะเอาแนวคิดที่แชร์ใน EP นี้ ไปจัดแจงทีมนี่แหละ ดังนั้นทุกท่านสามารถเอาไอเดียไปลองปรับกับทีมตัวเองได้เลย หวังว่าจะได้ประโยชน์กัน!
กลุ่มเฟซบุ๊ค >> คลิกที่นี่ <<
กลุ่มแชทใน LINE OpenChat >> คลิกที่นี่ <<

The.Macho EURO League

หลังมีการแชร์ไปก่อนหน้านี้ว่าเรามีจัดมินิลีกสนุกๆ กันในกลุ่มแชทด้วย (ตอนนี้น่าจะมีคนจอยราวร้อยกว่า) ล่าสุดมีข่าวดีอยากแจ้งให้ทราบ ว่าเราได้ทำการยกระดับจากแค่สนุกๆ เป็นมีรางวัลจริงจังแล้ว! ในชื่อลีกว่า “The.Macho EURO League”

รายละเอียดของ “The.Macho EURO League” ทั้งกติกา และของรางวัล จะมีอะไรบ้างนั้น เดี๋ยวจะประกาศเป็นทางการแน่นอนเร็วๆ นี้ ตอนนี้เข้าไปจอย Private League กันก่อน โดยใช้โค้ด : 52SKBDOB07

เข้าไปจอยรอกันได้เลย ไปที่ Leagues >> Private League >> Join a league >> กรอกโค้ด
(Source : UEFA)

ใครที่จอยมินิลีกนี้จากในกลุ่มแชทแต่แรก ก็เตรียมลุ้นรางวัลใหญ่กว่าเดิมกันได้เลย ส่วนใครยังไม่ได้จอย ขอให้รีบเลย มาสนุกด้วยกัน รูปแบบของแฟนตาซียูโร เค้าก็น่าสนใจดี มีรางวัลแบบนี้ อย่าพลาด!

EP นี้ คงประมาณนี้ก่อนนะครับ รอติดตามประกาศ The.Macho EURO League อย่างเป็นทางการ รวมถึงติดตามข้อมูลและมินิลีก จากคอมมูนิตี้อื่นกันได้ในกลุ่มเฟซของเรา เพื่อนบ้านเราน่ารักทั้งนั้น

แมทช์แรกที่โรมเตรียมพร้อมโม่แข้งกันแล้ว ย้ำอีกที เริ่มเตะคืนวันที่ 11 มิ.ย. นี้แล้ว
(Source : UEFA)

นอกจากนั้น ใครที่ยังฟังแอดมินคอมมูนิตี้ต่างๆ พูดคุยเกี่ยวกับแฟนตาซียูโร ทั้งของ UEFA และ GG ก็เจอกันได้ที่ Clubhouse วันพฤหัสฯ นี้ (10 มิ.ย.) เวลา 21.00 น. ไว้มาสนุกด้วยกันครับ

Picture : UEFA, Wanted in Rome, Sky Sports, Kick Daddy, AS, Sportslens, The Week UK, FourFourTwo, 90Min, 112.international, Euro Cup Soccer

rocketseer

ทำงานเกม-ติดเกมบ้าง | บ้าบอล-เป็น The KOP | (เคย)บ้าดูหนัง-(เคย)ทำเพจหนัง | บ้ากิน-มีพุงแล้วเนี่ย!

บทความที่เกี่ยวข้อง