6 แข้งดังที่ล้มเหลวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด - The Macho
 
6 แข้งดังที่ล้มเหลวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด

 นับตั้งแต่ฟุตบอลลีกสูงสุดอังกฤษเปลี่ยนชื่อมาเป็น “พรีเมียร์ลีก” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการลูกหนังเมืองผู้ดีหลังจากที่พวเขาเดินหน้ากวาดแชมป์ลีกไปได้ถึง 13 สมัย

        แมนฯ ยูไนเต็ด มีนักเตะคุณภาพส่งต่อรุ่นสู่รุ่น และมักจะซื้อผู้เล่นมาเสริมทัพได้ยอดเยี่ยมอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม มีแข้งระดับบิ๊กเนมอยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด และต้องอำลาไปด้วยความล้มเหลว

6. อเล็กซิส ซานเชซ

       หลังย้ายจาก บาร์เซโลน่า มาเล่นกับ อาร์เซน่อล เมื่อปี 2014 ปีกชาวชิลี ก็กลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของ “ไอ้ปืนใหญ่” ทันที และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในตัวรุกที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก

        ตลอด 4 ปี กับ อาร์เซน่อล อเล็กซิส ยิงไปถึง 80 ประตู จาก 166 เกมรวมทุกรายการ และในเดือนมกราคมปี 2018 โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ดึงตัวเขามาร่วมทีมด้วยการสลับตัวกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ไปยัง อาร์เซน่อล

        สิ่งที่หลายคนตั้งคำถามก็คือ ทำไม อเล็กซิส เปลี่ยนฟอร์มจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขากลายเป็นผู้เล่นที่ตัดสินใจช้า และเสียบอลบ่อยอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งตลอด 2 ปีกับ “ปีศาจแดง” เขายิงไปเพียง 5 ประตู จาก 45 เกม และแน่นอนว่า ผลงานที่ล้มเหลวก็ทำให้เขาถูกปล่อยให้กับ อินเตอร์ มิลาน

5. บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์

ย้อนกลับไปในปี 2015 หลังจาก หลุยส์ ฟาน กัล โค้ชาวดัตช์เข้ามานำทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ 1 ปี เขาก็พบว่า มิดฟิลด์ตัวกลางคือจุดอ่อนของ “ปีศาจแดง” ซึ่งทำให้เจ้าตัวจ่ายเงิน 6.5 ล้านปอนด์ คว้า ชไวน์สไตเกอร์ ที่มีดีดรีประสบความสำเร็จมากมายกับ บาเยิร์น มิวนิค และทีมชาติเยอรมัน มาเสริมทัพ

ชไวน์สไตเกอร์ กลายเป็นนักเตะชาวเยอรมันคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด และได้รับการคาดหมายว่า จะใช้ประสบการณ์อันโชกโชนเข้ามาบัญชาเกมแดนกลางให้กับพลพรรค “ปีศาจแดง”

อย่างไรก็ตาม ห้องเครื่อง “อินทรีเหล็ก” ต้องเจอกับความยากลำบากหลังได้รับบาดเจ็บรบกวนตั้งแต่ช่วงแรกๆที่ย้ายมา และต้องใช้เวลานานกว่าจะเรียกความฟิตกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง นอกจากนี้ ในวัย 30 ปี เขากลายเป็นผู้เล่นที่เชื่องช้าไปแล้วสำหรับการเล่นในพรีเมียร์ลีก

ตลอด 2 ฤดูกาลกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ชไวน์สไตเกอร์ ลงเล่นไปเพียง 35 เกม ยิงไป 2 ประตู ก่อนจะถูกปล่อยให้กับ ชิคาโก้ ไฟร์ ในเมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ แบบไร้ค่าตัว

4. ราดาเมล ฟัลเกา

ช่วงเวลาการย้ายทีมในฤดูร้อนปี 2014 กำลังจะสิ้นสุดลง แมนฯ ยูไนเต็ด ทำสิ่งที่บรรดาสาวก “เร้ด เดวิลส์” ตื่นเต้น และดีใจอย่างมากหลังเซ็นสัญญายืมตัวหัวหอกระดับพระกาฬอย่าง ฟัลเกา มาจาก โมนาโก ได้สำเร็จ

ยอดดาวยิงทีมชาติโคลอมเบีย ถูกมองว่า จะเข้ามาผนึกกำลังร่วมกับบรรดากองหน้าดาวดังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลานั้นอย่าง เวย์น รูนีย์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งจะทำให้ “ปีศาจแดง” เป็นทีมที่มีแนวรุกน่ากลัวที่สุดในยุโรป

        แต่ทุกอย่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ฟัลเกา ไม่ได้สภาพร่างกายที่สมบูรณ์ และฟอร์มการเล่นที่เฉียบขาดเหมือนเดิมอีกแล้วหลังจากได้รับบาดเจ็บเอ็นไข้วหน้ามาตั้งแต่เล่นให้กับ โมนาโก และเจ้าตัวแทบไม่มีโอกาสลงเล่นในสีเสื้อ “ปีศาจแดง” เลย

        1 ปีในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ฟัลเกา ซัดไปเพียง 4 ประตู จาก 29 เกมรวมทุกรายการ และช่วงซัมเมอร์เขาก็ถูกส่งกลับคืนไปยัง โมนาโก ต้นสังกัดเดิม

3. ดีเอโก ฟอร์ลัน

การย้ายทีมของ ฟอร์ลัน จาก อินดิเพนเดนเต้ ไปยัง แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่พูดถึงกันมากที่สุดในช่วงต้นปี 2002 โดยเวลานั้น หัวหอกชาวอุรุวัย ได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในดาวรุ่งมากพรสวรรค์ที่สุดในอเมริกาใต้หลังระเบิดฟอร์มยิงไป 36 ประตู จาก 77 นัดให้กับต้นสังกัด

เดิมที ฟอร์ลัน เกือบจะย้ายไปเล่นกับ มิดเดิลสโบรห์ ด้วยค่าตัว 9.9 ล้านปอนด์อยู่แล้ว แต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด รีบตัดหน้าเข้ามาเจรจาพร้อมเสนอค่าเหนื่อยให้สูงกว่าจึงทำให้ ฟอร์ลัน เลือก “ปีศาจแดง” ในที่สุด

แฟนบอลหลายคนมองว่า เฟอร์กูสัน จะดึงศักยภาพของ ฟอร์ลัน ออกมาได้ แต่สิ่งที่ กองหน้า “จอโหด” มอบกลับมาให้คือ ผลงานอันน่าผิดหวังหลังจากยิงไม่ได้เลยแม้แต่ประตูเดียวจาก 13 เกมแรกของพรีเมียร์ลีก กับอีก 5 เกมในฟุตบอลยุโรป

แม้ในปีที่ 2 กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ฟอร์ลัน จะทำผลงานได้ดีขึ้นมาแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาได้อยู่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อ โดยเจ้าตัวถูกขายให้กับ บียาร์เรอัล ด้วยค่าตัวเพียง 2.9 ล้านปอนด์ ในซัมเมอร์ปี 2004

2. ฮวน เซบาสเตียน เวรอน

ในช่วงปลายยุค 90 ถึงต้นยุค 2000 คงไม่มีแฟนบอลคนใดไม่รู้จักชื่อของ เวรอน โดยจอมทัพอาร์เจนไตน์ เป็นผู้เล่นฝีเท้าระดับโลกที่มีพรสวรรค์ และแน่นอนว่า การที่เขาย้ายจาก ลาซิโอ มาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เป็นข่าวดังไปหลายสัปดาห์เลยทีเดียว

เฟอร์กูสัน จอมทุ่มเงินถึง 28 ล้านปอนด์ คว้าตัว เวรอน มาโชว์ฝีเท้าในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยช่วงแรก มิดฟิลด์ “ฟ้าขาว” ทำผลงานได้อย่างสุดยอดด้วยการซัดไปถึง 3 ประตู จาก 4 เกมที่ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับ “ปีศาจแดง”

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น เวรอน ลืมฟอร์มเก่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ เขาเกลยเป็นนักเตะที่ขาดความมั่นใจ และขาดความกระตือรือร้นในการเล่นฟุตบอล และถึงแม้ เฟอร์กูสัน จะพยายามปรับแท็คติคทุกอย่างแต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ เวรอน คืนฟอร์มเก่งได้

ในปี 2003 เฟอร์กูสัน ตัดสินใจแล้วว่า เวรอน ไม่น่าจะมีอนาคตกับ แมนฯ ยูไนเต็ด จึงตัดสินใจขายให้กับ เชลซี ด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์

1. อังเคล ดิ มาเรีย

แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีประวัติอันยาวนานเกี่ยวกับผู้เล่นชั้นยอดที่จะได้สวมเสื้อหมายเลข 7 ไล่ตั้งแต่ เอริค คันโตน่า, เดวิด แบ็คแฮม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดังนั้น การมาถึงของ ดิ มาเรีย ในปี 2014 จาก เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 67 ล้านปอนด์ ถูกคาดหวังอย่างมหาศาล

ปีกอาร์เจนไตน์ ประสบความสำเร็จอย่างมากมายกับ มาดริด และถูกมองว่า จะเข้ามายกระดับเกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ทันที แต่เขาต้องดิ้นรนอย่างหนักกับการปรับตัวในพรีเมียร์ลีก แถมถูก ฟาน กัล ซึ่งเป็นกุนซือในเวลานั้น สลับตำแหน่งการเล่นจนสับสน

ดิ มาเรีย ฟอร์มหลุดอย่างหนัก และค่อยๆถูกลดบทบาทไปเป็นตัววสำรองจนในที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ปล่อยเขาให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในปี 2015 ด้วยค่าตัวราว 40 ล้านปอนด์

ภาพประกอบ : skysports.com, metro.co.uk, planetfootball.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง