5 นักเตะที่ได้ “บัลลงก์ดอร์” มากที่สุด - The Macho
 
5 นักเตะที่ได้ “บัลลงก์ดอร์” มากที่สุด

สำหรับนักฟุตบอลอาชีพการประสบความสำเร็จส่วนตัวด้วยการคว้ารางวัล “บัลลงก์ดอร์” ถือเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะมันสามารถการันตีว่า พวกเขาเดินทางมาถึงจุดสูงสุดของอาชีพตัวเองแล้ว

สุดยอดผู้เล่น 5 รายต่อไปนี้ ได้รับการจารึกว่า พวกเขากลายเป็นแข้งระดับตำนานที่คว้า “บัลลงก์ดอร์” ได้มากที่สุดในวงการลูกหนัง

5. โยฮันน์ ครัฟฟ์ (1971,1973 และ 1974)

        สุดยอดตำนานเพลย์เมคเกอร์แห่งทีมชาติฮอลแลนด์ ถือเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ขอวงการการลูกหนังดัตช์เลยก็ว่าได้ และในยุค 70 ครัฟฟ์ ซึ่งในเวลานั้น กำลังเล่นให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และ บาร์เซโลน่า เจ้าตัวได้รับการยกย่องเป็นโคตรนักฟุตบอลแห่งยุคอย่างไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

         ในช่วงพีค อดีตกองกลางชาวดัตช์เจ้าของฉายา “นักเตะเทวดา” พาต้นสังกัดอย่าง อาแจ็กซ์ และ บาร์เซโลน่า กวาดแชมป์ฟุตบอลในประเทศ และแชมป์ยุโรปอย่างนับไม่ถ้วน โดน ครัฟฟ์ กลับไปแขวนสตั๊ดในบ้านเกิดกับ เฟเยนูร์ด เมื่อปี 1984

         หลังเลิฟเล่นฟุตบอล ครัฟฟ์ ได้เข้าสู่เส้นทางอาชีพกุนซือ และเป็นคนคิดค้นแนวคิด “Total Football” ซึ่งเป็นการปูรากฐานให้ บาร์เซโลน่า มีความยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้ และเมื่อปี 2016 ตำนานชาวดัตช์ เสียชีวิตท่ามกลางความโศกเศร้าของคนในวงการฟุตบอล

4. มิเชล พลาตนี่ (1983,1984 และ 1985)

(Source -footballmakeshistory)

        “นาโปเลียนลูกหนัง” คือ ฉายาของ พลาตินี่ และเจ้าตัวเป็นนักฟุตบอลคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลบัลลังก์ดอร์ได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน หลังพา ยูเวนตุส อดีตทีมเก่าประกาศศักดาคว้าแชมป์ในยุค 80 แบบนับไม่ถ้วนตั้งแต่แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา และแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ

         นอกจากนี้ ในปี 1984 พลาตนี่ ยังพาทีมชาติฝรั่งเศสบ้านเกิดเถลิงแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 84 ได้อีกด้วย และเจ้าตัวยังเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกที่ทำผลงานได้อย่างสุดยอดด้วยการยิงประตูได้มากกว่ากองหน้าบางคนเสียอีก

         หลังแขวนสตั๊ดในปี 1987 อดีตจอมทัพ “ตราไก่” ก็เข้าสู่เส้นทางอาชีพผู้จัดการทีมเป็นระยะสั้นๆ และเคยดำรงตำแหน่งงประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) อีกด้วย

3. มาร์โก แวน บาสเท่น (1988,1989 และ 1992)

(Source – Goal.com)

        สุดยอดองหน้าแห่งช่วงต้นยุค 90 และตำนานของฮอลแลนด์ รวมถึงเป็นไอดอลของนักฟุตบอลหลายๆคน แวน บาสเท่น แจ้งเกิดกับ อาแจ็กซ์ ก่อนจะย้ายมาสร้างความยิ่งใหญ่กับ เอซี มิลาน ด้วยการพาพลพรรค “ปีศาจแดงดำ” คว้าแชมป์อย่างนับไม่ถ้วน

         ดาวยิงเจ้าของฉายา “เพชรฆาตพรายกระซิบ” เป็นโคตรศูนย์หน้าในยุคดังกล่าว เขาถล่มประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ มีเทคนิคแพรวพราว และใช้โอกาสไม่เปลือง แต่น่าเสียดายที่ แวน บาสเท่น มีปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรังนบกวนทำให้เขาสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ และต้องอำลาสังเวียนลูกหนังด้วยวัยเพียง 29 ปี

2. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (2008,2013,2014,2016 และ 2017)

(Source – tellerrepor)

        หากย้อนกลับไปในปี 2003 คงไม่มีใครเชื่อว่า นักเตะดาวรุ่งชาวโปรตุเกสที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้ามาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ จะกลายเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลก ณ ยุคปัจจุบัน

         ภายใต้การดูแลของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น โรนัลโด้ พัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดดจากปีกที่มีแต่ความเร็ว และใช้เทคนิคพร่ำเพรื่อกลายเป็นต้นแบบของตัวรุกสมัยใหม่ที่ระบิดสกอร์อย่างเป็นกอบเป็นกำ

         ปีก “ฝอยทอง” ประสบความสำเร็จกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างมาก ก่อนจะย้ายไปกอบโกยถ้วยแชมป์อย่างนับไม่ถ้วนกับ เรอัล มาดริด ในระหว่างปี 2009-2018 แถมยังพา โปรตุเกส คว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร 2016 มาแล้วด้วย

         ปัจจุบันในวัย 36 ปี โรนัลโด้ ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการฟุตบอลกับ ยูเวนตุส และเขายังมีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ

1. ลิโอเนล เมสซี่ (2009,2010,2011,2012,2015 และ 2019)

(Source – Eurosports)

         สุดยอดนักเตะในประวัติศาสตร์ของกีฬาฟุตบอลเมสซี่ ทำผลงานส่วนตัวได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และในฐานะทีมเจ้าตัวยังพาต้นสังกัดอย่าง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ประสบความสำเร็จอย่านับไม่ถ้วน

         ผลงานของ เมสซี่ ไม่มีใครกล้าปฏิเสธความสุดยอดของเขาอีกแล้ว และล่าสุดในวัย 34 ปี เขาก็เติมเต็มความฝันตัวเองสำเร็จด้วยการพาบ้านเกิด อาร์เจนติน่า คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังพาพลพรรค “ฟ้าขาว” คว้าแชปป์โคปา อเมริกา 2021 ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่

ภาพประกอบ : tellerreport.com, skysports.com, beyondthelastman.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง