5 ความคิดผิดพลาดก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ ที่ต้องรู้ไว้ถ้าไม่อยากล้มเหลว - The Macho
 
5 ความคิดผิดพลาดก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ ที่ต้องรู้ไว้ถ้าไม่อยากล้มเหลว

ผู้คนไม่น้อยมีความฝันว่าจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพราะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จย่อมเป็นคนที่มีหน้ามีตาในสังคม สามารถสร้างรายได้เพิ่มไม่จำกัด ต่อยอดธุรกิจออกไปได้เรื่อยๆ  มีอิสรเสรีในการใช้ชีวิต และการทำงาน ทำให้เราสามารถกำหนดชะตาชีวิตตัวเองได้อย่างสมบูรณ์

สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นพาสชั่นให้ใครหลายๆ คนอยากเริ่มต้นทำธุรกิจ แต่ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำ ลองถามตัวเองก่อนว่าคุณพร้อมแค่ไหน เพราะการทำธุรกิจนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิด และหากคุณมีพาสชั่นผิดๆ ดัง 5 ข้อที่เรากำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ ควรหยุดความคิดที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจไว้ก่อน เพราะคุณมีโอกาสที่จะไม่ประสบความสำเร็จสูง

เบื่องานประจำ

อารมณ์ของการทำงานประจำในวันแรกๆ นั้น ทุกคนคงจะตื่นเต้นดีใจไม่น้อย ที่จะได้เริ่มทำงานใหม่ มีเพื่อนใหม่ มีรายได้เป็นของตัวเองซักที แต่นานวันเข้าก็เริ่มรู้สึกเบื่อกับความซ้ำซากจำเจ และอีกหลายปัจจัย อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรใช้เพียงความ “เบื่อ” นี้เป็นพาสชั่นในการผันตัวออกมาทำธุรกิจเลย โดยเฉพาะคนที่ยังมีเงินออมไม่มาก และมีรายจ่ายประจำ (Fix Cost) ในแต่ละเดือนค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่างวดบ้าน/รถ เป็นต้น

การทำธุรกิจส่วนตัวนั้นรายได้ไม่ค่อยแน่นอน โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นนั้นเรียกได้ว่า “ลูกผีลูกคน” ไม่มั่นคงมากๆ หากเดือนไหนรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ย่อมทำให้คุณติดลบ และสร้างความเดือดร้อนแก่ตัวเองและคนรอบข้างได้

สำหรับคนทำงานประจำที่สนใจอยากทำธุรกิจจริงๆ เราอยากแนะนำให้คุณเริ่มต้นลองทำธุรกิจที่สนใจควบคู่กับงานประจำไปก่อน โดยอาศัยช่วงเวลาหลังเลิกงาน รวมถึงวันหยุดต่างๆ จนกระทั่งมั่นใจว่าธุรกิจที่คุณทำมีรายได้ที่มั่นคง มีฐานลูกค้าที่แน่นอนแล้ว จึงค่อยๆ สลัดตัวเองออกมาจากงานประจำทีละนิด จนกระทั่งสามารถเข้ามาลุยธุรกิจแบบเต็มตัวได้

คิดว่าง่าย อะไรก็ได้

คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า การทำธุรกิจส่วนตัว เป็นงานที่สบาย จะตื่นกี่โมงก็ได้ ไม่ต้องตอกบัตรเข้าทำงาน ไม่ต้องมีเจ้านายมาคอยกดดัน ซึ่งนั่นไม่เป็นความจริงเลย แม้ว่าการทำธุรกิจจะสามารถตัดเรื่องที่น่ารำคาญเหล่านั้นออกไปได้ แต่ก็มีเรื่องที่ต้องกังวลอื่นๆ เข้ามาแทนที่จนทำให้เราต้องปวดหัวกว่าเดิมซะอีก

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างภายในกิจการของเรา จำเป็นต้องอยู่ในสายตาเราทุกเรื่อง ต้องรอบคอบ จะคลาดสายตาไม่ได้เลย โดยเฉพาะเรื่อง รายรับ-รายจ่าย  การรั่วไหลของวัตถุดิบ ประสิทธิภาพในการทำงาน การทำแบรนด์ การให้บริการลูกค้า (ที่จะต้องพร้อมตลอดเวลา)  การวิเคราะห์กลยุทธ์ และการตลาด เป็นต้น  

อยากมีหน้ามีตาในสังคม

อย่างที่ได้บอกไปในช่วงกล่าวนำว่า นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ย่อมเป็นผู้มีหน้ามีตา ได้รับการยอมรับในสังคม หลายคนจึงมีพาสชั่นเพียงว่า “อยากโก้” “อยากเท่” “อยากได้รับการยอมรับ” จึงกระโดดเข้ามาทำธุรกิจโดยไม่ศึกษาให้รอบคอบเสียก่อน

การมีพาสชั่นเพียงแค่ อยากได้รับการยอมรับ แล้วทำให้คุณผันตัวเข้ามาเป็นเจ้าของกิจการนั้นอาจไม่เพียงพอ เพราะกิจการที่คุณกำลังทำอยู่อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุข สนุกกับมันอย่างแท้จริง ซึ่งแน่นอนว่าการทำธุรกิจนั้นไม่ราบรื่น ไม่นานเมื่อคุณได้เจอปัญหา อุปสรรคต่างๆ ถาโถมเข้ามา พาสชั่นอันน้อยนิดนี้ อาจทำให้คุณท้อ และถอดใจได้ในที่สุด

ดังนั้น “Hard work” และ “Passion” จึงเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมกว่าในการจะทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมันจะเกิดขึ้นได้เมื่อคุณเกิดความรักกับธุรกิจที่คุณทำอย่างแท้จริง  

มี “รายได้” เป็นที่ตั้ง

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกับว่า เคล็ดลับการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ควรเอา “รายได้” เป็นที่ตั้ง แต่ใช้ “คุณค่า” ของกิจการเราเป็นที่ตั้งต่างหากล่ะ

ก่อนที่คุณจะก้าวเข้ามาทำธุรกิจ คุณควรตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่ากิจการของคุณสามารถส่งมอบสิ่งดีๆ อะไรให้กับสังคมได้บ้าง มันสามารถช่วยแก้ปัญหา ตอบโจทย์ให้กับผู้คนในสังคมได้อย่างไรบ้าง?  

หากกิจการของคุณสามารถทำให้สังคมเห็นคุณค่าได้ มีอัตราค่าบริการ และสินค้าในราคาที่เป็นธรรม ทุกคนย่อมยินดีจ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการจากคุณ ตรงกันข้าม หากคุณใช้ “รายได้” เป็นที่ตั้ง หวังแต่ได้กำไรมากๆ มอบสินค้าและบริการที่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค กิจการของคุณย่อมอยู่ได้ไม่นาน

เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง

ปิดท้ายกันที่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนส่วนมากที่เริ่มต้นทำธุรกิจแล้วล้มเหลวก็คือ ไม่ยอมศึกษาตลาด “เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง” ชอบอะไรก็ทำเลย  มันก็จริงอยู่ที่หลายคนมีสินค้าหรือบริการในฝันที่อยากทำ เพราะตัวเองชื่นชอบและอินกับมันมาก แต่ก็ใช่ว่าความชอบส่วนตัวจะสามารถกำหนดความสำเร็จให้กับกิจการได้เสมอไป 

“รักอย่างเดียวคงยังไม่พอ แต่มันต้องตอบโจทย์ความต้องการของสังคมด้วย” ดังนั้นในความเป็นจริง ก่อนที่คุณจะเริ่มสร้างสินค้าหรือบริการอะไรสักอย่างขึ้นมาต้องถามตัวเองก่อนว่า “ลูกค้าของเราคือใคร?” และ “สินค้าเราจะไปแก้ pain point และตอบโจทย์ความต้องการพวกเขาได้อย่างไร?” แล้วจึงค่อยเริ่มทำ และหากมันเป็นสิ่งที่เรารักด้วย นั่นแหละ Perfect เลย

และเพื่อความมั่นใจ ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ คุณควรสำรวจความต้องการในตลาดก่อน ซึ่งทำได้หลายอย่าง เช่น หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต, ทำการสำรวจ สัมภาษณ์ หรือเข้าไปคุยกับกลุ่มเป้าหมายเราโดยตรง จากนั้นก็นำข้อมูลที่ได้มากออกแบบสินค้าที่มีศักยภาพที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ดีกว่าการทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าโดยยึดความต้องการของตัวเราเพียงคนเดียวเป็นหลัก

และนี่ก็คือ 5 ความผิดพลาดที่เราอยากจะมาบอกให้เพื่อนๆ ที่กำลังสนใจอยากเริ่มต้นทำธุรกิจให้ได้ทราบในครั้งนี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน เมื่อได้ทราบแล้วก็อย่าลืมนำไปสำรวจตัวเองให้รอบคอบว่า Passion ของคุณในตอนนี้มีมากสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจแล้วรึยัง หากยัง ก็อย่าเพิ่งรีบร้อน เพราะเดี๋ยวจะพลาดพลั้งได้

Sujate Wanchat

What one man calls God, another calls the laws of physics.

วิศวกร นักท่องเที่ยว บล็อกเกอร์ นักเขียนบทความ ชอบติดตามโลกเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำสมัย เรื่องราวการท่องเที่ยวผจญภัย มนุษย์ต่างดาว และสาวๆ เซ็กซี่

บทความที่เกี่ยวข้อง