20 รถยนต์ที่ยอดเยี่ยมที่นักขับรถไม่ควรมองข้าม - The Macho
 
20 รถยนต์ที่ยอดเยี่ยมที่นักขับรถไม่ควรมองข้าม

แม้ว่าบางคนจะมองว่ารถยนต์เป็นเพียงช่องทางในการเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B แต่ก็มีผู้ขับขี่บางกลุ่มที่มองรถยนต์ไปไกลกว่านั้น ที่แสดงถึงความหลงใหลและงานอดิเรกของคนเหล่านี้ และถือเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ของพวกเขา สำหรับบุคคลกลุ่มนี้การขับขี่เปรียบเสมือนกีฬากับศิลปะ และรถยนต์เหล่านี้ได้รับการออกแบบโดยมุ่งเน้นที่การควบคุม การเร่งความเร็ว และประสิทธิภาพ เราจะมาเจาะลึกว่า “รถของผู้ขับขี่ที่แท้จริง” คืออะไร และมีลักษณะ คุณลักษณะอย่างไร มาเพื่อกำหนดแนวทาง

ประสิทธิภาพเหนือทุกสิ่ง

“รถของผู้ขับขี่ที่แท้จริง” ล้วนแต่เชื่อมโยงมนุษย์กับเครื่องจักรอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เป็นผลให้รถมินิมัลลิสต์เหล่านี้มักจะมีการตั้งค่าการควบคุมแบบอะนาล็อกที่ค่อนข้างดี ซึ่งให้ผลตอบรับที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ขับขี่ ในทำนองเดียวกันรถยนต์เหล่านี้มักจะไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลืออิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย แต่จะอาศัยทักษะของผู้ขับขี่มากกว่าระบบควบคุมการยึดเกาะถนน ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดเหล่านี้ อาจไม่น่าแปลกใจเลยที่ได้รู้ว่ารถยนต์เหล่านี้จำนวนหนึ่งไม่ถูกกฎหมายและสามารถขับได้เฉพาะในสนามแข่งเท่านั้น

FACTORY FIVE RACING 818

รถยนต์คันแรกของเราเป็นตัวอย่างแนวคิดของรถที่เน้นการขับอย่างแท้จริง ใช้วิธีการตั้งชื่อจากน้ำหนักที่มีเพียง 818 กิโลกรัม ซึ่งน้อยกว่า Mazda Miata (Mazda MX-5) – Factory Five เป็นซูเปอร์คาร์เครื่องวางกลางที่มีราคาไม่แพงซึ่งขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ของ Subaru Impreza หรือ WRX (ไม่ใช่ STI-spec) ด้วยการตกแต่งภายในที่ตกแต่งอย่างปราณีต และ 818 มีให้เลือกทั้งแบบเปิดประทุนและแบบแทร็กเท่านั้น โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $12,990 และสามารถปรับแต่งจนมีราคาสูงสุดที่ $30,000

เครื่องยนต์ Boxer 4สูบ 2.5ลิตร
กำลัง 270แรงม้า แรงบิด 300ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 145mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 3.8วินาที
น้ำหนัก 1,803lbs

MAZDA MX-5 MIATA

Mazda Miata มีการกระจายน้ำหนัก 50-50 (หน้า/หลัง) ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมการควบคุมที่ว่องไวเป็นพิเศษ และ ให้กำลัง 181 แรงม้า และแรงบิด 151 ft-lbs ทั้งหมดนี้อยู่บนรถยนต์ที่มีน้ำหนักไม่ถึง 2,400lb นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกเกียร์ธรรมดา และหากใครที่อยากได้รุ่นที่มีความเร็วมากกว่านี้ ยังมีออปชัน Grand Touring และ Club-Spec ให้เลือกเพิ่มเติมได้อีกด้วย

เครื่องยนต์ สูบเรียง 4สูบ 2.0ลิตร
กำลัง 181 แรงม้า แรงบิด 151ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 136mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 5.7วินาที
น้ำหนัก 2,341lbs

TOYOTA GT86 / FT86

ความโมเดิร์นของ AE86 ในยุค 80 เดินทางมาสู่ Toyota ในปัจจุบันใน Toyota FT86 เป็นรถยนต์สำหรับผู้ขับขี่ที่แท้จริงแบบร่วมสมัยที่มีอัตราเร่งที่มั่นคงและการเข้าโค้งที่แม่นยำ และหากใครต้องการสมมรถนะการขับขี่ที่แม่นยำสามารถเพิ่มชุด TRD Handling Package ได้อีกเช่นกัน Toyota FT86 มาพร้อมเครื่องยนต์ 228 แรงม้า 2.0 ลิตร Boxer 4 สูบ เมื่ออยู่ในรถยนต์ที่มีขนาดเล็กทำให้ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นสามารถส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจได้อย่างน่าทึ่งในราคาจับต้องได้

เครื่องยนต์ Boxer 4 สูบ 2.0ลิตร
กำลัง 228แรงม้า แรงบิด 184ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 140mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 5.8วินาที
น้ำหนัก 2,776lbs

FIAT ABARTH 595 COMPETIZIONE

Fiat 595 รุ่นพิเศษนี้ใช้เครื่องยนต์ T-JET 4 สูบ 180 แรงม้า 1.4 ลิตรแบบอินไลน์ จับคู่กับเทอร์โบชาร์จเจอร์ Garrett GT 1446 พร้อมตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และระบบไอเสีย Monza 595 Competizione พร้อมคาลิปเปอร์ Brembo 4 พอต ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ต พร้อมโช้ค Koni และระบบลดแรงกระแทกแบบเลือกความถี่วาล์วด้านหน้าและด้านหลัง รวมไปถึงการตกแต่งภายในด้วย Alcantara ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง พร้อมหัวเกียร์คาร์บอนไฟเบอร์และ ลำโพง 480W 8 ตัว ระบบเสียง Beats Audio

เครื่องยนต์ T-JET 4 สูบเรียง 1.4ลิตร
กำลัง 180แรงม้า แรงบิด 184.4ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 140mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 6.7วินาที
น้ำหนัก 2,281.8lbs

SUBARU WRX STI

ปลดปล่อยแผนกการแข่งขันของโรงงานไปยังสิ่งที่ต้องการอัพเกรดตามที่เห็นสมควรกับ Subaru WRX STI ที่ได้รับการปรับแต่งจากโปรแกรมการแข่งรถแรลลี่และประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ญี่ปุ่น ทำให้ WRX STI ถูกดึงออกจากการผลิตชั่วครู่ แต่จะกลับมาในปีหน้าในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด

เครื่องยนต์ Boxer 4สูบ 2.5ลิตร
กำลัง 305แรงม้า แรงบิด 290ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 159mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 5.3วินาที
น้ำหนัก 3,451lbs

HONDA CIVIC TYPE R

Honda Civic รถยนต์ราคาประหยัดที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และในรุ่น Type R-spec นั้นเป็นรถที่ต่างจากรุ่นปกติเป็นอย่างมาก Civic Type R นั้นใช้เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เบาะนั่งสำหรับรถแข่ง และชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งภายในและภายนอก ด้วยน้ำหนักที่ปรับเหลือเพียง 3,000lb พร้อมเทอร์โบชาร์จของ Civic Type R ทำให้สามารถเร่งความเร็วได้เกือบ 170 ไมล์ต่อชั่วโมง

เครื่องยนต์ 4สูบ เทอร์โบ 2.0ลิตร
กำลัง 306แรงม้า แรงบิด 295ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 169mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 5.15วินาที
น้ำหนัก 3,071lbs

NISSAN NISMO 370Z

370Z นั้นเป็นรถของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง แม้ว่า NISMO-spec จะยกระดับสมรรถนะที่น่าประทับใจของรถให้สูงขึ้นไปอีกระดับ ให้กำลัง 350 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ VQ V6 ที่ปรับแต่งโดย NISMO และมีท่อไอเสียคู่แบบ H-pipe แบบไหลอิสระ ล้อ 19″ RAYS forged alloy พร้อมแอโรเต็มรูปแบบพร้อมสเกิร์ตหน้าและปีกหลังในตัว

เครื่องยนต์ V6 3.7ลิตร
กำลัง 350แรงม้า แรงบิด 276ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 155mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 4.7วินาที
น้ำหนัก 3,457lbs

BMW M2 COMPETITION

M2 Competition ถือกำเนิดขึ้นจาก BMW ที่มีกำลัง 405 แรงม้า เครื่องยนต์ 6 สูบ ที่ปรับแต่งแบบสปอร์ต ที่ถูกนำมาวางไว้ในตัวถัง 2 Series ก่อนตกแต่งด้วยแพ็คเกจ M Performance เต็มรูปแบบ ผลลัพธ์ที่ได้คือ รถสองประตูประสิทธิภาพสูงอย่างไม่มีที่ติ ซึ่งสามารถเข้าถึงความเร็ว (จำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์) ที่ 155 ไมล์ต่อชั่วโมง และอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 4.2 วินาที M2 Competition ยังเป็นทางเลือกที่หรูหรากว่ารถยนต์ของผู้ขับขี่ที่แท้จริงซึ่งเรียบง่ายกว่าบางรุ่นในรายการนี้

เครื่องยนต์ 6สูบ 3.0ลิตร
กำลัง 405แรงม้า แรงบิด 406ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 155mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 4.2วินาที
น้ำหนัก 3,600lbs

FORD MUSTANG SHELBY GT350

MUSTANG SHELBY GT350 รุ่นล่าสุดของฟอร์ดได้รับแรงบันดาลใจ จากรถมัสแตงที่ปรับแต่งโดย Shelby เมื่อครึ่งศตวรรษก่อน เป็นรถมัสเซิลสัญชาติอเมริกันที่เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยใหม่ที่ถูกกฎหมายและพร้อมใช้งานในสนามแข่ง Shelby GT350 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 5.2 ลิตร 526 แรงม้า มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสนามแข่ง เช่น เบาะรถแข่ง Recaro ระบบล็อคสาย ระบบควบคุมการสตาร์ท และ “แอพติดตาม” ฟอร์ดยังเสนอรุ่น R ที่มีสเปคสูงกว่ารุ่นนี้ด้วยชุดแอโร่ที่น่าประทับใจและล้อคาร์บอนไฟเบอร์

เครื่องยนต์ V8 5.2ลิตร
กำลัง 526แรงม้า แรงบิด 429ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 170mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 4.2วินาที
น้ำหนัก 3,805lbs

LOTUS ELISE CUP 240 FINAL EDITION

การผสมผสานปรัชญาของ Lotus ที่ว่า “ทำให้เรียบง่ายและเพิ่มความเบา” และ Lotus Elise อาจเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรถยนต์ของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง โดยบริษัทนำเสนอคุณลักษณะต่างๆ เช่น การถอด AC เพื่อลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด และถึงแม้ว่า Lotus จะปิดสายการผลิตในเร็วๆ นี้ แต่มันก็ทำให้รถรุ่นสุดท้ายในรูปแบบของ Elise Cup 240 Final Edition มีความประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แม้ว่าเครื่องยนต์จะมีความจุน้อยกว่า 2.0 ลิตร แต่ซูเปอร์ชาร์จเจอร์และน้ำหนักที่เบาลงประมาณหนึ่งตันของรถก็ช่วยให้สามารถเร่งความเร็วได้เกือบ 150 ไมล์ต่อชั่วโมง และอัตราเร่งจาก 0 – 60 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 4 วินาที

เครื่องยนต์ 4สูบ ซุปเปอร์ชาร์จ 1.8ลิตร
กำลัง 240แรงม้า แรงบิด 181ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 147mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 4.1วินาที
น้ำหนัก 2,032.6lbs

CATERHAM SEVEN 620

ตั้งแต่ปี 1973 ทาง Caterham Cars ได้ผลิตรถยนต์สำหรับผู้ขับขี่ที่แท้จริงเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ที่กำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่แบบอะนาล็อกที่มีความสามารถอย่างเหลือเชื่อ และในขณะที่บริษัทอังกฤษผลิตรถรุ่น “SEVEN” ออกมาในสเป็ค 620 นั้นอยู่ในอันดับต้น ๆ ของช่วงนั้น โดยห้องโดยสารเปิดโล่ง พร้อมเครื่องยนต์ Duratec ขนาด 2.0 ลิตร 4สูบ 310 แรงม้า ซูเปอร์ชาร์จ ซึ่งเมื่อประกอบกับน้ำหนักเพียง 1,344lb สามารถทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3 วินาที และความเร็วสูงสุดเกิน 150 ไมล์ต่อชั่วโมง

เครื่องยนต์ 4สูบ ซุปเปอร์ชาร์จ 2.0ลิตร
กำลัง 309.7แรงม้า แรงบิด 161.5ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 154.7mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 2.79วินาที
น้ำหนัก 1,344.8lbs

ALFA ROMEO 4C SPIDER

อาจเรียกได้ว่านี่คือ “ซูเปอร์คาร์ระดับเริ่มต้น” Alfa Romeo 4C Spider เป็นรถอีกคันของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง โดยสร้างขึ้นจากโครงสร้างตัวถังคาร์บอนน้ำหนักเบาพิเศษ และติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 237 แรงม้า โดยตัวรถมีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500lb

เครื่องยนต์ 4สูบ เทอร์โบ 1.75ลิตร
กำลัง 237แรงม้า แรงบิด 258ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 160mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 4.3วินาที
น้ำหนัก 2,487lbs

AUDI TT RS

ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ห้าสูบ TFSI 2.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์ที่แตกต่าง TT RS-spec ของ Audi เป็นรถที่ตกแต่งมาอย่างดีพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรูมากมาย พร้อมด้วยระบบที่เน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก รวมถึงพวงมาลัยก้นแบนพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ เบาะนั่งสำหรับนักแข่ง และเครื่องมือที่ปรับแต่งได้พร้อม G-meter บูสต์เกจ และตัวจับวัดรอบ และระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตที่ปรับจูนจาก RS ของ Audi ซึ่งรุ่นหลังมีให้เลือกเป็น การอัพเกรดเสริมเหนือการตั้งค่าระบบกันสะเทือนแบบแม่เหล็กของ Audi

เครื่องยนต์ 5 สูบ เทอร์โบ 2.5ลิตร
กำลัง 394แรงม้า แรงบิด 354ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 155mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 3.6วินาที
น้ำหนัก 3,329lbs

ARIEL ATOM

Ariel Atom เป็นอาวุธสำหรับสนามแข่งแบบเปิดประทุน ที่ประกอบด้วยสิ่งจำเป็นที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการวิ่งทำลายยางรอบสนามแข่ง ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ K20C 2.0L i-VTEC เทอร์โบชาร์จของ Honda พร้อมกับตัวถังคาร์บอนและเต็มไปด้วยชิ้นส่วนระดับบนสุดจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก รวมถึงเบรก AP Racing, เครื่องมือวัด AiM และ JRi ที่ปรับได้ แดมเปอร์พร้อมสปริง Eibach โดย Atom ทำกำลังสูงถึง 320 แรงม้า ความเร็วที่มากกว่า 160 ไมล์ต่อชั่วโมง และสามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 60 ไมล์ต่อชั่วโมงภายในเวลาไม่ถึง 3 วินาที

เครื่องยนต์ 4สูบ i-VTEC เทอร์โบ 2.0ลิตร
กำลัง 320แรงม้า แรงบิด 310ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 162mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 2.8วินาที
น้ำหนัก 1,349lbs

ALPINE A110S

จากแรงบันดาลใจ A110 รุ่นดั้งเดิมของ Alpine ตั้งแต่ปี 1969 มาสู่ปัจจุบัน A110 พร้อมเครื่องยนต์วางกลางที่โฉบเฉี่ยว ซึ่งจัดอยู่ในประเภทรถยนต์ของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง รถยนต์ที่ผลิตในฝรั่งเศสนี้ไม่เพียงแต่จะดูสวยงาม แต่ยังมีความสามารถด้านประสิทธิภาพที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน ตัวรถมีน้ำหนักไม่เกิน 2,500lb ทำความเร็วจาก 0-60 ไมล์/ชม. ในเวลาเพียงเพียง 4.3 วินาที และในรุ่นเริ่มต้น A110 ยังเป็นที่ยอมรับว่าเป็นรถที่น่าทึ่ง แต่ S-spec ก็ให้ประสิทธิภาพในระดับที่สูงขึ้นไปอีก

เครื่องยนต์ 4สูบ เทอร์โบ 1.8ลิตร
กำลัง 288แรงม้า แรงบิด 236ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 161.5mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 4.3วินาที
น้ำหนัก 2,456lbs

PORSCHE 911 CARRERA

911 นับตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วงการยานยนต์ครั้งแรกในปี 1963 ได้กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่โดดเด่นและได้รับการออกแบบอย่างสวยงามที่สุดตลอดกาล และ 911 จะไม่เป็นไอคอนยานยนต์หากไม่ใช่เพราะความสามารถด้านประสิทธิภาพที่น่าประทับใจ ในรูปลักษณ์รถคูเป้ แค็บ หรือทาร์ก้า เช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆ ที่เน้นแทร็ก เช่น รุ่น GT3 และ Turbo โดยรุ่นพื้นฐาน 911 สามารถทำเวลา 4 วินาที จาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง และความเร็วสูงสุดมากกว่า 180 ไมล์ต่อชั่วโมง และ 911 ยังมาพร้อมกับส่วนประกอบและระบบที่ล้ำสมัยอย่างทั่วถึงอีกด้วย

เครื่องยนต์ Boxer 6สูบ เทอร์โบ 3.0ลิตร
กำลัง 379แรงม้า แรงบิด 331ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 182mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 4วินาที
น้ำหนัก 3,354lbs

MERCEDES-AMG GT

Mercedes-AMG GT นำเสนอเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 523 แรงม้าและแรงบิด 494 ft-lbs ซุปเปอร์คาร์ที่ออกแบบโดยเยอรมนีนี้เหมาะสำหรับนักบินในหุบเขาลึกหรือในสนามแข่งอย่างแท้จริง แม้ว่าตัวรถจะเหมาะกับการขับขี่ในแต่ละวันอย่างน่าประหลาดใจ สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์การขับขี่ที่มีสมรรถนะสูง Mercedes-AMG GT ยังผลิต C-spec GT ที่เหนือชั้นขึ้นไปอีก เช่นเดียวกับ Black Series GT รุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัด

เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4.0ลิตร
กำลัง 523แรงม้า แรงบิด 494ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 193mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 3.7วินาที
น้ำหนัก 3,666lbs

KTM X-BOW GT4

KTM X-Bow GT4 ได้รับการพัฒนาจากพื้นฐานจนเป็นอาวุธสำหรับสนามแข่งสี่ล้อขั้นสุดยอด เป็นไฮเปอร์คาร์ที่เพิ่งเปิดตัวจากความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ นอกจาก KTM แล้ว KISKA ยังได้รับมอบหมายให้ดูแลตัวถังอันโดดเด่นของตัวรถ Dallara ได้รับมอบหมายให้สร้างแชสซีแบบคาร์บอนโมโนค็อก ซึ่งใช้แชสซี Formula 3 ของบริษัทอิตาลี และ Holinger ก็ได้รับมอบหมายให้ส่งเกียร์แบบต่อเนื่องของ GT4 ผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องจักรหนักไม่เกิน 2,000lb พร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตรที่ให้กำลัง 355 แรงม้า และแรงบิด 369 ft-lbs ทำความเร็วสูงสุดประมาณ 165 ไมล์ต่อชั่วโมง และความสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 4 วินาที

เครื่องยนต์ 4สูบ เทอร์โบ 2.0ลิตร
กำลัง 355แรงม้า แรงบิด 368.7ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 164.6mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 4วินาที
น้ำหนัก 1,818lbs

BAC MONO R

Mono R ของ Briggs Automotive Company เป็นรถซูเปอร์คาร์แบบที่นั่งเดียว เป็นรถยนต์ที่ล้ำสมัยอย่างแท้จริงสำหรับผู้ขับขี่ โดยสามารถออกแบบให้ได้น้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษถึง 1,248lb จากวัสดุล้ำสมัยอย่าง กราฟีน ไททาเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ด้วยเครื่องยนต์ Mountune 4 สูบ 2.5 ลิตร ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ให้กำลัง 343 แรงม้า นอกเหนือจากประสิทธิภาพที่โดดเด่นอย่างแท้จริงแล้ว Mono R ยังมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและดุดันซึ่งเพิ่มความน่าดึงดูดใจที่แปลกใหม่อย่างปฏิเสธไม่ได้

เครื่องยนต์ 4สูบ 2.5ลิตร
กำลัง 343แรงม้า แรงบิด 243.4ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 170mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 2.7วินาที
น้ำหนัก 1,248lbs

MCLAREN SENNA

McLaren Senna ตั้งชื่อตามนักแข่งรถในตำนานของบราซิล เป็นไฮเปอร์คาร์มูลค่า 1 ล้านเหรียญ ที่ผู้ผลิตอ้างว่าเป็น “การสร้างการเชื่อมต่อที่บริสุทธิ์ที่สุดระหว่างรถยนต์และผู้ขับขี่” ที่แบรนด์เคยมี ยิ่งไปกว่านั้น McLaren ยังระบุด้วยว่า Senna เป็นโมเดลที่เน้นสนามแข่งมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน Senna ยังบ่งบอกตัวตนของตัวเองด้วยเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบชาร์จ 4.0 ลิตร ให้กำลัง 789 แรงม้า และแรงบิด 590 ft-lbs อัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชม. ใน 2.6 วินาที และความเร็วสูงสุดกว่า 200 ไมล์/ชม.

เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบ 4.0ลิตร
กำลัง 789แรงม้า แรงบิด 590ft-lbs
ความเร็วสูงสุด 208mph
อัตราเร่ง 0-60mph ในเวลา 2.6วินาที
น้ำหนัก 2,641lbs

ClicknTouch
ชอบสะสมแก็ทเจ็ต ดูการ์ตูน วันว่างๆขับรถเล่น ผ่อนคลายสบายใจ.

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save