10 การเซ็นสัญญาที่แย่ที่สุดในตลาดหน้าหนาวของพรีเมียร์ลีก - TheMacho
 
10 การเซ็นสัญญาที่แย่ที่สุดในตลาดหน้าหนาวของพรีเมียร์ลีก

ในการทำธุรกิจของวงการฟุตบอลแล้วนอกจากประสบความสำเร็จมันเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเจอกับความล้มเหลวเช่นเดียวกันกับ 10 ดีลเหล่านี้ที่ต้องยอมรับว่า เป็นการลงทุนที่น่าผิดหวังที่สุดในตลาดเดือนมกราคมของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เลยก็ว่าได้

10. ฮวน กัวดราโด้ (ฟิออเรนติน่า ย้ายไป เชลซี ปี 2015)

ดูเหมือนว่า กัวดราโด้ จะเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมของ เชลซี หลังจ่ายเงิน 23 ล้านปอนด์คว้าตัวมาจาก  ฟิออเรนติน่า แต่ทุกอย่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงเนื่องจาก ปีกชาวโคลอมเบีย ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งเหมือนสมัยที่เล่นกับ “ม่วงมหากาฬ” ได้

กัวดราโด้ มีปัญหากับการเล่นฟุตบอลในอังกฤษ และฟอร์มตกอย่างหนักจนในช่วงซัมเมอร์ เชลซี ก็ปล่อยเขาให้กับ ยูเวนตุส ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนจะขายขาดให้ “เจ้าม้าลาย” ถาวรในปี 2017 ด้วยค่าตัวราว 15 ล้านปอนด์

9. ฌอง มากูน (โอลิมปิก ลียง ย้ายไป แอสตัน วิลล่า ปี 2011)

“ผมย้ายออกจากสโมสรที่ดีมากอย่าง ลียง พวกเขาเป็นทีมที่ได้เล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ผมตื่นเต้นมากกับความท้าทายใหม่ที่ แอสตัน วิลล่า” มากูน กล่าวหลังย้ายจาก โอแอล มาเล่นให้กับพลพรรค “สิงห์ผยอง” ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่สัปดาห์ มากูน ก็คงรู้แล้วว่า เขาตัดสินใจผิดพลาด โดยมิดฟิลด์ชาวแคเมอรูน โดนใบแดงตั้งแต่เกมที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก จากนั้น เขาแทบไม่ได้ลงเล่นให้กับ วิลล่า อีกเลย ซึ่งตลอด 2 ปี เจ้าตัวลงสนามให้กับ “สิงห์ผยอง” รวมทุกรายการไปเพียง 11 เกมเท่านั้น 

8. ฌอง – อแลง บูมซง (กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ย้ายไป นิวคาสเซิล ปี 2005)

นี่เป็นการเซ็นสัญญาที่แปลกที่สุดในวงการฟุตบอลเลยก็ว่าได้ หลังจาก นิวคาสเซิล ยอมจ่ายเงินถึง 8 ล้านปอนด์ ให้กับ เรนเจอร์ส เพื่อคว้าตัว บูมซง ที่กำลังจะกลายเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้ามาร่วมทีม

กองหลังชาวฝรั่งเศส ไม่ได้โชว์ฟอร์มแข็งแกร่งอย่างที่หลายๆคนหวังเอาไว้ เขาก่อความผิดพลาดในสนามอยู่เสมอ และเชื่องช้าเมื่อรับมือกับคู่แข่งที่สปีดจัด โดยในช่วงซัมเมอร์ บูมซง ก็ถูกปล่อยให้ ยูเวนตุส ด้วยค่าตัวเพียง 3 ล้านปอนด์

7. เบนนี่ แม็คคาร์ธีย์ (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ย้ายไป เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ปี 2010)

การซื้อตัวที่น่าผิดหวังที่สุดของ เวสต์แฮม หลังจากพวกเขาลงทุ่นจ่ายเงิน 2.25 ล้านปอนด์ คว้าตัว แม็คคาร์ธีย์ ซึ่งในเวลานั้น ยิงไปเพียงประตูเดียวให้กับ แบล็คเบิร์นจากครึ่งซีซั่นแรกในพรีเมียร์ลีกมาล่าตาข่าย

แน่นอนว่า ฟอร์มสุดฝืดของ แม็คคาร์ธีย์ ยังคงตามมาหลอกหลอนที่ เวสต์แฮม หลังจากลงเล่นไป 14 เกม โดยยิงไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว และในช่วงซัมเมอร์ “ขุนค้อน” ยอมจ่ายเงิน 1.5 ล้านปอนด์ให้กับเขาเพื่อยกเลิกสัญญา

6. คริส แซมบ้า (อันจิ มาคัชคาล่า ย้ายไป ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส ปี 2013)

แฮร์รี่ เรดแนปป์ กุนซือ คีวพีอาร์ ในเวลานั้น มองว่า แซมบ้า เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบในการเข้ามาอุดแนวรับสุดรั่วของทีม หลังจากยอมจ่ายเงินถึง 12 ล้านปอนด์ พร้อมค่าเหนื่อยอีก 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ คว้าตัวมาจาก มาคัชคาล่า

อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆพังทลายลงเนื่องจาก เรดแนปป์ ลาออกเพียงไม่กี่วันหลังจาก แซมบ้า ย้ายมาเล่นกับ คีวพีอาร์ โดยในฤดูกาลนั้น “ทหารเสือราชินี” ก็ตกชั้น และ แซมบ้า ก็ต้องย้ายกลับไปรังเก่าอย่าง มาคัชคาล่า อีกครั้ง

5. อัลฟอนโซ อัลเวส (ฮีเรนวีน ย้ายไป มิดเดิลสโบรห์ ปี 2008)

แฟนบอล มิดเดิลสโบรห์ หลายคนต่างตั้งตารอที่จะได้เห็น อัลเวส ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรูกับ ฮีเรนวีน มาเล่นกับพวกเขา และในที่สุด ดาวยิงแซมบ้า ก็ย้ายมายังถิ่นริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ด้วยค่าตัว 12.5 ล้านปอนด์ ท่ามกลางความควาดหวังมากมาย

อัลเวส กลายเป็นกองหน้าจอมฝืดไปโดยปริยาย เขายิงไปเพียง 6 ประตู จาก 11 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก และในฤดูกาลต่อมาก็ซัดไปเพียง 4 ประตู จาก 31 เกม ซี่งผลงานแค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ มิดเดิลสโบรห์ ขายเขาให้กับ อัล ซาดด์ ในปี 2009

4. กุยโด การ์รีโญ่ (โมนาโก ย้ายไป เซาแธมป์ตัน ปี 2018) 19.1 ล้านปอนด์

       หลังจากปล่อย เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังดัตช์ให้กับ ลิเวอร์พูล นั้น เซาแธมป์ตัน ก็เงินในกระเป๋ามหาศาลถึง 75 ล้านปอนด์ และแน่นอนว่า พวกเขาก็มีทุนมากพอในการคว้านักเตะฝีเท้าดีมาเสริมทัพ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การ์รีโญ่

       ถึงแม้จะคว้าแชมป์ลีกเอิง ร่วมกับ โมนาโก ในปี 2017 มาแล้ว แต่ การ์รีโญ่ ลืมฟอร์มเก่งสมัยที่เล่นในฝรั่งเศสไปแบบดื้อๆ โดยหัวหอกอาร์เจนไตน์ ลงเล่นให้กับ เซาแธมป์ตัน ไป 10 เกม ยิงไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว ก่อนจะถูกปล่อยให้ เลกาเนส ยืมตัวไปใช้งานในช่วงซัมเมอร์

3. คอสตาส มิโตรกูล (โอลิมเปียกอส ย้ายไป ฟูแล่ม ปี 2014)

ฟูแล่ม ยอมจ่ายเงินเป็นสถิติสโมสรจำนวน 12.4 ล้านปอนด์ คว้าตัว มิโตรกูล มาจาก โอลิมเปียกอส เพื่อช่วยทีมหนีตกชั้น โดยหัวหอกชาวกรีซ ได้รับการคาดหมายว่า จะเข้ามาช่วยให้เกมรุกของพลพรรค “เจ้าสัวน้อย” ภายใต้การนำของโค้ช เรเน่ มิวเลสตีน เลิกฝืดอีกครั้ง

มิโตรกูล ต้องเจอปัญหาเขาอย่างจังหลังจาก มิวเลสตีน โดนไล่ออก และ เฟลิกซ์ มากัธ เข้ามาทำงานแทน ซึ่ง มากัธ ไม่ใช้งานเขาเลย โดตอนจบซีซั่น “เจ้าสัวน้อย” ตกชั้น แถม มิโตรกูล พกสถิติลงเล่นเพียง 3 เกม ยิงไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว

2. เฟร์นันโด ตอร์เรส (ลิเวอร์พูล ย้ายไป เชลซี ปี 2011)

มีสัญญาณบ่งบอกอยู่แล้วว่า ตอร์เรส จะเจอปัญหาอย่างแน่นอนหลังจากที่เขาย้ายจากแอนฟิลด์ไปยัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ และมันเป็นแบบนั้นจริงๆหลังจากกองหน้าทีมชาติสเปน ซัดไปเพียง 20 ประตูในลีกตลอด 3 ปีครึ่งกับ เชลซี

“เอล นินโญ่” ถูก เชลซี ปล่อยให้กับ เอซ๊ มิลาน ในปี 2015 ก่อนที่จะย้ายกลับไปเล่นกับ แอตเลติโก มาดริด และโยกมาเล่นในเจลีกกับ โซงัน ทาสุ จากนั้น ตอร์เรส ก็ประกาศแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2019

1. ซาวิโอ เอ็นเซเรโก้  (เบรสชา ย้ายไป เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ปี 2009)

ปัจจุบันในวัย 31 ปี เอ็นเซเรโก้ กลายเป็นนักเตะพนเจรย้ายไปเล่นกับทีมลีกรองทั่วโลกอย่างในประเทศ ลิทัวเนีย, คาซัคสถาน, บัลแกเรีย และ โรมาเนีย ซึ่งมันตรงกันข้ามกับพรสวรรค์ที่ถูกประเมินไว้ในตอนที่ย้ายจาก เบรสชา มาเล่นกับ เวสต์แฮม ด้วยค่าตัว 9 ล้านปอนด์

เอ็นเซเรโก้ ได้รับเสื้อหมายเลข 10 ทันทีที่ย้ายมายัง เวสต์แฮม แต่ 10 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก เขาได้เป็นตัวจริงเพียงนัดเดียวเท่านั้น และในช่วงซัมเมอร์ หัวหอกชาวเยอรมัน ก็ถูกปล่อยให้กับ ฟิออเรนติน่า ซึ่งหลังจากนั้น อาชีพของเขาก็ดำดิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ

ภาพประกอบ : skysports.com, nufcblog.co.uk, planetfootball.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง