USB-C มาตรฐานใหม่ที่ทุกอุปกรณ์พกพาต้องใช้ ผลบังคับใช้จากรัฐสภายุโรป - TheMacho
 190
USB-C มาตรฐานใหม่ที่ทุกอุปกรณ์พกพาต้องใช้ ผลบังคับใช้จากรัฐสภายุโรป

ในช่วงที่ผ่านมานี้เราจะเห็นประเด็นเรื่องของคณะรัฐสภาของยุโรปที่ประกาศบังคับใช้ USB C เป็นพอร์ตพื้นฐานของพอร์ตชาร์จในอุปกรณ์พกพาทุกชนิด ซึ่งผลกระทบในครั้งนี้จะเห็นได้ว่า อุปกรณ์ที่จะมีปัญหาจากผลบังคับใช้ครั้งนี้สุดคงหนีไม่พ้น iPhone จาก Apple นั่นเอง.

Image result for iphone charging

จากผลโหวตในสภายุโรปจะเห็นว่า มีผู้เห็นด้วยกับการใช้งาน Type C เป็นพอร์ตหลักของทุกอุปกรณ์พกพาถึง 582 เสียง และ 40 เสียงสำหรับผู้ไม่เห็นด้วย. สาเหตุหลักที่ต้องการให้พอร์ตชาร์จทุกเครื่องเป็นพอร์ตเหมือนกันหมดเนื่องจากช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนสายใหม่ทุกครั้งหลังจากที่เราเปลี่ยนอุปกรณ์เป็นรุ่นใหม่ รวมไปถึงยังช่วยลดปัญหาขยะอิเร็กทรอนิกส์ในอนาคตได้อีกด้วยจากการที่ทุกอุปกรณ์สามารถใช้งานสายแบบเดียวร่วมกันได้หมด.

USB-C ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนั้น หลายคนอาจไม่รู้ก็ว่าได้ Type C ถูกเริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2015 ครั้งแรกกับ Macbook กับก้าวใหญ่ที่มาพร้อมกับมาตรฐาน USB 3.1 ที่มีความสามารถในการรับ-ส่งข้อมูลเร็วสูง ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักของ Apple Laptops ในทุกๆรุ่นจนปัจจุบัน และหลังจากนั้น, ปี 2016 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ได้เริ่มนำ USB C มาใช้กันมากขึ้นแต่ยังคงไม่ได้แพร่หลายมากนักเนื่องจากราคาของสายที่มีมูลค่าสูง รวมไปถึงจ้าวตลาดอุปกรณ์สมาร์ทโฟนในเวลานั้นอย่าง Samsung นั้นยังไม่ริเริ่มใช้งาน USB-C ทำให้กลับถูกมองว่า ผู้ใช้งาน USB-C เป็นผู้แปลกแยก. เมื่อเวลาผ่านไป USB C กลับได้รับความนิยมขึ้นมากจนน่าตกใจ จากการเป็นพอร์ตที่สามารถเสียบด้านไหนก็ได้ไม่ต้องเลือกข้างแบบเดียวกับ Lightning ของ Apple เลยก็ว่าได้.

Image result for htc 10

สำหรับข้อดีของสาย Tpye C ที่หลายคนอาจไม่รู้กันเลยคือ USB C มีความทนทานต่อกระแสไฟที่สูงถึง 100W ได้ซึ่งในหมู่สายขนาดเล็กนั้นเป็นอะไรที่หาทำได้ยากมากในรับกระแสไฟสูงขนาเนี้ได้ รวมไปถึงความสามารถในการรองรับการเชื่อมต่อที่แพร่หลายหรือเรียกได้ว่ารองรับแทบทุกการเชื่อมต่อเลย ไม่ว่าจะเป็นการรับ-ส่ง สัญญาณภาพหรือเสียงก็สามาถใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ. และมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลสูงสุดถึง 20 Gbit/s ผ่าน USB 3.2 (เสียใจด้วย ถ้าจะบอกว่าสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ส่วนใหญ่ที่ใช้งาน USB C ก็ตามทีนั้น ยังคงเป็นมาตรฐานการรับ-ส่งข้อมูลแบบ USB 2.0 อยู่เท่านั้น)

เราก็ต้องมาดูกันต่อไปว่า เมื่อไหร่ที่ทุกอุปกรณ์ใช้พอร์ตแบบเดียวกันหมดนั้นจะเกิดผลกระทบอะไรที่ตามมาบ้างในระยะยาว หรือจะเป็นการหยุดพัฒนานวัตกรรมจริงๆงั้นหรือ ?

ที่มา Reuters

ClicknTouch
ชอบสะสมแก็ทเจ็ต ดูการ์ตูน วันว่างๆขับรถเล่น ผ่อนคลายสบายใจ.

บทความที่เกี่ยวข้อง