ไขความลับทำไม อิซากายะ วิถีการกินดื่มแบบญี่ปุ่นที่เริ่มฮอตฮิตในไทย - The Macho
 
ไขความลับทำไม อิซากายะ วิถีการกินดื่มแบบญี่ปุ่นที่เริ่มฮอตฮิตในไทย

เมื่อพูดถึงร้านอาหารญี่ปุ่น เพื่อนๆ นึกถึงร้านอาหารแบบไหนกันบ้าง ? เราเชื่อว่าหลายคนนึกถึงร้านบุฟเฟ่ต์ปลาดิบ ซูชิ ซาซิมิ บางคนนึกถึงร้านราเมง และอีกหลายคนนึกถึงภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น แต่จะมีแค่ไม่กี่คนที่รู้จักร้าน “อิซากายะ”

จนกระทั่งเร็วๆ นี้ ร้านอิซากายะ เริ่มได้รับความนิยม ฮอตฮิตมากขึ้นอย่างผิดหูผิดตาในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ แล้วร้านอิซากายะคืออะไร มีเสน่ห์อย่างไร ทำไมถึงครองใจคนรุ่นใหม่ ครั้งนี้ The Macho มีคำตอบมาให้แล้ว ตามมาดูกันเลย

ร้าน “อิซากายะ” คืออะไรกันแน่น้า ?

ก่อนที่จะเราจะไปอธิบายความหมายของร้านอิซากายะ เรามาดูพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ทุกวันนี้กันก่อนดีกว่า จะเห็นได้ว่าช่วงไหนที่มีงานเครียดๆ ที่ออฟฟิศ แล้วเราสามารถสะสางงานได้เสร็จ  วันทำงานที่ตรงกับวันศุกร์  วันทำงานที่พรุ่งนี้จะเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดยาวต่างๆ เราก็มักจะถามเพื่อนๆ ร่วมงานว่าวันนี้ไปนั่งทานอะไรชิลๆ คลายเครียดกันมั้ย ?

แล้วโจทย์สำหรับคนรุ่นใหม่ในการเลือกร้านนั่งชิลคืออะไร เราได้รวบรวมให้แล้วสรุปได้ว่า พวกเขาต้องการร้านที่สะดวกในการนั่งกินดื่ม ไม่มีการกำหนดเวลา สามารถคุยเสียงดังได้ สูบบุหรี่ได้ นั่งทานร่วมกันได้หลายคน มีเครื่องดื่มพร้อมกับแกล้มให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะที่ขาดไม่ดีก็คือเหล้า เบียร์ และน้ำชา ซึ่งสิ่งที่คนรุ่นใหม่ไทยต้องการทั้งหมดที่ว่ามานี้ สามารถหาได้ที่ “ร้านอิซากายะ”  

ดังนั้นนิยามของร้านอิซากายะ ในสมัยปัจจุบันนี้ก็คือ ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นประเภทนั่งชิล เน้นการดื่มคู่กับกับแกล้มที่มีให้เลือกหลากหลาย ทานได้หลายคน มีเครื่องดื่มและเมนูอาหารแบบสั่งเป็นอย่างๆ เป็นจานๆ ให้เลือกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ แต่ละเมนูราคาไม่แพง แต่ที่ต้องเด็ดคือเครื่องดื่ม เหล้าเบียร์ โดยเฉพาะเบียร์สดนี่ขาดไม่ได้ สามารถนั่งทานได้นานไม่จำกัดเวลาจนร้านปิด พูดคุยเสียงดังได้ และมีโซนสำหรับสูบบุหรี่

ประวัติความเป็นมาของร้าน อิซากายะ

อิซากายะ คือวัฒนธรรมการกินดื่มของชาวญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในช่วง ค.ศ. 1868 ซึ่งเป็นช่วงก่อนยุคเมจิไม่นาน ช่วงนี้เป็นห้วงเวลาที่ระบอบการปกครองญี่ปุ่นได้ยกเลิกตำแหน่งโชกุน หากเทียบเวลากับประเทศไทยแล้วก็เป็นช่วงที่รัชกาลที่ 4 สวรรคต และรัชกาลที่ 5 กำลังจะขึ้นครองราชย์สมบัตินั่นเอง

หลังจากนั้นวัฒนธรรมการกินดื่มแบบอิซากายะก็ได้รับการพัฒนาเรื่อยมา ทั้งในเรื่องสูตรอาหาร ความพิถีพิถันในการจัดเสิร์ฟ และการให้บริการที่ยังคงเอกลักษณ์แห่งห้วงเวลาที่วัฒนธรรมนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นอย่างดี และวัฒนธรรมการกินดื่มแบบอิซากายะนี้ก็ได้รับการพัฒนาเต็มที่จนถูกกำหนดรูปแบบเป็นมาตรฐานในช่วงปี ค.ศ. 1980 ที่เรียกว่า “อิซากายะยุคใหม่” ที่ชาวโลกรู้จักกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

เสน่ห์ของร้านอิซากายะ

ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่าปัจจุบันคือประเทศอุตสาหกรรมที่เทคโนโลยีต่างๆ พัฒนาไปไกลมากแล้ว เป็นเบอร์ต้นๆ ของโลก การทำงานของคนญี่ปุ่นจึงเต็มไปด้วยความเร่งรีบแข่งขัน ทุกสาขาอาชีพที่ต้องทำงานเป็นลูกจ้างพนักงานบริษัทใหญ่ๆ แต่ละวันพวกเขาทำงานกันตัวเป็นเกลียว เต็มที่กับงานกันจริงๆ แต่เวลาพักผ่อนหลังเลิกงานพวกเขาก็เต็มที่ไม่มียั้งเช่นกัน

และจากนิยามของร้านอิซากายะที่เราได้อธิบายไป เพื่อนๆ ก็คงจะเห็นด้วยว่ามันคือสวรรค์แห่งการพักผ่อนหลังเลิกงานเลยก็ว่าได้ ซึ่งนั่นทำให้คนทำงานออฟฟิศในประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะพากันมาสังสรรค์หลังเลิกงานกันที่ร้านอิซากายะ

เสน่ห์ของความเป็นอิซากายะอยู่ที่อาหารแต่ละจานจะไม่เน้นปริมาณ แต่จะเน้นคุณภาพ และความสวยงาม จัดเสิร์ฟโดยใช้ศิลปะชั้นสูง และเน้นที่ความหลากหลายของเมนู ซึ่งมีให้เลือกสั่งมากมาย และที่ร้านอิซากายะต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเหล้า และเบียร์ชนิดต่างๆ

สำหรับร้านอิซากายะในประเทศญี่ปุ่นแล้วจะมีทำเนียมที่เรียกว่า “โอโตชิ” ซึ่งก็คือการเสิร์ฟถั่วแระญี่ปุ่น หรือ เต้าหู้เย็น ที่ดูเหมือนจะให้ฟรี เพราะทางร้านจะนำมาเสิร์ฟให้ตอนแรกเป็นอาหารรองท้องไว้ทานเล่นโดยที่เราไม่ได้สั่ง แต่ตอนจ่ายตังค์จะมีการรวมค่า โอโตชิ นี้ไปด้วย แต่ทำเนียมนี้มักไม่ค่อยเห็นในร้านอิซากายะที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

ส่วนในเรื่องการกินดื่มนั้น เมื่อมานั่งที่ร้านอิซากายะ ส่วนมากเราจะไม่เน้นมาทานให้อิ่มในทีเดียว แต่จะให้ความสำคัญกับการดื่ม กิน และพูดคุยสังสรรค์ไปเรื่อยๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้นอกจากอาหารที่ตั้งบนโต๊ะ ก็คือเหล้า เบียร์ โดยเฉพาะเบียร์สดที่จะมาทานคู่กับกับแกล้มสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่จัดมาเป็นจานๆ เล็กๆ นี่ฟินสุดๆ ไปเลย

นอกจากนี้การสูบบุหรี่ภายในร้านอิซากายะนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ เพราะเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่เป็นเรื่องปกติมากๆ ของชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้ ตัวรูปแบบของร้านอิซากายะ ยังสะท้อนถึงหลักและวิธีการผ่อนคลายความเครียด จากปัจจัยสภาพแวดล้อมเบื้องต้น ได้อีกด้วย

จิตวิทยาแห่งการผ่อนคลายที่อัดแน่นในร้านอิซากายะ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อในนักจิตวิทยาได้วิเคราะห์วัฒนธรรมการกินดื่มแบบอิซากายะแล้วพบว่า การตกแต่งบรรยากาศร้านสไตล์นี้สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาแห่งการผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี อย่างแรกเลยก็คือ

การผ่อนคลายด้วยรูปร่าง ร้านอิซากายะมักใช้สิ่งของที่มีรูปร่างโค้งมนตกแต่งประดับไว้ตามส่วนต่างๆ ของร้าน ส่วนในเรื่องของโทนสีก็จะเน้นใช้โทนสี และแสงสีอ่อนๆ ไม่สว่างเกินไป โดยใช้แสงไฟสีเหลืองขุ่นจากโคมไฟกระดาษ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย  รูปแบบของการใช้โต๊ะไม้สีเข้ม และเสื่อทาทามิ ที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ แต่เสมือนว่านั่งดื่มอยู่ที่บ้านกับเพื่อนฝูง

การใช้เสียงดนตรีขับกล่อม โดยที่ไม่มีการนำดนตรีสดมาเล่น และจะเปิดเพียงแค่เพลงภาษาญี่ปุ่นเบาๆ เพื่อให้แขกผู้ใช้บริการสามารถพูดคุยกันได้สะดวก ไม่มีเสียงดนตรีรบกวนเกินไป

ความไม่รีบร้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นต้องการเป็นอย่างยิ่งในเวลาพักผ่อน การเสิร์ฟอาหารแต่ละจานในร้านอิซากายะจึงไม่เป็นการเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว แต่จะมีช่วงเวลาที่ลูกค้าอาจต้องรอในแต่ละจาน  ตรงข้ามกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ร้านจะรีบเสิร์ฟทันทีที่ลูกค้าสั่ง เพื่อให้ลูกค้าได้นั่งดื่มกินไปนานๆ สั่งอาหารไปเรื่อย พร้อมกับมอบบริการที่ดีตามมาตรฐานการบริการในสไตล์ญี่ปุ่น

ตัวเลขการเติบโตของร้านอิซากายะในประเทศไทย

เรามาปิดท้ายกันที่เรื่องของตัวเลขการเติบโตของร้านอิซากายะในประเทศไทย เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ทราบว่าตอนนี้มันมีอัตราการเติบโตที่น่าตกใจ โดยเราขออ้างอิงข้อมูลจากสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ เจโทร ในปี 2019 ประเทศไทยมีจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่น อยู่ 3,637 สาขา เติบโตขึ้น 21% จากปีก่อนโดยประเภทร้านอาหารญี่ปุ่นที่ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 คือ ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น จำนวน 829 ร้าน ซึ่งมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 19% จากปีก่อน

ส่วนของร้านอิซากายะ ครองส่วนแบ่งในอันดับที่ 5 โดยมีจำนวน 283 ร้าน เติบโต 15% จากปีก่อน ซึ่งความเติบโตของภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นนั้นเป็นเรื่องที่เราคาดเดาได้ไม่ยากอยู่แล้ว แต่ร้านอิซากายะที่เงียบๆ มานาน อยู่ดีๆ ก็บูมขึ้นมาผิดหูผิดตานี่สิ เป็นเรื่องที่น่าจับตามอง

 และนี่ก็คือเรื่องราวมนต์เสน่ห์ของ “ร้านอิซากายะ” จัดเสิร์ฟวัฒนธรรมการกินดื่มสุดละเมียดละไมสไตล์ญี่ปุ่นที่เราอยากนำเสนอให้เพื่อนๆ ได้ทราบในครั้งนี้ ก็หวังว่าจะเป็นที่ชื่นชอบถูกใจของสายกินดื่มกันทุกคน หลังจากที่ได้อ่านจบไป หากใครยังไม่เคยลองสัมผัสประสบการณ์ในร้านอิซากายะก็ควรหาโอกาสไปลองกันได้แล้ว หากไม่รู้ว่ามีที่ร้านไหนบ้าง ก่อนหน้านี้ทาง The Macho เราก็ได้มีบทความแนะนำร้านอิซากายะดังๆ ในกรุงเทพไปแล้ว ลองย้อนหาอ่านกันดูครับ

Sujate Wanchat

What one man calls God, another calls the laws of physics.

วิศวกร นักท่องเที่ยว บล็อกเกอร์ นักเขียนบทความ ชอบติดตามโลกเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำสมัย เรื่องราวการท่องเที่ยวผจญภัย มนุษย์ต่างดาว และสาวๆ เซ็กซี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save