ทำไมเราจึงมีอารมณ์กับ "เครื่องแบบ" - TheMacho
 
ทำไมเราจึงมีอารมณ์กับ “เครื่องแบบ”

การเกิดอารมณ์กับคนที่อยู่ในชุดเครื่องแบบนั้น มีคำนี้ในภาษาอังกฤษด้วยคือ “uniform fetishism” ซึ่งเครื่องแบบที่พบได้มากว่าทำให้เกิดอารณ์ได้คือ เครื่องแบบตำรวจ, ทหาร, นางพยาบาล, เมดแบบฝรั่งเศส, เชียร์ลีดเดอร์, กระต่ายเพลย์บอย หรือในประเทศไทยที่กำลังเป็นกระแสก็คือชุดนักเรียน และชุดเนตรนารี

ซึ่งบางเครื่องแบบนั้นมาพร้อมกับกิจกรรมที่เป็นภาพจำ เช่น ชุดตำรวจที่ต้องมาพร้อมกุญแจมือ หรือการกักขังอีกฝ่ายเป็นต้น โดยหลายๆ คนก็ติดภาพแนวนี้จากการ Roleplay ในหนังโป๊มาจึงชวนให้มีความแฟนตาซีกับเครื่องแบบยิ่งขึ้น เพราะ เครื่องแบบต่างๆ ไม่ได้มีแต่ภาพลักษณ์เท่านั้น แต่พวกมันยังมากับอำนาจที่ติดมากับตัวมันเองด้วย ซึ่งเราสามารถให้คำอธิบายถึงเครื่องแบบบางอย่าง และสิ่งที่ติดมาพร้อมกับมันได้ดังนี้

ชุดนักเรียน

ชุดนักเรียนถือเป็นเครื่องแบบที่มีเกือบทั่วโลก แม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ประเทศที่ใช้ แต่แนวคิดที่ติดอยู่กับชุด คือ ความอ่อนเยาว์ไร้เดียงสา หรือความบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังถูกมองว่าเป็นความทรงจำที่เด็กผ้ชายไม่อาจบรรลุได้ในวัยเด็กอีกด้วยนั่นเอง

ชุดเชียร์ลีดเดอร์

ถือว่าเป็นอีกยูนิฟอร์มยอดนิยม โดยต้นกำเนิดชุดนี้โยงไปถึงวัฒนธรรมจากฝั่งตะวันตกที่มีจุดกำเนิดมาจากอเมริกาอีกด้วย ซึ่งในช่วงยุค 80-90 ชุดเชียร์ลีดเดอร์ถูกจับใส่ภาพยนตร์ที่เป็นกระแสหลักเสมอ โดยบ่งบอกถึงพลังของวัยรุ่น กับในแง่ระดับทางสังคมของคนที่จะเป็นเชียร์ลีดเดอร์ได้นั้นมักจะเป็นสาวเปรี้ยวตัวท๊อปๆ ของรุ่น ที่ผู้ชายมักหมายปอง

ชุดเมดแบบฝรั่งเศส

ชุดเมดถือเป็นอีกชุดหนึ่งที่มีการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศจากการกดขี่ระหว่างชนชั้นในสมัยก่อน คือ ในบ้านที่มีแม่บ้านผู้สวมใส่ชุดเมดแบบมียูนิฟอร์มสีขาวสลับดำนั้น แสดงว่าจะเป็นบ้านที่มีฐานะร่ำรวย เป็นชนชั้นปกครอง เมื่อชุดอยู่ในกิจกรรมทางเพศมันจะมีความอ่อนน้อมถ่อมตนในแบบทาสของผู้สวมใส่อยู่ด้วย ซึ่งความรู้สึกนี้ไปกระตุ้นความเป็นผู้นำ และผู้ปกครองในเพศชาย

ชุดทหาร, ตำรวจ และนาซี

เครื่องแบบชุดทหาร, ตำรวจ และนาซี นั้นมีภาพลักษณ์ของผู้ใช้อำนาจ ซึ่งมักจะมีเสน่ห์ทางเพศที่รุนแรงกับผู้หญิง และเกย์ โดยเฉพาะเครื่องแบบหนังสีดำเงา ก็เป็นเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมีความ fetishized โดยเกย์ใต้ดิน และกลุ่มไลฟ์สไตล์ BDSM อย่างมาก

Hard gay เป็นอีกคนที่โดดเด่นเรื่องการใช้ชุดหนังออกมาเพื่อความบันเทิงของผู้ชม

แม้ว่าจะมีงานเขียนมากมายเกี่ยวกับเรื่องเพศ และเครื่องแบบ (ตัวอย่างเช่นหนังสือ Leatherfolk ปี 1990 โดย Thompson กล่าวถึงการแต่งกายของด้วยชุดหนังกับเรื่องเพศ) แต่ก็มีการศึกษาทางวิชาการ หรือทางการแพทย์น้อยมาก เอกสารวิชาการที่ดีที่สุดเกี่ยวกับ uniform fetishism ได้รับการตีพิมพ์ในปี 2539 ในวารสาร Sexual and Marital Therapy โดย Dr. Dinesh Bhugra และ Dr. Padmal De Silva

ในการศึกษาของพวกเขามองไปที่การทำงานของเครื่องแบบ และความสัมพันธ์กับจินตนาการทางเพศ และความหลงใหลทางเพศ โดยมันถูกตั้งข้อสังเกตว่าเครื่องแบบสามารถถูกมองว่าเป็น ‘หนังชั้นนอก’ ซึ่งสามารถเป็นวัสดุ และมีเสน่ห์ในแง่ทางเพศ ซึ่งสามารถทำให้แต่ละคนสามารถแสดง หรือใช้อำนาจที่ติดมากับมัน (ซึ่งอาจมีความสำคัญในกิจกรรมทางเพศที่เกี่ยวข้องกับซาดิสม์ และมาโซคิสม์)

โดย Dr. Dinesh Bhugra และ Dr. Padmal De Silva ได้อธิบายแล้วแบ่งการทำงานของเครื่องแบบเป็น 5 ประเภท คือ

Formal (ทางการ) – การสวมเครื่องแบบเพื่อแสดงความเป็นบุคคลในกลุ่มที่เป็นทางการโดยเฉพาะ เช่น ทหารบก, ทหารเรือ, ตำรวจ, พยาบาล ฯลฯ
Fashion (แฟชั่น) – การสวมเครื่องแบบเพื่อแสดงความเป็นบุคคลในกลุ่มที่ไม่เป็นทางการมากขึ้น เช่น ความจงรักภักดีทางดนตรี เช่น โกธิค, พังก์, เฮฟวี่เมทัล ฯลฯ
Fun and frolic (สนุกสนาน) – การสวมเครื่องแบบเพื่อความสนุกสนาน เช่น การแต่งกายแฟนซีในงานปาร์ตี้
Fantasy (แฟนตาซี) – การสวมเครื่องแบบเพื่อช่วยในการเพ้อฝัน (มักจะเป็นเรื่องเพศ) เช่น การกระตุ้นให้เกิดการควบคุมแบบมีพลังของเพศชาย เช่น พนักงานดับเพลิง หรือการเรียกร้องการเลี้ยงดู และการดูแลแบบมีพลังของเพศหญิง เช่น พยาบาล โดยเครื่องแบบทางเพศไม่ได้เป็นไปตามเกณฑ์ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความหลงใหลทางเพศของแต่ละคน
Fetish (การหลงใหลในแบบต่างๆ) – การสวมเครื่องแบบเป็นส่วนหนึ่งของความหลงทางเพศที่ต้องสวมเครื่องแบบเพื่อช่วยในการถึงจุดสุดยอดทางเพศ ซึ่งอาจจะเป็นเสื้อผ้าที่ทำจากยางพลาสติก หรือเครื่องหนังเป็นต้น

ซึ่งการศึกษาเกี่ยวกับเครื่องแบบที่ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศก็ยังมีบทความการวิจัยออกมาเป็นระยะๆ อย่างในปี 2542 โดย Kathleen O’Donnell ที่ตีพิมพ์ใน Advances in Consumer Research ได้ทำวิจัยกับกลุ่มผู้หญิงได้ข้อสรุปว่า ” เครื่องแบบ ทำให้พวกเขาได้รับประสบการณ์การประเมินตนเองในเชิงบวกมากขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปการประเมินเชิงบวกเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการเสริมสร้างพลังทางเพศที่ดีขึ้นด้วย” แต่งานวิจัยนี้ก็มีกลุ่มตัวอย่างที่น้อยเกินไปจึงเรียกว่าผลยังไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นนัก

ที่มา – 1 | 2 | 3

W. Charoenchit

Online Marketing | BD @ ThisIsGame Thailand | Admin AV idol Fanpage | Admin รวมดาวสาว Office | Gamer l Toy collector | Food Hunter

บทความที่เกี่ยวข้อง