Twitter ขุมทรัพย์แห่งนกสีฟ้า ที่แวดวงธุรกิจต่างพากันแย่งชิงเช็คอิน - TheMacho
 71
Twitter ขุมทรัพย์แห่งนกสีฟ้า ที่แวดวงธุรกิจต่างพากันแย่งชิงเช็คอิน

ต้องยอมรับเลยว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น Twitter ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เจริญเติบโตมากที่สุด ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้งาน และการเข้ามาของแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อใช้พื้นที่ในการสื่อสารสินค้าและการบริการ

แล้วคุณเคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมแบรนด์ต่าง ๆ ถึงต้องการที่จะเข้ามาโลดแล่นในดินแดนแห่งนกสีฟ้าผืนนี้ ทั้ง ๆ ที่ถ้านำไปเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นที่มีผู้ใช้งานมากกว่าอย่าง Facebook แถมยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ที่เอื้ออำนวยต่อการโฆษณาสินค้าแบบเต็มรูปแบบอีกด้วย 

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าทวิตเตอร์นั้นเป็นพื้นที่สำหรับใช้ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสื่อสารกันแบบเรียลไทม์ วินาทีต่อวินาที ผ่าน # (แฮชแท็ก) ในแต่ละวันจะมีแฮชแท็กผุดขึ้นมามากมายไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยความบังเอิญหรือความตั้งใจ แต่เมื่อใดก็ตามที่มันไปโดนใจใครหลาย ๆ คนเข้าจนกลายเป็นเทรนด์ขึ้นมา บอกได้เลยว่าเครื่องหมายสี่เหลี่ยมตัวนี้ จะเป็นตัวตัดสินอนาคตของคุณอย่างแน่นอนว่าจะอยู่หรือจะไป

ด้วยแฮชแท็กนี้เอง จึงทำให้เหล่าแวดวงธุรกิจหรือแบรนด์ต่าง ๆ จะต้องกลับไปทำการบ้านเพื่องัดไม้เด็ดออกมาสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุดมากที่สุด เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วม ผลักดันให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

แต่การที่จะสื่อสารไปให้ถึงเป้าหมายโดยตรงก็ดูจะเป็นเรื่องที่มีความท้าทายอยู่พอสมควร แต่มันก็ยังมีตัวช่วยที่สำคัญอย่าง Influencer Marketing หรือการให้ผู้มีชื่อเสียงในวงการทวิตเตอร์มาช่วยโปรโมทสินค้าหรือแคมเปญ ทั้งกลุ่มคนที่มีคนติดตามไม่เยอะมากไปจนถึงกลุ่มคนที่มีผู้ติดตามหลักแสนคนขึ้นไป (Macro-Micro Influencer) รวมถึงกลุ่มพลังจิ๋วอย่าง Nano-Influencer ที่มองข้ามไม่ได้เลยเช่นเดียวกัน

หลายครั้งกระแสต่าง ๆ มักถูกจุดขึ้นโดยแอคเคาท์ที่มีผู้ติดตามไม่มากนักอย่างเช่น การถกเถียงกันเรื่องการกินบะหมี่หยกร้าน เอ็มเค สุกี้ ว่าต้องลวกเส้นก่อนกิน หรือไม่ต้องลวก จนทำให้เกิดการรีทวีตข้อความดังกล่าวกว่าหมื่นครั้ง จนเกิดเป็น 2 แฮชแท็กดังสะเทือนไทม์ไลน์อย่าง #ทีมไม่ลวกหมี่หยก และ #ทีมลวกหมี่หยก ที่เป็นการถกเถียงกันว่าแต่ละคนชอบกินบะหมี่หยกแบบไหนมากกว่ากัน ลุกลามไปถึงขั้นนำหลักการ คำบอกเล่าต่าง ๆ จากผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหาร หรือแพทย์ ออกมาถกเถียงกัน และผู้คนก็แห่กันออกไปกินบะหมี่หยกเอ็มเคกันอย่างหนาแน่นทั่วทุกสาขา จนทำให้ทาง เอ็มเค สุกี้ ได้รับผลประโยชน์ไปเต็ม ๆ โดยไม่ต้องลงทุนเม็ดเงินในการโฆษณาแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตาม การที่เรื่องราวของบะหมี่หยกนั้นถูกกล่าวถึงในวงกว้าง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าทุกคนต่างคุ้นเคยกับมันมาเป็นอย่างดี และการตั้งคำถามว่าจะต้องกินแบบลวกหรือไม่ลวกนั้นก็เหมือนเป็นการสะกิดต่อมคำถามในใจลึก ๆ ที่เราไม่เคยได้รับคำตอบมาตลอดชีวิต ว่าแท้จริงแล้วเราควรลวกบะหมี่หยกก่อนกินหรือไม่ เลยทำให้ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นไวรัลที่ทุกคนต้องพูดถึงมัน และทางเอ็มเค สุกี้ ก็กลายเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ไปโดยปริยาย 

ด้วยข้อดีต่าง ๆ มากมายเลยทำให้เจ้าของแบรนด์ หรือนักการตลาดต่างพากันมาตั้งหลักปักฐานบนแพลตฟอร์มนกสีฟ้าแห่งนี้ แต่อย่าลืมว่าทวิตเตอร์นั้นเป็นพื้นที่ที่ผู้คนต่างมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งมันอาจจะส่งผลกระทบทั้งที่ดีเกิดคาด และคาดไม่ถึงได้ในเวลาเดียวกัน

Text – Skyscraper

บทความที่เกี่ยวข้อง