10 อันดับนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของ บาเยิร์น มิวนิค – TheMacho
 74
10 อันดับนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของ บาเยิร์น มิวนิค

     บาเยิร์น มิวนิค ถือได้ว่า เป็นสโมสรระดับมหาอำนาจในยุโรป และยิ่งใหญ่ที่สุดในเยอรมันเลยก็ว่าได้ พวกเขามีนักเตะระดับตำนานมากมาย และจากอดีตจนถึงปัจจุบัน “เสือใต้” ลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อคว้าผู้เล่นฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทีมอยู่เสมอ

        นี่คือ 10 อันดับนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของ บาเยิร์น ซึ่งบางคนประสบความสำเร็จคุ้มค่าตัวทุกบาททุกสตางค์ และบางคนก็ล้มเหลวแตกต่างกันไป

10. มาริโอ โกเมซ (30 ล้านยูโร)

       อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมัน ย้ายจาก “ม้าขาว” สตุ๊ตการ์ท ไปเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร ในช่วงซัมเมอร์ปี 2009 พร้อมกับสถาปนาตัวเองกลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของพลพรรค “เสือใต้” ทันที

        โกเมซ ล่าตาข่ายกับ บาเยิร์น เป็นเวลา 4 ปี ซัดไป 113 ประตู จาก 174 เกม พร้อมกับคว้าแชมป์บุเดสลีกา 2 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย ก่อนจะย้ายไปยัง ฟิออเรนติน่า, เบซิคตัส, โวล์ฟสบวร์ก และปัจจุบันในวัย 35 ปี กลับมาเล่นกับทีมเก่าอย่าง สตุ๊ตการ์ท

9. แบงฌาแม็ง ปาวาร์ (35 ล้านยูโร)

       อีก 1 นักเตะที่ย้ายจาก สตุ๊ตการ์ท มายัง บาเยิร์น โดย ปาวาร์ เซ็นสัญญากับ “เสือใต้” เมื่อซัมเมอร์ปี 2019 ด้วยค่าตัว (35 ล้านยูโร) และกำลังค่อยๆพัฒนาตัวเองเข้ามาเป็นกำลังหลักในแนวรับสายเลือดใหม่ของทีม

       กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส อายุเพียง 24 ปี เท่านั้น แต่เขาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 มาแล้ว รวมถึงแชมป์บุนเดสลีกา 1 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย ซึ่ง ปาวาร์ น่าจะยืนระยะเป็นตัวหลักของ บาเยิร์น ไปได้อีกหลายปี

8. เรนาโต้ ซานเชส (35 ล้านยูโร)

       หนึ่งในการทำธุรกิจที่น่าผิดหวังที่สุดของ บาเยิร์น หลังจากที่พวกเขายอมทุ่มเงิน 35 ล้านยูโร คว้าตัว ซานเชส ซึ่งเคยได้รับการยกย่องว่า เป็นดาวรุ่งฝีเท้าดีที่สุดในวงการฟุตบอลโปรตุเกส มาจาก เบนฟิก้า เมื่อซัมเมอร์ปี 2015

        มิดฟิลด์เลือดฝอยทอง ปรับตัวกับ บาเยิร์น ไม่ได้ เขาโดนปล่อยออกไปเล่นด้วยสัญญายืมตัวกับ สวอนซี เป็นเวลา 1 ปี ก่อนจะกลับมายังทัพ “เสือใต้” อีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาอยู่ในทีมชุดแรกได้ โดยเมื่อซัมเมอร์ปี 2019 ซานเชส ถูกขายให้ ลีลล์ ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร

7. มัทส์ ฮุมเมิลส์ (35 ล้านยูโร)

       ฮุมเมิลส์ ย้ายจากคู่อริตลอดกาลอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาเล่นกับ บาเยิร์น ในปี 2016 โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีในถิ่นอัลลิอันซ์ อาเรนา ปราการหลังทีมชาติเยอรมันพา “เสือใต้” คว้าแชมป์บุนเดสลีกา ได้ถึง 3 สมัย

        เมื่อซัมเมอร์ปี 2019 ฮุมเมิลส์ ตัดสินใจอำลา บาเยิร์น กลับไปเล่นกับ ดอร์ทมุนด์ อีกครั้ง ด้วยค่าตัว 33 ล้านยูโร และกลายเป็นผู้บัญชาการแนวรับ “เสือเหลือง” ภายใต้การคุมทัพของเทรนเนอร์ ลูเซียง ฟาฟร์ ทันที

6. มาริโอ เกิตเซ่ (37 ล้านยูโร)

       เกิตเซ่ ถือเป็นอีก 1 รอยร้าวที่ บาเยิร์น ทำไว้กับ ดอร์ทมุนด์ หลังจากที่พวกเขาทุ่มเงิน 37 ล้านยูโร คว้าจอมทัพชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของ “เสือเหลือง” ไปร่วมทีมเมื่อปี 2013

       เกิตเซ่ก็เหมือนหนังม้วนเดียวกับ มัทส์ ฮุมเมิลส์ เขาค้าแข้งกับ บาเยิร์น เป็นเวลา 3 ปี ก่อนจะกลับไปเล่นกับ ดอร์ทมุนด์ อีกครั้งจนถึงในเวลานี้ และคาดว่า ดาวเตะวัย 28 ปี เตรียมอำลาทัพ “เสือเหลือง” แบบไร้ค่าตัวในเร็วๆนี้

5. อาร์ตูโล่ วิดาล (39.3 ล้านยูโร)

       วิดาล ถูกคว้าตัวมาจาก “เจ้าม้าลาย” ยูเวนตุส เมื่อปี 2015 โดยกองกลางจอมบู๊ทีมชาติชิลี อยู่รับใช้ “เสือใต้” นาน 3 ปี ลงเล่นไป 123 เกมรวมทุกรายการ ซัดไป 22 ประตู พร้อมกับคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัย และเดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย

        ในช่วงหลัง วิดาล ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีม บาเยิร์น ได้ จากนั้น ในปี 2018 เขาก็ถูกขายให้กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 19 ล้านยูโร 

4. ฆาบี มาร์ติเนซ (40 ล้านยูโร)

       การที่ บาเยิร์น ทุ่มเงิน 40 ล้านยูโร คว้าตัว มาร์ติเนซ มาจาก แอธเลติก บิลเบา เมื่อปี 2012 นั้น นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์สำหรับ “เสือใต้”

       ปัจุจุบัน มาร์ติเนซ ค้าแข้งกับ บาเยิร์น เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว โดยเจ้าตัวสามารถเล่นได้ทั้งกองกลางตัวรับ และเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ นอกจากนี้ ดาวเตะชาวสเปน ยังลงเล่นไปรวมทุกรายการมากถึง 238 เกม พร้อมกับคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 8 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 5 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย

3. โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ (41.5 ล้านยูโร)

       โตลิสโซ่ ถูกเซ็นสัญญามาจาก โอลิมปิก ลียง เมื่อปี 2017 และในฤดูกาลแรกกับ บาเยิร์น เขาก็สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในแดนกลางได้ทันที แต่น่าเสียดายที่เมื่อปี 2018 เขาโชคร้ายได้รับบาดเจ็บยาว 7 เดือน ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถชวยทีมได้มากเท่าที่ควร

        อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลล่าสุด กองกลางชาวฝรั่งเศส ค่อยๆฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง และลงสนามให้กับ “เสือใต้” ไป 28 เกมรวมทุกรายการ ซัดไป 4 ประตู ซึ่งในวัย 26 ปี โตลิสโซ่ น่าจะเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมได้อีกหลายปี

2. เลรอย ซาเน่ (49 ล้านยูโร)

       หลังหมดยุคของ อาร์เยน ร็อบเบน และ ฟรองค์ ริเบรี บาเยิร์น ก็แทบจะไม่มีตัวรุกริมเส้นที่โดดเด่นอีกเลย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขายอมทุบคลังสโมสรจำนวน 49 ล้านยูโร คว้าตัว ซาเน่ มาจาก “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์นี้

        ปีกทีมชาติเยอรมัน ได้รับการคาดหมายว่า จะเข้ามายกระดับเกมรุกทางริมเส้น บาเยิร์น ร่วมกับ แซร์จ นาบรี้ ตัวรุกเพื่อนร่วมชาติ เพื่อทำให้พลพรรค “เสือใต้” เดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จอีกครั้งในอนาคต

1. ลูคัส เอร์นานเดซ (80 ล้านยูโร)

       เอร์นานเดซ ถูกคว้าตัวมาจาก “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด เมื่อซัมเมอร์ปี 2019 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 80 ล้านยูโร ซึ่งปีแรกภายใต้สีเสื้อของทัพ “เสือใต้” เขาลงสนามไปรวมทุกรายการ 25 เกม พร้อมกับคว้าแชมป์บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

        กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส เป็นการลงทุนในระยะยาวของ บาเยิร์น และในวัยเพียง 24 ปี เอร์นานเดซ มีศักยภาพพอที่จะพัฒนาตัวเองไปเป็นนักเตะระดับโลกได้อย่างแน่นอน

ภาพประกอบ : bleacherreport.com, goal.com, vbetnews.com, givemesport.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง