10 อันดับกองหลังค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาลของ แมนฯซิตี้ - TheMacho
 
10 อันดับกองหลังค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาลของ แมนฯซิตี้

       แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือเป็นสโมสรมหาเศรษฐีของวงการฟุตบอลเลยก็ว่าได้ พวกเขามีเจ้าของอย่าง ชีค มานซูร์ นักการเมืองของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งคอยสนับสนุนเงินทุนในตลาดนักเตะทุกรอบมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว

        ไม่ว่าจะเป็นยุคผู้จัดการทีมคนใด แมนฯ ซิตี้ ก็พร้อมจ่ายเงินคว้านักเตะที่ต้องการทุกตำแหน่งอย่างไม่ลังเล และสำหรับทัพ “เรือใบสีฟ้า” นั้น พวกเขาลงทุนกับผู้เล่นแนวรับมาหลายร้อยล้านปอนด์เลยทีเดียว และนี่คือ 10 กองหลังที่แพงที่สุดที่ถูกคว้าตัวมายังถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม

10. ดานิโล่ (26.9 ล้านปอนด์)

       หนึ่งในการทำธุรกิจที่น่าผิดหวังของ แมนฯ ซิตี้ ในยุค เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์ชาวสเปน ดานิโล่ ถูกซื้อตัวมาจาก เรอัล มาดริด เมื่อปี 2017 พร้อมเซ็นสัญญายาวถึง 5 ปี แต่ดูเหมือนว่า แบ็คแซมบ้า จะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตในเมืองผู้ดีได้

        ดานิโล่ ดูเชื่องช้าเกินไปสำหรับการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ เขายังถูก กวาร์ดิโอล่า โยกไปเล่นตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ไม่ถนัดอยู่บ่อยครั้งทำให้เจ้าตัวโชว์ฟอร์มไม่ดีเท่าที่ควร โดยหลังอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ได้เพียง 2 ปี เขาก็ถูกปล่อยตัวให้กับ ยูเวนตุส

9. นิโคลัส โอตาเมนดี้ (32 ล้านปอนด์)

       โอตาเมนดี้ ถูกถึงตัวมาคุมแนววรับ แมนฯ ซิตี้ เมื่อซัมเมอร์ปี 2015 ในยุคที่ มานูเอล เปเยกรินี่ โค้ชชาวชิลีกุมบังเหียน และเขาก็เข้าสู่การเป็นคนสำคัญในทีมชุดแรกของ “เรือใบสีฟ้า” ทันที มาจนถึงยุค เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

        เซ็นเตอร์ฮาล์ฟชาวอาร์เจนไตน์ ประสบความสำเร็จอย่างมาหมายกับ แมนฯ ซิตี้ ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และลีก คัพ 4 สมัย และปัจจุบัน โอตาเมนดี้ ในวัย 32 ปี ก็ยังเป็นกำลังเสริมชั้นดีของ “เรือใบสีฟ้า”

8. นาธาน อาเก้ (41 ล้านปอนด์)

       กองหลังป้ายแดงของ แมนฯ ซิตี้ ถูกคว้าตัวมาจาก บอร์นมัธ ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่เขาพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องจนก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในแนวรับของทั้งสโมสร และทีมชาติฮอลแลนด์

        อาเก้ จะเขามาเพิ่มความแข็งแกร่งในเกมรับ, ความนิ่ง และความแน่นอนในลูกกลางอากาศให้กับ แมนฯ ซิตี้ ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ดาวเตะชาวดัตช์ ยังสามารถเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ และแบ็คซ้าย อีกด้วย

7. เอเลียคิม ม็องกาล่า (42 ล้านปอนด์)

       ปราการหลังชาวฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดกับ เอฟซี ปอร์โต้ และนั่นทำให้ แมนฯ ซิตี้ ไม่รีรอที่จะทุ่มเงิน 42 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขามาเสริมทัพเมื่อปี 2014 พร้อมกับวางตัว ม็องกาล่า ไว้เป็นแกนหลักในอนาคต

        อย่างไรก็ตาม กองหลังเฟรนช์แมน ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้เหมือนเดิม และเจ้าตัวโชคร้ายได้รับบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้งจนทำให้ แมนฯ ซิตี้ ต้องปล่อยตัวเขาให้กับ บาเลนเซีย และ เอฟเวอร์ตัน ยืมไปใช้งาน จากนั้น ในปี 2019 ม็องกาล่า ก็เซ็นสัญญาถาวรกับ “ไอ้ค้างคาว” แบบไร้ค่าตัว

6. จอห์น สโตนส์ (50 ล้านปอนด์)

       สโตนส์ เป็นกองหลังที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ต้องการตัวอย่างมากจนยอมทุ่มเงินถึง 50 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขามาจาก เอฟเวอร์ตัน เมื่อปี 2016 พร้อมกับมอบตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักให้ทันที

        กองหลังทีมชาติอังกฤษ ถือเป็นแนวรับตามสเป็กที่ กวาร์ดิโอล่า ต้องการ ซึ่งเขานอกจากเล่นเกมรับที่อย่างยอดเยี่ยมแล้ว สโตนส์ ยังมีเทคนิคที่สุดยอด และสามารถผ่านบอลเปิดเกมรุกจากแดนหลังขึ้นมาได้เป็นอย่างดี

        ปัจจุบัน สโตนส์ ก็ยังเป็นตัวหลักของ แมนฯ ซิตี้ แต่น่าเสียดายที่เขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ไม่ได้ลงสนามมากเท่าที่ควร

5. เบนฌาแม็ง เมนดี้ (52 ล้านปอนด์)

       ไม่บ่อยครั้งนักที่สายตาการซื้อตัวนักเตะของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะผิดพลาด และ เมนดี้ ก็คือหนึ่งในนั้น โดยแบ็คซ้ายชาวฝรั่งเศส ถูกคว้าตัวมาจาก โมนาโก เมื่อปี 2017 และโชคร้ายได้รับบาดเจ็บนานหลายเดือน

จนถึง ณ เวลานี้ เมนดี้ ลงสนามรวมทุกรายการให้กับ แมนฯ ซิตี้ ไปเพียง 53 เกมเท่านั้น และเจ้าตัวแทบไม่ได้มีส่วนร่วมกับความสำเร็จใดๆของทัพ “เรือใบสีฟ้า” เลย

4. ไคล วอล์คเกอร์ (53 ล้านปอนด์)

       แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษ ถูกคว้าตัวมาจาก ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ ในปี 2017 จากนั้น วอล์คเกอร์ ยึดตำแหน่งตัวจริงของ แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การกุมบังเหียนของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทันที

        ดาวเตะวัย 30 ปี เป็นฟูลแบ็คที่เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง เติมเกมรุกดุดัน และสามารถสอดขึ้นไปทำประตูได้อยู่เสมอ และ วอล์คเกอร์ น่าจะเป็นกำลังหลักของ “เรือใบสีฟ้า” ไปอีกหลายปี

3. อายเมริค ลาปอร์ต (57 ล้านปอนด์)

       หนึ่งในการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าที่สุดของ แมนฯ ซิตี้ ลาปอร์ต ถูกคว้าตัวมาจาก แอธเลติก บิลเบา ในตลาดนักเตะเดือนมกราคมปี 2018 และเขาแปรเปลี่ยนแนวรับที่อ่อนปวกเปียกของ “เรือใบสีฟ้า” ให้แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ

        เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา กองหลังชาวฝรั่งเศส โชคร้ายได้รับบาดเจ็บยาว ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ แมนฯ ซิตี้ เสียแชมป์พรีเมียร์ลีกให้กับ ลิเวอร์พูล โดยเวลานี้ ลาปอร์ต กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง และเขาน่าจะเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ “เรือใบสีฟ้า” กลับมาไล่ล่าแชมป์อีกครั้ง

2. เจา คันเซโล่ (60 ล้านปอนด์)

       แบ็คทีมชาติโปรตุเกส ถูกคว้าตัวมาจาก ยูเวนตุส เมื่อซัมเมอร์ปี 2019 บวกกับทาง แมนฯ ซิตี้ สลับปล่อยตัว ดานิโล่ ไปให้ทาง “เจ้าม้าลาย” ซึ่งค่าตัว และออฟชั่นต่างๆของ คันเซโล่ รวมทั้งสิ้นเบ็ดเสร็จสูงถึง 60 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

        แบ็ควัย 26 ปี เป็นผู้เล่นที่เติมเกมรุกได้อย่างสนุก และสามารถเล่นได้ทั้ง 2 ฝั่งของสนาม โดยเวลานี้ คันเซโล่ กำลังค่อยๆปรับตัวกับแนวทางการเล่นของ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งภายใต้การทำงานร่วมกับยอดโค้ชอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นั้น เขาจะกลายเป็นนักเตะระดับโลกได้อย่างไม่ยาก

1. รูเบน ดิอาส (65 ล้านปอนด์)

        ดิอาส เป็นกองหลังรายล่าสุดที่ แมนฯ ซิตี้ คว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติมากที่สุดในสโมสร โดยกองหลังวัย 23 ปี แจ้งเกิดกับ เบนฟิก้า ในปี 2017 และอยู่ค้าแข้งกับพลพรรค “เหยี่ยวลิสบอน” มานาน 3 ปี ก่อนจะย้ายมายัง “เรือใบสีฟ้า”

        เซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติโปรตุเกส ได้รับการคาดหมายว่า จะเข้ามาเป็นตัวหลักในแนวรับของ แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์ชาวสเปน ทันที

ภาพประกอบ : skysports.com, goal.com, supersport.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง