Review | Assassin's Creed Valhalla สวมบทบาทไวกิ้งตะลุยโลกกว้างไปกับภราดรนักฆ่า พร้อมระบบเด่น ๆ จำนวนมาก - TheMacho
 
Review | Assassin’s Creed Valhalla สวมบทบาทไวกิ้งตะลุยโลกกว้างไปกับภราดรนักฆ่า พร้อมระบบเด่น ๆ จำนวนมาก

ถึงเวลาสวมบทบาทเป็นไวกิ้งสุดโหด ออกเดินทางบนแผ่นดินใหม่ ไปพร้อมกับเหล่าภราดรนักฆ่าที่จะอยู่เคียงข้างผู้เล่นทุกคนใน Assassin’s Creed Valhalla เกมนี้พัฒนาโดยมี Ubisoft Montreal เป็นผู้นำทีม โดยเกมจะให้ผู้เล่นได้สัมผัสประสบการณ์ในการสวมบท Eivor ขุนศึกไวกิ้งแห่งตำนาน ในโลกโอเพนเวิลด์อันสวยงามลี้ลับขัดกับฉากอันโหดร้ายของยุคมืดอังกฤษ ผู้เล่นจะสามารถใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ใหม่ทั้ง บุกปล้น , การถืออาวุธสองมือ และการสร้างชุมชนให้เติบโต

เรามาดูกันดีกว่าว่าเกมนี้จะมีอะไรน่าสนใจ รวมถึงจะมีระบบเด่น ๆ อะไรบ้าง ซึ่งผู้เขียนบอกได้เลยว่างานนี้ Ubisoft เค้าจัดเต็มแบบถึงใจเลยทีเดียว

อนึ่ง… การรีวิวนี้เกิดขึ้นบน PS4 Slim และเป็นการรีวิวในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 หากผู้อ่านกลับมาอ่านในภายภาคหน้า ข้อสังเกตบางข้ออาจมีแพทช์ออกมาแก้ไขเรียบร้อยแล้วก็เป็นได้

เนื้อเรื่องไม่เยิ่นเย้อ

สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนประทับใจมาก ๆ คือการดำเนินเนื้อเรื่องภายในเกม Assassin’s Creed Valhalla ค่อนข้างที่จะรวดเร็ว เพียงแค่ Prologue เราก็จะได้เห็นฉากสำคัญที่จะโยงเข้าสู่เนื้อเรื่องหลัก และภายในไม่กี่บทเราก็จะได้เห็นว่าฝ่ายไหนคือภราดรนักฆ่า และฝ่ายไหนคือเทมพลาร์ 2 อริตลอดกาล รวมไปถึงความลับบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ แต่ยังไม่ได้จบแต่เพียงเท่านั้น เพราะทั้งหมดที่พูดถึงนี้เป็นเรื่องราวเพียงน้อยนิดเท่านั้น หลังจากนี้ไปยังมีเรื่องราวที่เข้มข้น และเซอร์ไพรส์จำนวนมากรอให้ผู้เล่นได้พบเจอตลอดการเล่นเกม ซึ่งผู้เขียนบอกเลยว่า “คุ้มค่าแก่การเล่นอย่างแน่นอน”

อ้อ! เกมนี้ยังคงคอนเซปต์การเดินเนื้อเรื่องระหว่าง 2 โลกสองใบเหมือนเดิม ได้แก่ โลกปัจจุบัน และโลกใน Animus (โลกของภารดรนักฆ่าในอดีต) ซึ่งในโลกปัจจุบันเราจะได้เจอกับตัวละครที่คุ้นหน้าคุ้นตามากมายเช่น Layla Hassan เป็นต้น

การเลือกบทสนทนา

เรื่องราวภายในเกมนี้จะถูกร้อยเรียงตามการเลือกตอบของเราเอง อย่างไรก็ตามทางผู้พัฒนาเกมก็ได้ย้ำมาว่าคำตอบของเราภายในเกมนี้ไม่ได้มีถูก หรือผิด เพราะทุกอย่างในเกมนี้เป็นเพียงสีเทา ไม่มีสิ่งที่ถูกต้องที่สุด และไม่มีสิ่งที่ผิดแบบไม่มีทางแก้ไข ฉะนั้นในการเลือกคำตอบของผู้เล่นก็ควรเลือกไปตามสัญชาตญาณของเราเองเพื่อที่จะให้เรื่องราวของ Eivor เป็นไปตามความรู้สึกของเราจริงๆ

การเลือกเพศที่ทำได้ตลอดเวลา

ภายในเกม Assassin’s Creed Valhalla จะมีตัวละครให้เราได้เลือกเล่นทั้ง 2 เพศ แต่ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้นคือผู้เล่นสามารถเปลี่ยนเพศของตัวละครได้ตลอดการเล่นเกมโดยที่ไม่ต้องเล่นใหม่ นั่นแปลว่าหากผู้เล่นเริ่มเบื่อตัวละครเพศที่เลือกเล่นมาในตอนต้นเกม หรือรู้สึกว่าไม่เหมาะกับความชอบ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นอีกเพศได้ทันที โดยเพศของตัวละครไม่ส่งผลใด ๆ ต่อเกมเพลย์ ฉะนั้นผู้เล่นสบายใจได้เลยครับ

ระบบ Accessibility Option ที่หลากหลาย

โดยปกติแล้วการตั้งค่าเกมต่าง ๆ จะทำได้แต่เพียงเลือกความยากหรือง่ายของเกมเท่านั้น แต่ในเกม Assassin’s Creed Valhalla ได้ทำระบบปรับแต่งให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น โดยผู้เล่นสามารถเลือกการตั้งค่าความยากง่ายได้ถึง 3 องค์ประกอบหลัก ๆ ได้แก่ การลอบเร้น , การต่อสู้ และการสำรวจโลก

นอกจากนี้เกมดังกล่าวยังเปิดให้ผู้เล่นที่มีอาการตาบอดสีเลือกปรับสีของภาพได้ถึง 3 รูปแบบ อีกทั้งยังมีระบบการอ่านตัวอักษรบนหน้าจอเมนูต่าง ๆ ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเกมนี้ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับผู้เล่นหลากหลายประเภทเลยครับ

การสำรวจโลกอันกว้างใหญ่

ภายในเกมภราดรนักฆ่าภาคล่าสุดนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ มากมาย โดยแต่ละพื้นที่จะมีความลับให้ผู้เล่นได้ค้นหาจำนวนมาก โดยแบ่งออกเป็น 3 องค์ประกอบใหญ่ ๆ คือ

Wealth – ไอเทมใช้ตีบวก ไอเทมเพิ่มสกิล เป็นต้น

Mysteries – เควสเล็ก ๆ ที่จะทำให้เราเห็นความลับ หรือเรื่องราวแปลก ๆ มากขึ้น

Artifact – ของโบราณต่าง ๆ เช่น แผนที่สมบัติ

อย่างไรก็ตามการเข้าถึงองค์ประกอบทั้ง 3 นี้จะไม่ได้แค่เดินไปถึงก็เจอ หรือเก็บได้เลย ผู้เล่นอาจต้องตามหากุญแจ เปิดหาทางลับที่แอบซ่อนอยู่ ทำให้ผู้เล่นจะต้องใช้สมองในการเค้นเพื่อไขปริศนาต่าง ๆ ออกมาเยอะพอสมควร ซึ่งบอกเลยว่าปริศนานั้นอยู่ในระดับที่ท้าทายพอดี แต่ผู้เล่นจะต้องช่างสังเกต หรืออ่านภาษาอังกฤษออกบ้างเท่านั้นเอง

มินิเกมที่น่าสนใจจำนวนมาก

ภายในเกมผู้เล่นจะได้พบกับมินิเกมที่มีให้ทำจำนวนมาก ซึ่งมินิเกมเหล่านี้จะทำให้ผู้เล่นได้สนุกไปกับการเล่นเกมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งมินิเกมยังส่งผลกับเราทางตรง และทางอ้อมอีกด้วย โดยตัวอย่างมินิเกมที่น่าสนใจ เช่น

Orlog – เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทางผู้เขียนชื่นชอบอย่างมาก เพราะเกมเข้าใจได้ง่าย เริ่มต้นผู้เล่นจะมีค่า HP คนละ 15 หน่วย ผู้เล่นมีหน้าที่ที่จะต้องโจมตีอีกฝ่ายให้เลือดลดจนหมด (อ่านการทอยลูกเต๋าที่มีความสามารถแตกต่างกัน) โดยความสนุกอยู่ที่ผู้เล่นจะต้องแข่งกันสะสมพลังแห่งพระเจ้าเพื่อใช้พลังพิเศษที่มีความสามารถแตกต่างกันไป ซึ่งผู้เล่นสามารถปลดล็อคพลังเหล่านี้ได้เรื่อย ๆ ตามเนื้อเรื่อง

Flyting – มินิเกมนี้น่าจะถูกใจเกมเมอร์สายแร๊พเพราะในเกมเราต้องทำการโต้เถียง (รวมถึงด่า) กับอีกฝ่ายให้มีสำบัดสำนวนที่คมคาย และลึกซึ้งกินใจ แถมยังต้องเข้าจังหวะ และมีสัมผัสอีกด้วย เรียกได้ว่าหากใครเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษสักหน่อย มินิเกมนี้สนุกถึงใจแน่นอน

โหมดถ่ายรูป ที่เชื่อมโลกเข้าด้วยกัน

อีกหนึ่งระบบที่น่าประทับใจนั่นคือ ระบบถ่ายภาพที่ในเกมนี้ทำออกมาได้น่าสนใจมาก ๆ เพราะนอกเหนือจากรายละเอียดที่สามารถปรับแต่งได้ภายในโหมดนี้ ผู้เล่นยังได้มีโอกาสเห็นภาพถ่ายของผู้เล่นคนอื่น ๆ ทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ผู้เล่นกดแผนที่ขึ้นมา หากมีภาพถ่ายที่น่าสนใจเกิดขึ้นในบริเวณนั้น ระบบจะทำการดึงข้อมูล และแสดงผลให้เราเห็น และเราสามารถกดเข้าชมภาพถ่ายของผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้ รวมถึงยังสามารถกดไลก์ภาพนั้น ๆ ได้อีกด้วย

ระบบสกิลที่หลากหลาย และยืดหยุ่น

อีกหนึ่งเกมที่ผู้เขียนรู้สึกว่าผู้พัฒนาเกมทำระบบสกิลออกมาได้น่าสนใจ และมีรายละเอียดมาก ๆ โดยในเกม Assassin’s Creed Valhalla จะมีสกิลอยู่ 2 ประเภทคือ Abilities และ Skills ซึ่งมีความแตกต่างกันพอสมควร

Abilities – ระบบนี้เป็นระบบที่ผู้เล่นจะสามารถติดตั้งท่าโจมตีพิเศษได้ ซึ่งท่าโจมตีเหล่านี้จะได้มาจากการสำรวจภายในเกม และค้นพบตามพื้นที่ลับต่าง ๆ โดยผู้เล่นสามารถติดตั้งท่าโจมตีพิเศษนี้ได้ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือท่าโจมตีพิเศษสำหรับการโจมตีระยะไกล และท่าโจมตีพิเศษสำหรับการโจมตีระยะใกล้ โดยในแต่ละการโจมตีสามารถติดตั้งได้สูงสุด 4 ท่า ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกใช้งานได้ตามสไตล์การเล่นที่ต้องการ โดยการใช้ท่าพิเศษจะต้องใช้แถบอดีนารีน (Adrenaline Tokens) ที่ได้จากการต่อสู้ หรือลอบสังหาร

Skills – ในส่วนของระบบนี้จะเป็นการอัปเกรดตัวละครในแผนผังขนาดใหญ่ด้วย Skill Points ที่ได้จากการทำเควส หรือเก็บค่าประสบการณ์จนครบตามกำหนด โดยในผังนี้จะแบ่งออกเป็น 3 สายหลัก ๆ ได้แก่ สายลอบเร้น , สายโจมตีใกล้ และสายโจมตีไกล โดยในแต่ละสายจะมีการแบ่งแยกย่อยลงไปอีกจำนวนมาก โดยการอัปเกรดในผังนี้จะทำให้ Eivor มีค่าสถานะเพิ่มขึ้น และการอัปเกรดบางครั้งจะทำให้ตัวละครนี้มีท่าโจมตีที่หลากหลายมากขึ้นด้วย

ระบบอุปกรณ์ และระบบการอัปเกรดอุปกรณ์ที่ล้ำลึก

อีกหนึ่งระบบที่ผู้เขียนประทับใจมาก ๆ นั่นคือระบบอุปกรณ์ภายในเกมที่ทำออกมาได้น่าใช้งานอย่างมาก โดยพื้นฐานอุปกรณ์แต่ละชิ้นจะมีค่าสถานะแตกต่างกันออกไป อีกทั้งยังมี Perk ที่ช่วยในการเล่นเกมอีกด้วย เช่น เมื่อโจมตีเบาแล้ว การโจมตีหนักครั้งต่อไปจะรุนแรงขึ้น , เพิ่มดาเมจเมื่อโจมตีโดนจุดอ่อน เป็นต้น นอกจากนี้การสวมใส่ชุดครบเซ็ตยังจะมอบค่าสถานะพิเศษให้อีกด้วย

ในส่วนของระบบอัปเกรดอุปกรณ์ภายในเกมจะมีรายละเอียดหลัก ๆ อยู่ที่การตีบวก การอัปเกรด การติดตั้งอุปกรณ์ และการติดตั้งรูน

การตีบวก (Enhance)  ผู้เล่นสามารถไปที่ร้านตีเหล็ก (Blacksmith) เพื่อทำการตีบวกได้ โดยอุปกรณ์ที่ถูกตีบวกจะเพิ่มขอบเขตในการอัปเกรดให้มากขึ้น , เพิ่มช่องสวมใส่รูน และเปลี่ยนรูปร่างของชุดให้สวยงามขึ้น อย่างไรก็ตามการตีบวกนี้ไม่ได้เพิ่มค่าสถานะของอุปกรณ์แต่อย่างใด อีกทั้งการตีบวกจะต้องใช้ของหายากอย่างแท่งโลหะประเภทต่าง ๆ อีกด้วย

การอัปเกรด (Upgrade) –ขีดจำกัดสูงสุดของการอัปเกรดจะขึ้นอยู่กับการตีบวก ตัวอย่างเช่น หากอุปกรณ์ไม่ตีบวกเลยจะอัปเกรดได้เพียง 2 ครั้ง แต่ถ้าหากมีการตีบวกขึ้น 1 ขั้นจะทำให้อัปเกรดได้สูงขึ้นเป็น 4 ครั้ง โดยการอัปเกรดจะเพิ่มค่าสถานะของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ดีขึ้น

การติดตั้งอุปกรณ์ – ในเกมนี้จะติดตั้งอุปกรณ์ได้ทั้งหมด 10 ชิ้นด้วยกัน โดยจุดที่น่าสนใจที่สุดคือผู้เล่นสามารถติดตั้งขวานทั้งสองมือก็ได้ หรือจะใช้เป็นอาวุธขวานใหญ่ก็ได้ ไปจนถึงตั้งขวานคู่กับโล่ก็ได้ และที่สำคัญที่สุดคือผู้เล่นสามารถกดซ่อนชุดเกราะส่วนต่าง ๆ เพื่อโชว์รอยสักสุดเท่ได้

การติดตั้งรูน – ในเกมนี้ผู้เล่นสามารถทำให้อุปกรณ์แข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยการติดตั้งรูน (ซึ่งจำนวนรูนที่ติดตั้งได้ขึ้นอยู่กับระดับขั้นการตีบวก) โดยรูนแต่ละชนิดที่ให้เลือกใช้งานก็จะแตกต่างกัน ผู้เล่นสามารถเลือกติดตั้งได้ตามสไตล์การเล่นของตนเอง

รอยสักที่สวยงาม แถมโชว์ได้ด้วย

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ผู้เขียนชอบมากก็คือผู้เล่นสามารถเลือกรอยสักให้กับ Eivor ได้ โดยจะมีให้เลือกรอยสักด้านหน้า, แขนซ้าย, แขนขวา และแผ่นหลัง โดยผู้เล่นสามารถหารอยสัดเพิ่มเติมได้จากการค้นหาภายในเกม หรือ ซื้อด้วย Helix เป็นต้น แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือผู้เล่นสามารถเลือกกดซ่อนชุดเกราะส่วนต่าง ๆ เพื่อโชว์รอยสักสุดเท่ได้ตามที่บอกไว้ด้านบน

ระบบการต่อสู้ที่น่าสนใจ และครบถ้วน

การต่อสู้ภายในเกมเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะการต่อสู้ในเกมนี้ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น และลื่นไหลขึ้น โดยการต่อสู้ในแต่ละครั้งจะไม่ได้มอบเป็นค่า EXP เพื่อเพิ่มเลเวลเป็นเกม RPG แบบเดิม ๆ อีกต่อไป แต่จะเป็นการมอบ Skill Points ให้ไปใช้ในการอัปเกรดตัวละครนั่นเอง

การต่อสู้ภายในเกมจะแบ่งเป็นการลอบเร้นที่สามารถสังหารศัตรูให้ตายได้ภายในดาบเดียว นอกจากนี้การต่อสู้ระยะประชิดก็ถูกทำออกมาได้ลื่นไหล และน่าสนใจมากขึ้น โดยการโจมตีจะแบ่งเป็นการโจมตีเบา และหนัก (ใช้สตามิน่า) ซึ่งผู้เล่นสามารถหลบหลีก หรือปัดป้องได้ซึ่งหากผู้เล่นโจมตีโดนจุดอ่อน ก็จะทำให้ศัตรูชะงักไปชั่วขณะ และการต่อสู้แบบระยะไกลที่ผู้เล่นสามารถใช้ธนูยิงศัตรูได้ และถ้าหากยิงโดนหัวก็จะทำดาเมจมหาศาลเลยทีเดียว

ระบบ Order ถึงเวลาทำงานให้เหล่าภารดรนักฆ่า

แม้ว่าภายในเกม Assassin’s Creed Valhalla จะมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ภายในเกมเราจะได้มีโอกาสในการทำงานให้เหล่าภารดรนักฆ่าเพื่อสังหารฝ่ายตรงข้ามที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ โดยภายในระบบนี้ผู้เล่นจะได้พบกับเป้าหมายที่โดนหมายหัวอยู่ หน้าที่ของเราคือเข้าสังหารเป้าหมายเหล่านี้ ในขณะที่เป้าหมายบางส่วนจะต้องผ่านการเล่นเนื้อเรื่อง หรือสะสมการฆ่าเพื่อปลดล็อคข้อมูลเป้าหมายต่อ ๆ ไป

การปล้นสะดม (Raid) สุดมันส์

อีกหนึ่งระบบสำคัญภายในเกม เพราะการปล้นสะดมเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เมืองของเราเติบโตขึ้น โดยผู้เล่นจะได้มีโอกาสล่องเรือไปตามแม่น้ำ และเข้าปล้นค่ายต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปภายในเกม โดยในการปล้นแต่ละครั้งผู้เล่นจะได้รับวัตถุดิบจำนวนมากเพื่อมาใช้ในการพัฒนาเมืองให้เติบโตมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่สนุกที่สุดในการปล้นสะดมคือผู้เล่นจะได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับเหล่านักรบแห่งนอร์สจำนวนมาก ทำให้การปล้นสะดมนี้เหมือนสงครามย่อย ๆ เลยทีเดียว

การพัฒนาเมืองให้เติบโต

ต่อเนื่องจากการปล้นสะดมคือการนำวัตถุดิบที่ได้มาเพื่อมาสร้างเมืองของผู้เล่นให้ใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ โดยในตอนแรกผู้เล่นจะมีแค่อาคารหลักหลังเดียวเท่านั้น แต่หลังจากนั้นผู้เล่นสามารถนำวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ได้มาจากการปล้น มาใช้ในการสร้างอาคารต่าง ๆ เช่นโรงตีเหล็ก , Assassin Bureau , ร้านขายของ และอื่น ๆ อีกมากมาย ยิ่งผู้เล่นสร้างเมืองได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เมืองของผู้เล่นใหญ่ขึ้น และสวยงามมากขึ้นเท่านั้น

สรุปการรีวิว

Assassin’s Creed Valhalla ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะตัวเกมได้พาเรากลับมาอยู่ในเรื่องราวสงครามระหว่าง 2 ฝ่ายอย่างเต็มสูบตั้งแต่เริ่มเรื่อง อีกทั้งระบบการลอบสังหารก็ถูกนำกลับมาให้ใช้งานตั้งแต่ต้นเกม ในขณะที่ระบบการสร้างเมืองถือเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ทำให้ผู้เล่นสนุกไปกับการพัฒนาชุมชนของตนเอง ผ่านการ Raid ที่คุ้มค่า

ส่วนตัวผู้เขียนขออนุญาตให้คะแนนเกมนี้ที่ 9 เต็ม 10 ครับ (หัก 0.5 กับอาการกระตุกระหว่างต่อสู้ในหลาย ๆ ครั้ง และอีก 0.5 สำหรับระบบนำทางอัตโนมัติอาจจะเอ๋อได้ในหลาย ๆ ครั้ง) ซึ่งผู้เขียนขอย้ำว่า รีวิวนี้ รวมถึงคะแนนนี้เป็นมุมมองของผู้เขียนเท่านั้น แฟนเกมคนอื่น ๆ อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันก็ได้ครับ

จุดเด่น

– กราฟิกสวยงาม เหมาะกับการเตรียมลงให้กับ PS5

– การสวมใส่อาวุธ 2 มือได้

– เนื้อเรื่องที่น่าติดตามตั้งแต่ต้นเกม

– เรื่องราวระหว่างภราดรนักฆ่า และเทมพลาร์กลับมามีบทบาทอีกครั้ง

– สนุกไปกับการอัปเกรดทั้งอาวุธ และตัวละครได้อย่างเต็มที่

– การปรับแต่งเกมที่ทำได้หลากหลาย

– ระบบสกิลที่ยืดหยุ่น

– ระบบการสร้างเมืองที่น่าสนใจ

จุดสังเกต

– เรื่องราวในยุคปัจจุบันจะต่อเนื่องมาจากภาคเดิม นั่นแปลว่าหากไม่ได้เล่นมาก่อน อาจจะงงได้

– ยังมีอาการกระตุกให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ

– ระบบนำทางที่เอ๋อได้

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ UBISOFT Entertainment ที่เอื้อเฟื้อและสนับสนุนเกมมาให้เราได้รีวิวกันในครั้งนี้ด้วยครับ หากใครต้องการซื้อเกมนี้ไปเล่นสามารถสั่งซื้อได้ที่นี่เลย​ [คลิก]

ภาพ Screenshots

ที่มา – ThisIsGame

บทความที่เกี่ยวข้อง