ความลับของเบียร์ที่คอเบียร์หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน - TheMacho
 71
ความลับของเบียร์ที่คอเบียร์หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเบียร์คือหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของมนุษยชาติ ซึ่งความจริงเเล้วเบียร์นี้มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานนับพันปี ว่ากันว่าตั้งเเต่ที่มนุษย์เริ่มรู้จักวิธีการหมักเบียร์ ก็ถือเป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่ของการทำกสิกรรมเลยก็ว่าได้

เเต่เรื่องราวเกี่ยวกับเบียร์หลายอย่างนั้นมักเป็นเรื่องที่เราเข้าใจผิด   ดังนั้นเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เราจึงขอนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเชื่อผิดๆ 8 อย่างเกี่ยวกับเบียร์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องกัน จะมีอะไรบ้างเราลองมาดูกันเลยครับ

เบียร์เป็นเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อสุขภาพจริงเหรอ ?

ความเชื่อนี้ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป  เบียร์ก็เหมือนทุกสิ่งบนโลก ถ้าเดินในทางสายกลางดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพ มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายงาน ยืนยันว่าคนที่ดื่มเบียร์ในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกาย จะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายมากกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มเลย เเละคนคนที่ดื่มในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นควรทำความเข้าใจเสียใหม่  สำหรับปริมาณการดื่มที่เราแนะนำคือ อย่าให้เกินวันละ 3 แก้วเเล้วกัน เเต่ถ้าวันที่ดื่มหนัก ก็อย่าให้เกิน 2 วันต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเเต่ละคนด้วยนะครับ สังเกตตัวเองให้ดีเเล้วกัน ว่าปริมาณเท่าไหร่ ที่ทำให้ร่างกายสดชื่น เลือดลมสูบฉีดดี และไม่ทำให้รู้สึกหนักหัว นอนหลับง่าย ก็ปริมาณเท่านั้นนั่นแหละที่เหมาะสำหรับตัวคุณ

เบียร์ก็เหมือนๆ กันหมดนั่นแหละ ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน

ความเข้าใจนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์เลยครับ  คุณต้องเข้าใจว่าเบียร์นั้นมีหลายชนิด มันมีความแตกต่างตั้งเเต่วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต กระบวนการกรรมวิธีการผลิตเเล้ว ผลที่ได้ก็คือรสชาติ สี กลิ่น รส ความโปร่งแสงที่แตกต่างกันอย่างแน่นอน เเละเรื่องดีกรีแอลกอฮอล์นั้นก็เริ่มจากที่ไม่มีแอลกอฮอล์เลยไปจนถึงระดับแอลกอฮอล์สูงลิ่ว  ซึ่งคอเบียร์ทั้งหลายทราบดี คนที่ดื่มเบียร์บ่อยจะไม่คิดเช่นนี้ และแต่ละคนก็จะมีเบียร์ยี่ห้อโปรดที่แตกต่างกันไป

เบียร์ไม่เย็น จะมีกลิ่นเหม็นฉุน

หลายคนมีความเชื่อว่า หากเราแช่เบียร์เย็นๆไว้ เเล้วเผลอเอาออกมาตั้งทิ้งไว้ข้างนอกตู้เย็นเป็นเวลานานๆ จนมันเริ่มอุ่น จะทำให้มันมีกลิ่นเหม็นฉุนเหมือนสกังค์นั้น เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเสียทีเดียวนะครับ จริงอยู่ว่าการที่อุณหภูมิของเบียร์เปลี่ยนไปมา จะทำให้เบียร์ขาดความสดใหม่ รสชาติไม่หอมหวานเหมือนเดิม เเต่กลิ่นเหม็นฉุนเหมือนสกังค์นั้นกลับไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างที่เข้าใจกัน  สาเหตุของมันเกิดขึ้นจากปฏิกิริยาเคมีเมื่อเบียร์นั้นโดนแสงแดดหรือรังสียูวีต่างหากล่ะ  ดังนั้นหากตั้งไว้ไม่ให้เบียร์ถูกแสง กลิ่นสกังค์ก็จะไม่เกิดขึ้น  โดยเฉพาะเบียร์ที่ใส่ดอกฮอปส์เข้าไปเยอะๆ ทั้งหลายนั้น ควรระวังแสงแดดให้ดี

พิลสเนอร์เเละลาเกอร์ คือเบียร์ชนิดเดียวกัน

ความเชื่อเช่นนี้ถือเป็นความเชื่อเกือบถูกต้องครับ เเต่เราต้องอธิบายขยายความนิดนึง ให้คนหัดดื่มได้รู้ว่า พิลสเนอร์นั้นเป็นเพียงสับเซตหนึ่งของเบียร์ลาเกอร์ซึ่งมีหลายแบบ   พิลสเนอร์นั้นจะมีสีทองใส ให้รสชาติซาบซ่าสดชื่น ส่วนลาเกอร์อื่นๆนั้นอาจมีสีดำ ที่เข้มข้นด้วยมอลต์ก็เป็นได้ 

คราฟต์เบียร์ควรบ่มไว้นานๆ ถึงจะดี

ต้องเข้าใจเสียใหม่ครับ ว่าเบียร์นั้นแตกต่างจากเหล้า วิสกี้ ที่ใช่ว่าหมักบ่มไว้นานๆ แล้วจะมีรสชาติที่ดีเสมอไป มันก็ขึ้นอยู่กับลักษณะ เเละสูตรการหมักของเบียร์เเต่ละชนิดด้วย เช่นเบียร์ที่โดดเด่นด้านมอลต์ และแอลกอฮอล์สูงอาจต้องใช้เวลาหมักบ่มนานหน่อย  ขณะที่ดราฟเบียร์ทั่วไป หรือเบียร์ที่เด่นเรื่องกลิ่นฮอปส์ควรรีบหมักและดื่มให้เร็วเพื่อรสชาติที่สดใหม่    ได้ความรู้เเล้ว ที่นี้ต้องพิจารณาให้ดีนะครับ ไม่ใช่ซื้อไปแล้วจะเอาไปบ่มซะทั้งหมด มันเสียรสชาติขึ้นมาเเล้วเสียดายของแย่เลย

เบียร์กระป๋องไม่อร่อยเท่าเบียร์ขวด

ความเชื่อข้อนี้ก็ถือเป็นมายาคติ ที่ยึดติดกันมานาน  หลายคนยืนยันว่าเบียร์ขวดนั้นอร่อย หอมหวานกว่าเบียร์กระป๋องนั้น น่าจะเป็นสิ่งที่คิดกันไปเอง  อาจเป็นเพราะภาพลักษณ์ของเบียร์กระป๋องนั้นราคาถูก ดูไร้รสนิยม  เเต่ในความเป็นจริงเเล้วคุณทราบหรือไม่ว่ากระป๋องอะลูมิเนียมนั้นเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เก็บรักษาคุณภาพของเบียร์ได้ดีที่สุด มันสามารถรักษาอุณหภูมิ แรงดัน เเละป้องกันแสงได้ดีกว่าเบียร์ที่บรรจุขวดสวยงามซะอีก  เเละในปัจจุบันก็ได้มีการปรับปรุงภาพลักษณ์ของเบียร์กระป๋องให้ดูดี มีชาติตระกูลขึ้นเยอะเเล้วนะ

เบียร์อร่อย ต้องเย็นจัด หรือเบียร์วุ้นเท่านั้น

ความเข้าใจนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด ที่ทำให้ร้านอาหารหรือบาร์เบียร์หลายแห่ง ชูเรื่องเบียร์วุ้น เบียร์เย็น หรือเบียร์อุณหภูมิติดลบมาเป็นจุดขาย ซึ่งเบียร์เย็นๆจัดใช่ว่าจะดีเสมอไป  เบียร์เเต่ละชนิดจะมีอุณหภูมิเหมาะสมที่จะทำให้มันอร่อย รสชาติดีแตกต่างกันไป  เช่น เบียร์เนื้อแน่น หนัก อาจมีอุณหภูมิที่เหมาะสมในช่วง 10-12 องศาเซลเซียส ในขณะที่เบียร์เนื้อเบาถึงปานกลางอย่างพวกพิลสเนอร์หรือเพลเอลจะอยู่ที่ 4-6 องศาเซลเซียส  ดังนั้นดื่มเบียร์ครั้งต่อไป ควรลองใหม่ที่อุณหภูมิที่เหมาะสมนะครับ เเล้วคุณจะได้สัมผัสกับรสชาติที่แท้จริงของเบียร์ชนิดนั้น ที่คุณกำลังดื่ม

เบียร์แรงๆ มักมีสีดำ

สำหรับความเชื่อข้อนี้ ก็ถือเป็นมายาคติที่ยึดติดกันมานานเช่นกัน จริงๆ แล้วเบียร์​ดำไม่จำเป็นต้องแน่น ขม และแรงเสมอไป เพราะความดำหรือสีที่เข้มของเบียร์นั้นจะแปรผันตามระยะเวลาที่มอลต์ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการทำเบียร์ถูกคั่วนั่นเอง  เพราะยิ่งคั่วนานก็ยิ่งเข้ม เเต่ความเข้มนี้ไม่เกี่ยวกับปริมาณแอลกอฮอล์ในเบียร์เลย แอลกอฮอล์จะเกิดขึ้นในกระบวนการหมักต่างหาก ที่น้ำตาลจากมอลต์จะถูกยีสต์แปรสภาพให้เป็นแอลกอฮอล์  ซึ่งจะมากเเค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการหมัก ส่วนเรื่องความขมนั้น ก็เป็นไปได้ว่าเบียร์ดำจะมีความขมที่เกิดจากการคั่วที่นาน คล้ายการคั่วกาแฟ  เเต่นั่นก็เป็นคนละอย่างกับความขมที่มาจากดอกฮอปส์เช่นในเบียร์สไตล์ IPA นะ

ก็ทราบกันไปเเล้วนะครับ สำหรับข้อเท็จจริงที่เป็นความลับเกี่ยวกับเบียร์ ก็หวังว่าทุกท่านจะมีความรู้เกี่ยวกับเบียร์ที่ถูกต้อง ดื่มเบียร์ได้อย่างมีความสุข ซึมซับทุกรสชาติของเบียร์ที่คุณซื้อหามา และหากใครต้องการจะเป็นเซียนเบียร์ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาประสบการณ์เกี่ยวกับเบียร์ให้มาก ต้องหาเบียร์แปลกๆ ใหม่ๆ มาลองกันเป็นประจำก็จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องเบียร์ได้ดียิ่งขึ้น

Sujate Wanchat

What one man calls God, another calls the laws of physics.

วิศวกร นักท่องเที่ยว บล็อกเกอร์ นักเขียนบทความ ชอบติดตามโลกเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำสมัย เรื่องราวการท่องเที่ยวผจญภัย มนุษย์ต่างดาว และสาวๆ เซ็กซี่

บทความที่เกี่ยวข้อง