เลื่อน 1 ปีเพิ่มโอกาส! แข้งผู้ดีลุ้นติดทัพ "สิงโตคำราม" ไปยูโร 2021 - TheMacho
 68
เลื่อน 1 ปีเพิ่มโอกาส! แข้งผู้ดีลุ้นติดทัพ “สิงโตคำราม” ไปยูโร 2021

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าช่วงนี้แฟนบอลเหงาหงอยกันมาก เพราะนอกจาก “โควิด-19” หรือที่หลายประเทศในยุโรปยังเรียกว่า “โคโรนาไวรัส” จะทำให้ฟุตบอลลีกต้องเว้นวรรค 3 สัปดาห์อย่างน้อย ยังมีอันทำให้ “ยูฟ่า” ต้องสั่งเลื่อน “ยูโร 2020” ออกไปอีก 1 ปีเต็ม

“ยูโร 2020” ที่วางแผนไว้ยิ่งใหญ่ ต้องเลื่อน 1 ปี เพราะพิษ “โควิด-19”
(Source : The Guardian)

และนอกเหนือจากความเซ็งที่แฟนบอลอดชมมหกรรมฟุตบอลดีๆ คงมีนักเตะอีกหลายรายที่ต้องเสียวตามไปด้วย เพราะหลายคนที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่น จนน่าจะจับจองได้ไปเล่นยูโรหนนี้ ก็กลายเป็นต้องรอไปอีก 1 ปี หรือ 1 ซีซัน ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าตอนนั้นจะสามารถรักษาฟอร์มแจ่ม ไว้ได้แค่ไหน

ในมุมกลับกัน มันก็มีนักเตะอีกพวกนึงเหมือนกัน ที่การเลื่อนยูโรออกอีก 1 ปี อาจส่งผลดีให้พวกเขามีโอกาสติดทีมชาติมากขึ้น อย่างนักเตะแดนผู้ดีที่เราคุ้นเคย ซึ่ง 1 ปีที่ว่า อาจทำให้หลายรายได้ลุ้นติดทัพ “สิงโตคำราม” มากกว่าขวบปีนี้

“แกเร็ธ เซาท์เกธ” คงมีการบ้านต้องทำเพิ่ม หลังยูโรเลื่อนไป 1 ปีเต็ม
(Source : Racing Post)

ซึ่งหากเราลองคิดว่าซีซันหน้าจะเตะกันได้เต็มๆ ตามปกติ นักเตะที่เราพูดถึง จะมีใครบ้าง และมีเหตุผลสนับสนุนแค่ไหน ลองไปดูกัน

ผู้รักษาประตู

ดีน เฮนเดอร์สัน (เชฟฯ ยู/แมนฯ ยู)

(Source : 90min)

ผู้รักษาประตูตัวยืม ที่ “ดาบคู่” ยืมต่อเนื่องมาจาก “ปีศาจแดง” โชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมออย่างมากในซีซันนี้ โดยเขาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยให้น้องใหม่อย่างเชฟฯ ยู บินสูงไปลุ้นอันดับ UCL ด้วยสถิติเสียประตูน้อยนิด

ก่อนหน้านี้ เซ็ตผู้รักษาประตูของ “สิงโตคำราม” มักจะเป็น พิคฟอร์ด-โป๊บ-ฮีตัน แต่พอฮีตันเจ็บบ่อยครั้ง โอกาสของเฮนเดอร์สันก็มากขึ้นมา ถึงซีซันหน้าปัจจัยเรื่องการกลับแมนฯ ยู หรือจะอยู่ที่อื่นต่อ จะมีเป็นเรื่องต้องขบคิดก็ตาม

อารอน แรมส์เดล (บอร์นมัธ)

(Source : Sky Sports)

มือกาว “สิงโตน้อย” ชุดยู-21 ก้าวกระโดดขึ้นมาในซีซันนี้ หลังขึ้นมายึดมือ 1 บอร์นมัธ และโชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างน่าประทับใจ จนถูกมองว่าจะเป็น 1 ในอนาคตที่น่าสนใจของทีมชาติชุดใหญ่

ว่ากันตามตรง โอกาสของแรมส์เดลอาจจะยังไม่มาก ถ้าพิคฟอร์ด, โป๊บ, เฮนเดอร์สัน ได้ลงเล่นสม่ำเสมอ และรักษาฟอร์มไว้ได้ แต่หากมีใครพลาดซักคน อย่างเฮนเดอร์สันที่อาจจะต้องกลับไปเป็นตัวสำรอง “ปีศาจแดง” ซักปี โอกาสของแรมส์เดลก็อาจจะพรวดขึ้นมา

กองหลัง

แบรนดอน วิลเลียมส์ (แมนฯ ยู)

(Source : Goal.com)

แบ็คซ้ายตัวห้าวของ “ปีศาจแดง” เริ่มมีบทบาทกับทีมในช่วงครึ่งซีซันหลัง ถึงแม้ฟอร์มที่กลับมาเข้าที่เข้าทางของชอว์ จะทำให้เขาหลุดไปสำรองบ้าง แต่เราก็เห็นพัฒนาการ และใจที่สู้ไม่ถอย

ซีซันหน้า ถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของวิลเลียมส์ เพราะโซลชาร์ น่าจะเก็บตัวเขาไว้ใช้งานกับทีม และเพิ่มเติมเกมการเล่นของเขาตั้งแต่ต้นซีซัน ถ้าความคงเส้นคงวามีมากขึ้น แบ็คฝั่งซ้ายที่เริ่มหาคนมาเบียดกับชิเวลล์ยาก อาจได้แคนดิเดทเพิ่ม

เมสัน โฮลเกต (เอฟเวอร์ตัน)

(Source : Goal.com)

เซ็นเตอร์ดาวรุ่งของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ที่เริ่มยึดตัวจริงได้ต่อเนื่องในครึ่งซีซั่นหลัง พิสูจน์ตัวเองได้ดีขึ้นตามลำดับ แต่ถ้าหากยูโรปีนี้ไม่เลื่อน มันคงจะยากที่เขาจะเบียดตัวที่เซาธ์เกตใช้มาตลอดอย่าง แม็คไกวร์, สโตนส์, คีน, มิงส์ หรือโกเมซ

แต่ถ้าลองมองไปยาวๆ ซีซันหน้า หากโฮลเกตยังสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงอย่างต่อเนื่อง สโตนส์ที่ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ, คีน ที่บางทีโดนโฮลเกตเอง เบียดไปสำรอง หรือมิงส์ ที่ไม่รู้รอดตกชั้นรึป่าว อาจจะหนาวๆ ร้อนๆ เสียตำแหน่งให้โฮลเกต ก็เป็นได้

รีส เจมส์ (เชลซี)

(Source : The Union Journal)

แบ็คพละกำลังเหลือเฟือของเชลซี ถือเป็นอีกคนที่น่าจับตามอง หากมีเวลายาวๆ ทั้งซีซันให้ได้พิสูจน์กัน เพราะหากจะวัดกันแค่ซีซันนี้ เจมส์ยังลงเล่นไม่สม่ำเสมอเพียงพอจะเบียดเทรนท์ อาโนลด์ หรือทริปเปียร์ ได้

เบน ไวท์ (ลีดส์)

(Source : Daily Mail)

อีกหนึ่งดาวรุ่งที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแนวรับที่ดีที่สุดในแชมป์เปียนชิพ ยิ่งถ้าหาก “ยูงทอง” ได้ฤกษ์เลื่อนชั้นกลับมา หรือไวท์ย้ายซบทีมอื่น ที่ได้แสดงศักยภาพในลีกสูงสุด โอกาสที่จะเบียดตัวเลือกอื่น หรือดาวรุ่งด้วยกัน ที่เริ่มหลุดไปสำรองอย่างโทโมรี ก็จะเพิ่มเป็นเท่าตัว

กองกลาง

ฟิล โฟเดน (แมนฯ ซิตี้)

(Source : Man City Core)

ไม่มีใครปฏิเสธชั้นเชิง และการขับเคลื่อนเกมของดาวรุ่ง “เรือใบสีฟ้า” รายนี้เลย เพียงแต่ซีซันนี้ เขาหาโอกาสลงเล่นได้ค่อนข้างน้อย เพราะแดนกลางของซิตี้ เต็มไปด้วยนักเตะชั้นดี เพียบไปหมด

ถึงซีซันหน้า ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโอกาสลงเล่นของโฟเดน จะมากแค่ไหน แต่การขาดหายไปของดาวิด ซิลบา รวมถึงคำชื่นชมที่เป๊บมอบให้บ่อยๆ น่าจะทำให้เขาจรัสแสงมากขึ้น และเพียงพอลุ้นติดทีมชาติชุดใหญ่ได้บ้าง

บูคาโย่ ซาก้า (อาร์เซน่อล)

(Source : Goal.com)

นักเตะริมเส้นตัวพลิ้วของ “ปืนใหญ่” ถูกใช้งานในตำแหน่งแบ็คซ้ายจำเป็นซะมาก แต่ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ขึ้นสุด-ลงสุด และมีเซ้นส์การจ่ายบอลที่น่าสนใจ ถือเป็นตัวสารพัดประโยชน์ ที่เซาธ์เกตอาจจะมองหา

ท็อดด์ แคนท์เวลล์ (นอริช)

(Source : 90min)

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ลีลาและเซ้นส์บอลของมิดฟิลด์ร่างบางรายนี้ แตกต่างจากนักเตะ “สิงโตคำราม” ทั่วไป เพียงแต่การโผล่พรวดขึ้นมาแค่ซีซันเดียว อาจจะต้องการเวลาพิสูจน์เพิ่มเติมอีกซักซีซัน

สถานการณ์ปัจจุบันของ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” อาจจะอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้ยากมาก ดังนั้นข้อแม้สำคัญของแคนท์เวลล์ คือเขาอาจจะต้องหาทีมในลีกสูงสุดใหม่ หากอยากผลักดันตัวเองเข้าใกล้ทีมชาติชุดใหญ่มากขึ้น

ฮาร์วีย์ บาร์นส์ (เลสเตอร์)

(Source : Premier League)

มิดฟิลด์ตัวลุยของ “จิ้งจอกสยาม” เล่นได้ดีขึ้นในซีซันนี้ ซึ่งจะว่าไป นี่พึ่งเป็นซีซันในพรีเมียร์ลีกเต็มๆ ซีซันแรกของเจ้าตัวเท่านั้นเอง ทีเด็ดเรื่องการสอดเข้าไปทำประตู และพละกำลังในการเล่น ถือเป็นทีเด็ดที่น่าสนใจ

แน่นอนว่าหากยูโรแข่งกันในปีนี้ บาร์นส์อาจจะยังไม่ดีพอกับทีมชาติชุดใหญ่ เพราะความสม่ำเสมอน้อยเกินไป แต่ถ้าลองดูอีกซักปี แล้วพี่แกยังทำประตูได้เรื่อยๆ ประตู “สิงโตคำราม” น่าจะเปิดแง้มสำหรับแกบ้าง

แจ็ค กรีลิช (วิลล่า)

(Source : Goal.com)

จะว่าไปด้วยฟอร์มการเล่นของกัปตัน “สิงห์ผงาด” ตอนนี้ คงสามารถติดทีมชาติได้ไม่เคอะเขิน แต่หากเป็นซีซันหน้า ที่เจ้าตัวมีโอกาสย้ายไปอยู่ทีมที่ใหญ่ขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะส่งให้กรีลิช จับจองพื้นที่ทีมชาติได้เต็มภาคภูมิ

โอกาสติดทีมชาติของกรีลิช ยังต้องดูคู่แข่งตำแหน่งนี้ที่เซาธ์เกตชอบใช้ อย่างบาร์คลีย์, แมดดิสัน, เฮนเดอร์สัน, อ็อกซ์เลด ซึ่งถ้าเป็นซีซันนี้ เซาธ์เกตอาจจะเพลย์เซฟเลือกตัวเดิมๆ แต่ถ้ามีเวลาเต็มๆ ซีซันหน้า อันนี้ไม่แน่

กองหน้า

มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนฯ ยู)

(Source : Planet Football)

เห็นรายชื่อที่ว่ามา ส่วนใหญ่จะเป็นดาวรุ่งที่มาทรงดี แต่ต้องการเวลาพิสูจน์ตัวเองเพิ่ม แต่ทำไมอยู่ดีๆ มีชื่อของแรชฟอร์ด ที่การันตีตำแหน่งในทีม “สิงโตคำราม” อยู่แล้ว? คำตอบง่ายๆ คือ “อาการบาดเจ็บ”

อาการบาดเจ็บที่เอว และหลังของแรชฟอร์ด ถึงแม้อาจจะดูไม่หนักหนาในตอนแรก แต่ฝั่งแคมป์ของ “ปีศาจแดง” ก็ค่อยๆ เผยว่ามันหนักกว่าที่คิด และไม่สามารถระบุวันที่กลับมาลงเล่นได้ ซึ่งถ้าหากยูโรยังเตะปีนี้เหมือนเดิม ไม่แน่เหมือนกันว่าแรชฟอร์ดจะฟิตพร้อมแค่ไหน

โดมินิก คัลเวิร์ธ-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน)

(Source : FOX Sports)

ถ้าเอาตอนนี้ DCL ศิษย์อันเช่ ถึงจะฟอร์มโดดเด่น แต่ “สิงโตคำราม” เขามีขาประจำอยู่เยอะ ยิ่งกับระบบที่เล่นกองหน้าตัวเป้าตัวเดียว หากจะหนีบเอาตำแหน่งนี้ไปเตะยูโร เต็มที่คงเอาไปได้แค่ราว 3 คน

ซีซันหน้า ถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของเขา คัลเวิร์ธ-เลวินจำเป็นต้องรักษาฟอร์มเยี่ยมแบบตอนนี้ไว้ให้สม่ำเสมอ โดยคู่แข่งของเขา ก็อย่างอับราฮัม, คัลลั่ม วิลสัน (รายนี้ฝืดเกิน..) หรือวาร์ดี้ (ถ้าเซาธ์เกตยังมอง) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวแปรโอกาสของเขา

ฟอร์มที่ดีต่อเนื่องของ “สิงโตคำราม” ส่งผลให้ความคาดหวังในยูโร สูงตามไปด้วย
(Source : The Telegraph)

รายชื่อทั้งหมดทั้งมวลที่ไล่กันมา ส่วนใหญ่ก็เกิดจากการได้เห็นฝีเท้าที่มี Potential ของว่าที่ขุนพล “สิงโตคำราม” ในอนาคต ซึ่งบางคนเนี่ย ก่อนเริ่มซีซันปัจจุบัน เรายังไม่รู้เลยว่าพวกเขาคือใคร

ดังนั้นแล้ว ซีซันหน้า (ที่หวังว่าจะได้เตะกันปกติ..) อาจจะมีดาวโรจน์ หรือม้ามืดตัวใหม่ โผล่ขึ้นมาเป็นแคนดิเดทแย่งโควตา 23 ขุนพล “สิงโตคำราม” สำหรับ “ยูโร 2021” อีกก็ได้… เพราะ 1 ปี น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ไม่น้อย

Picture : Manchester United, VERSUS, Mirror, Leicester Mercury, The Guardian, Goal.com, 90min, Sky Sports, Racing Post, The Union Journal, Daily Mail, Man City Core, Premier League, Planet Football, FOX Sports, The Telegraph

rocketseer

ทำงานเกม-ติดเกมบ้าง | บ้าบอล-เป็น The KOP | บ้าดูหนัง-มีเพจหนัง | บ้ากิน-มีพุงแล้วเนี่ย!

บทความที่เกี่ยวข้อง