Movies Review | ครบจบ 10 เรื่อง หนังสั้นนาดาว “กักตัว Stories” ไม่สปอยล์ กดดูครบได้ที่นี่! - The Macho
 
Movies Review | ครบจบ 10 เรื่อง หนังสั้นนาดาว “กักตัว Stories” ไม่สปอยล์ กดดูครบได้ที่นี่!

ถึงสถานการณ์เจ้าโรคตัวแสบโควิด-19 จะดูดีขึ้นมากแล้วในบ้านเรา แต่กับช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ชีวิตของเราต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลง จนนำไปสู่ “นิว นอร์มอล” มากมาย ก็คงติดตราตรึงใจพวกเราไปอีกนาน

นอกจากการใช้ชีวิตจะต้องเปลี่ยนไปแล้ว วิธีการทำงาน หรือผลิตงานของหลายธุรกิจก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน จนทำให้ “Nadao Bangkok”​ หรือ “นาดาว บางกอก” ค่ายผลิตคอนเทนท์โดนใจใครหลายคน หันมาทำหนังสั้นรวม 10 เรื่อง ที่ผู้กำกับ, ทีมงาน และนักแสดง ผลิตผลงานกันจากบ้าน แล้วเอามาสร้างเป็นผลผลิต ที่ไม่ต้องเจอหน้ากันเลย

นาดาวเขาใช้คำว่า “หนังสั้นวีดีโอคอล”​ โดยนักแสดงทุกคนต้องรับเหมาหน้าที่ออกกองกันเอง
[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

โดยเรื่องสั้นเรื่องสุดท้าย เรื่องที่ 10 ปล่อยฉายทาง YouTube ไปเรียบร้อยเมื่ออังคารที่ผ่านมา (9 มิ.ย.) เราเลยไม่พลาดจะรวบรวมความน่าสนใจ, รีวิวแต่ละเรื่องแบบไม่สปอยล์ และรวมถึงแปะให้ได้รับชมกันสะดวก ในบทความนี้เลย!

ไอเดียของโปรเจ็คท์

“กักตัว Stories” เกิดจากการริเริ่มของ “ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร” โปรดิวเซอร์ และผู้กำกับขาประจำของค่ายนาดาวบางกอก ซึ่งเคยมีผลงานเด่นๆ อย่างการกำกับฮอร์โมน ซีซัน 2-3 ที่อยากหาอะไรทำสนุกๆ ทั้งฝั่งคนเบื้องหลัง และนักแสดง ในช่วงที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน ออกมาเจอกันไม่ได้

“ปิง-เกรียงไกร” โปรดิวเซอร์ และผู้กำกับ ที่ริเริ่มโปรเจ็คท์นี้ เพื่อหาอะไรทำระหว่างกักตัวกัน
(Source : MThai Movie)

เขาก็เลยไปชวนผู้กำกับคนคุ้นเคยอีก 9 ราย (รวมปิงเอง ก็เป็น 10 ราย) และนักแสดงในค่ายอีก 19 คน สร้างหนังสั้น 10 เรื่อง แล้วออกอากาศทุกวันอังคาร และศุกร์ ทาง YouTube ของ Nadao Bangkok

โดยนอกจากการได้ขยับแข้งขาแสดงฝีมือของทีมงาน และนักแสดง ในช่วงงานไม่ค่อยจะมี และฝั่งผู้ชมก็ได้ความบันเทิงไปด้วย โปรเจ็คท์นี้ยังคำนวณยอดวิวรวมตลอดเดือน พ.ค.-มิ.ย. เป็นยอดเงินไปบริจาคองค์กร และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน และรักษาโควิด-19 อีกด้วย

การดู และแชร์ทุกเรื่อง ยังได้ทำบุญร่วมกับนาดาวไปด้วย
(Source : Nadao Content)

ในฐานะผู้ชม เมื่อได้ยินไอเดียนี้ครั้งแรกก็สนใจ แต่ยังนึกภาพไม่ออกว่ามันจะร้อยเรียงเรื่องราว และถ่ายทอดบทบาทของตัวละครได้ยังไง เมื่อมีแต่แค่กล้องที่ถ่ายให้เห็นตัวเองเท่านั้น เช่น การใช้ Zoom, LINE หรือตั้งกล้องถ่ายตัวเอง จึงน่าติดตามในแง่โปรดักชัน และการดำเนินเรื่อง ยิ่งเป็นหนังสั้น ที่มีเวลาเกริ่นกันไม่มาก

ยิ่งนักแสดงแต่ละคน ต้องถ่ายทำเอง เป็นคอสตูมเอง แต่งหน้าเอง จัดพร็อพ จัดแสดงเอง มันยิ่งเป็นการพิสูจน์ฝีมือของทั้งผู้กำกับ และนักแสดงไปอีกขั้นนึง

โฉมหน้าผู้กำกับเกือบครบ (ขาดฝาแฝดวรรณ-แวว) ซึ่งต้องกำกับหนังกันออนไลน์!
[YouTube (Nadao Bangkok)]

โดย 10 เรื่องที่เราได้ดูครบถ้วนแล้ว รีวิวจะออกมาเป็นยังไง ขออนุญาตเรียงไปตามการออกฉายเลยละกัน

เรื่องที่ 1 : ประสบการณ์เสียวจากทางบ้าน

กำกับ : เสือ-พิชย จรัสบุญประชา (ลาดปลาเค้าบอยส์)
นักแสดง : โอบ-โอบนิธิ,​ ต้นหน ตันติเวชกุล

(Source : Nadao Content)

ความน่าสนใจ

>> “เสือ-พิชย” ถือเป็นคนคุ้นเคยของนาดาว เคยร่วมกำกับ “ฮอร์โมน” ซีซัน 2 และเคยมีผลงานหนังสั้นมาแล้ว โดยตอนหลังมีผลงานหลักไปทางมิวสิควีดีโอ


>> “โอบ” มีผลงานการแสดงให้เราได้ติดตามเรื่อยๆ ส่วน “ต้นหน” ผลงานการแสดงในระยะหลังอาจจะไม่มาก คุ้นตาจากผลงานการเป็นศิลปินวง “mints” มากกว่า

เรื่องย่อ

“หนึ่ง” (รับบทโดยโอบ) เน็ตไอดอลที่มียอด Followers มากมาย ต้องไปอยู่คอนโดใหม่ ที่ซื้อต่อมา เพื่อกักตัว 14 วัน เลยไลฟ์สดไปตามประสา แล้วไปเจอความหลอนเมื่อมีแฟนคลับคนนึง พูดเหมือนว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว

หนึ่งไม่รู้จะทำยังไง กลัวก็กลัว ออกไปไหนก็ไม่ได้ เลยโทรหา “สอง” (ต้นหน) น้องชายตัวกวน ซึ่งสุดท้ายไม่รู้เหมือนกัน ว่าหนึ่งคิดถูกหรือผิด ที่โทรมาปรึกษาน้องชายตัวเกรียน ที่อาจทำให้ทุกสิ่งมันยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีกก็ได้!?!

“ต้นหน” และ “โอบ” กำกับการรับบทพี่-น้องคู่เกรียน ที่นำไปเจอความฮาปนขนลุก
(Source : Sanook)

รีวิว

ว่ากันตามตรง โปรดักชั่นในการถ่ายทำเรื่องนี้ถือว่าแย่ที่สุด อาจจะเพราะเรื่องแสงที่พยายามเซ็ตอัพเป็นฉากกลางคืน หรือการหามุมโลเคชั่นของนักแสดง ถึงจะพอให้อภัยได้ตรงที่เรื่องนี้ น่าจะมีเวลาเตรียมตัวน้อยที่สุด (เพราะต้องออนก่อน) แต่โดยภาพรวมมันยังไม่ดีเท่าไหร่ในแง่นี้

เรื่องของการแสดง ทั้งคู่ทำได้โอเคในการรักษาคาแรคเตอร์ไว้ แต่พอตอนจะเร่งให้เกิดอารมณ์ร่วมในซีน ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์น่ากลัว, ลนลาน หรือการกวนเกรียนให้ตลก กลับกลายเป็นดูโอเวอร์ไปหน่อย และมีส่วนทำให้เรื่องราวดูไม่ต่อเนื่อง

สุดท้ายโดยมวลรวม ถึงหนังจะให้อารมณ์ตามที่ผู้กำกับอยากจะสื่อได้ แต่องค์ประกอบมันยังขาดๆ เกินๆ เลยถือว่าค่อนข้างต่ำกว่าที่คาดหวัง

คะแนน : 6/10

[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

เรื่องที่ 2 : Lovers on the Street

กำกับ : แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน
นักแสดง : เบลล์-เขมิศรา, แพต-ชญานิษฐ์, ไม้เอก-กานดิศ

(Source : Nadao Content)

ความน่าสนใจ

>> “แคลร์-จิรัศยา” จัดเป็นผู้กำกับรุ่นใหม่ที่น่าจับตาของ GDH ผลงานของเธอมีเอกลักษณ์ อย่างล่าสุดซีรีส์ “One Year 365 วัน บ้านฉันบ้านเธอ” ก็ดูสนุก อบอุ่น การเขียนบท “Homestay” ก็น่าติดตาม

>> 2 นักแสดงสาวคุ้นเคยกันอยู่แล้ว “เบลล์” มีผลงานการแสดงให้ดูเรื่อยๆ ส่วน “แพต” เธอถือเป็นนักแสดงเนื้อหอม เพราะเล่นบทได้หลากหลาย ไปแจมงานนอกค่ายมากมาย

>> “ไม้เอก” นอกจากเป็นนักแสดง จริงๆ เขาเป็นนักแบดมินตันระดับประเทศ ผลงานการแสดงยังไม่ถึงกับมากนัก คุ้นเคยหน่อยคงเป็น “Project S พี่น้องลูกขนไก่”

เรื่องย่อ

ในยุคเทคโนโลยี การห่างไกลกันจากการกลับตัว ไม่ทำให้การติดต่อกันของคู่รัก “เต้ย” (เบลล์) กับ “แอมมี่” (ไม้เอก) ต้องมีปัญหา นอกจากวีดีโอคอลแล้ว เต้ยยังได้ไอเดียอ้อนแฟนจาก “เฟม” (แพต) เพื่อนสาวโคตรสนิท ที่ใช้ Google Street View ไปเยี่ยมได้ถึงคอนโด!

แต่การใช้เทคโนโลยีหนนี้ กลับพาไปเจอเรื่องไม่คาดฝัน เพราะภาพที่ Google เจ้ากรรมเก็บรูปหน้าคอนโดไว้ ดันเป็นแอมมี่ยืนจับมืออยู่กับผู้หญิงคนนึง ซึ่งแน่นอนว่ามันถูกเซ็นเซอร์หน้าไว้

สาวปริศนาคนนั้นคือใคร? ใช่ตัวเต้ยเองรึป่าว? เต้ยอดรนทนไม่ได้จะต้องหาคำตอบ!

เบลล์รับบท “เตย” ที่ดันไปเจอแจ็คพ็อต รูปแฟนตัวเองอยู่กับหญิงซะงั้น
(Source : Sanook)

รีวิว

ตอนแรกที่ได้ยินโปรเจ็คท์นี้ ก็แอบสงสัยว่ามันจะมีเทคนิค และการสร้างเรื่องราวได้ออกจากกรอบแค่ไหน ยิ่งเห็นเรื่องแรก ยิ่งกังวลว่าเราจะได้เห็นหนังผ่านวีดีโอแชทไปตลอดรึป่าว ซึ่งเรื่องนี้ ทำให้เห็นว่ามันไม่ใช่

พล็อตเรื่องการใช้ Google Street View น่าสนใจดี บวกการใช้ภาพ insert ให้เห็นโซเชียลมีเดียมาช่วย ทำให้หนังมีลูกเล่น ไม่ได้หวังพึ่งการแสดงของนักแสดงเพียวๆ

พอเรื่องราวร้อยเรียงได้ลงตัว การแสดงของนักแสดงก็ทำได้คมชัด มวลรวมเลยดูสนุก และทิ้งท้ายตอนจบได้น่าสนใจ ทำให้ผู้ชมอยากเอาไปคิดต่อ

คะแนน : 8.5/10

[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

เรื่องที่ 3 : เดอะทวงส์

กำกับ : หมู-ชยนพ บุญประกอบ
นักแสดง : ท็อปแท็ป-ณภัทร

(Source : Nadao Content)

ความน่าสนใจ

>> “หมู-ชยนพ” เป็นผู้กำกับที่มีลายเซ็น และไอเดียที่เป็นเอกลักษณ์ เขาคือผู้กำกับ “ซักซี๊ด ห่วยขั้นเทพ”, “เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ”, “Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน”

>> คนติดตามงานของนาดาวมา คงคุ้นเคยกับ “ท็อปแท็ป” ดีอยู่แล้ว กับบทเสริมที่เป็นเอกลักษณ์ น่าสนใจเหมือนกันว่าจะเป็นตัวนำแบบไหน

>> เรื่องสั้นเรื่องนี้ สั้นที่สุดในบรรดา 10 เรื่อง และสั้นกว่าเรื่องอื่นมาก ยาวแค่ 9 นาทีนิดๆ เอง

เรื่องย่อ

“กุลวิทย์” (ท็อปแท็ป) นักดนตรีไส้แห้ง ที่นอกจากงานปกติจะไม่ค่อยจะมี ยังมาเจอพิษโควิดเข้าไปอีก ชีวิตก็หดหู่อยู่แล้ว ดันไปเห็น “เจ๊จูน” รุ่นพี่ที่ยืมตังค์ไปห้าพันแล้วไม่คืน แต่กลับโพสต์ภาพกินของดีราคาแพง ยิ่งทำให้กุลวิทย์ อดรนทนไม่ได้ ต้องโทรไปทวง

โทรไปคุย แทนที่จะคุยดีๆ เจ๊จูนดันจวกกลับ จนกุลวิทย์เริ่มงง ว่าใครเป็นเจ้าหนี้-ลูกหนี้ กันแน่?!?

“กุลวิทย์” นักดนตรีตังค์ไม่มี แล้วดันไปเห็นลูกหนี้ไม่คืนเงิน เอาแต่โพสต์กันของแพง!
[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

รีวิว

ถึงความยาวจะแค่ 9 นาที แต่มันทำหน้าที่ของมันได้ครบถ้วน ไอเดียของ “หมู-ชยนพ” ยังคงมีสไตล์เฉพาะตัว ที่พอเราได้ชมหนังสั้นเรื่องนี้แล้ว เราจะคิดถึงความสนุกของผลงานหนังที่เขาเคยกำกับมา

แรกเริ่มของหนัง อาจจะทำให้คุณงงๆ หน่อย ว่าจะให้มาดูบทสนทนาการทวงหนี้ทำไม แต่พอเข้าสู่ไคลแมกซ์ของเรื่องเท่านั้นแหละ รับรองว่าคุณจะชื่นชอบ บอกได้แค่นี้!

คะแนน : 8.5/10

[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

เรื่องที่ 4 : Day 10

กำกับ : วรรณแวว & แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์
นักแสดง : อัด-อวัช, คลอดีน-อทิตยา

(Source : Nadao Content)

ความน่าสนใจ

>> “วรรณแวว” และ “แวววรรณ” สองผู้กำกับฝาแฝด ซึ่งมีผลงานมาแล้วมากมาย ทั้งมิวสิควีดีโอที่มีเอกลักษณ์ และซีรีส์ ทั้งการกำกับ “Great Men Academy” และการเขียนบท “ฮอร์โมน” นอกจากนั้น พวกเธอยังทั้งเขียนหนังสือ และทำเว็บไซต์เกี่ยวกับอาหารอีกด้วย

>> “คลอดีน” หรือน้องมะลิจาก “ฮอร์โมน” ยังมีผลงานไม่มากเท่าไหร่ ถึงน้องจะพูดไทยเก่งแล้ว

>> เรารู้จัก “อัด” จาก “ฮอร์โมน” เช่นกัน โดยตอนหลังหันไปทำหน้าที่มือกำกับคลิปเบื้องหลังของนาดาว และไปเป็นศิลปินร่วมกับต้นหน ในวง “mints” โดยกับ “กักตัว Stories” นอกจากกลับมาแสดง อัดยังมีโอกาสได้กำกับหนังจริงจัง เป็นครั้งแรกด้วย (เรื่องที่ 8)

เรื่องย่อ

“เอ๋” (อัด) นักหาโลเคชัน ที่จำเป็นต้องกักตัวอยู่คนเดียวเพราะโควิด ผ่านแต่ละวันไปอย่างน่าเบื่อ จนมาถึงวันที่ 10 ซึ่งเขาได้ยินเสียงมนุษย์จริงๆ ครั้งแรกในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ โดยเป็นเสียงร้องเพลงเพี้ยนๆ จากหญิงสาวห้องข้างๆ

บทสนทนาของทั้งคู่เริ่มขึ้นโดยไม่เห็นหน้า และด้วยความเหงาที่ไม่ต่างกัน ทำให้วันที่ 10 ของอัด ดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที

ความแตกต่างของเรื่องนี้ คือการสร้างซีนที่เหมือนสื่อสารข้างห้องกัน
(Source : Twitter)

รีวิว

สองสาวผู้กำกับฝาแฝด วางเรื่องโลเคชันที่น่าสนใจ โดยให้นักแสดงทั้ง 2 คน สื่อสารกันเหมือนอยู่ที่ระเบียงห้องข้างๆ กัน ซึ่งโดยการถ่ายทำแล้ว ความแตกต่างของสถานที่ทั้งคู่ และมุมกล้อง อาจส่งผลให้คนดูรู้สึกติดใจได้ง่ายๆ

แต่แล้ว พอการสนทนาของทั้งคู่เริ่มขึ้น ความมีชีวิตชีวา และการสื่อสารของบทที่ดี ทำให้เราโฟกัสแค่เรื่องราวที่อยู่ตรงหน้า รวมถึงได้สัมผัสบรรยากาศดีๆ ร่วมไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว

คะแนน : 8/10

[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

เรื่องที่ 5 : Pumpkin Call

กำกับ : กุ๊ก-ธนีดา หาญทวีวัฒนา
นักแสดง : แพรว-นฤภรกมล, ปอนด์-พลวิชญ์

(Source : Nadao Content)

ความน่าสนใจ

>> “กุ๊ก-ธนีดา” เป็นคนคุ้นเคยอีกรายของนาดาว เพราะอดีตแอร์โฮสเตสสาวรายนี้ เป็นหนึ่งในทีมเขียนบท “ฮอร์โมน” ทั้ง 3 ซีซัน รวมถึงหนังใหญ่อย่าง “ฉลาดเกมส์โกง” และได้ชิมลางกำกับเต็มตัวกับ “Project S ตอน Shoot! I Love You”

>> “แพรว” โด่งดังจาก “ฮอร์โมน” จากบทส้มส้ม และซีรีส์ที่ยอดเยี่ยมอย่าง “Project S ตอน SOS skate ซึม ซ่าส์” เป็นอีกคนที่เราคิดถึงการแสดงของเธอ

>> “ปอนด์” น้องชายของ “ฟรัง-นรีกุล” เป็นที่รู้จักในบทหมอวาฬ จากซีรีส์ “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน” รวมถึงเคยร่วมงานกับแพรวมาแล้วใน “Bangkok รัก Stories”

เรื่องย่อ

“ซีซี” (แพรว) สาวออฟฟิศที่ทั้งพึ่งอกหัก และตกงาน แถมมาเจอวิกฤติโควิดจนต้องอยู่คนเดียวแบบไร้จุดหมาย แต่อยู่ดีๆ วันนึง “เคน” (ปอนด์) เทรนเนอร์หนุ่มที่ซีซีเคยไปสมัครเทรนไว้ด้วย ก็โทรมาหา โดยหวังชวนเธอออกกำลังกาย เพราะไหนๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้วหนิ!

“แพรว”​ กับ “ปอนด์”​ 2 นักแสดงที่จะใช้การวีดีโอคอล ชวนคุณออกกำลังกายกัน
(Source : TrueID Movie)

รีวิว

เทคนิคที่ใช้หลักของเรื่องนี้ คือการวีดีโอคอลด้วยโทรศัพท์ ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นมุมมองของทั้งซีซี และเคน แคบเหมือนที่เราคอลไลน์หาใครซักคน

ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือเคมีที่เข้ากัน และสามารถดำเนินเรื่องราวผ่านการคอลกันอย่างลงตัว ถือเป็นตอนฟีลกู้ดที่สร้างอารมณ์อมยิ้มได้ดี แถมยังไม่เลี่ยนจนเกินไป ด้วยคาแรคเตอร์ที่จับต้องได้ของทั้งคู่

คะแนน : 8/10

[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

เรื่องที่ 6 : CLOSE FRIEND

กำกับ : มีน-ทศพร เหรียญทอง
นักแสดง : เจเจ-กฤษณภูมิ, จูเนียร์-ปณชัย

(Source : Nadao Content)

ความน่าสนใจ

>> “มีน-ทศพร” อาจจะชื่อไม่คุ้นเคยในฐานะผู้กำกับ แต่เขาเป็นหนึ่งในคนเขียนบทละครที่ติดงอมแงมกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง “เลือดข้นคนจาง”

>> คงไม่ต้องสาธยายถึง “เจเจ” กันมาก นอกจากงานแสดง, นายแบบ ล่าสุดก็เอาดีทางด้านศิลปินด้วย โดยเฉพาะการมาเป็นสายแร็พที่แต่งเนื้อหาได้ไม่เลวเลย

>> หลายคนคงไม่คุ้นชื่อ “จูเนียร์” เท่าไหร่ แต่เขาก็มีผลงานมาพอสมควร ทั้ง “Project S ตอน Spike!” และล่าสุดกับละครช่อง One31 อย่าง “เรือนไหมมัจจุราช”

เรื่องย่อ

“เหมง” (จูเนียร์) มีเรื่องร้อนใจ เพราะไปปิ๊งสาวในสเป็ค แต่ด้วยความเป็นไก่อ่อนด้านนี้ เลยไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อดี เลยต้องขอคำปรึกษาจาก “ก็อต” (เจเจ) เพื่อนเกย์หล่อเนี้ยบ ที่มีประสบการณ์แน่น แต่ปรึกษาไป ปรึกษามา แทนที่จะได้ทางออก ก็อตกลับดูหึงหวงเหมงซะงั้น!

ทีมงานเรื่อง “CLOSE FRIEND” ซึ่งต่างคนต่างถ่ายทำกันจากบ้านล้วนๆ
(Source : Twitter)

รีวิว

ตอนทีเซอร์เรื่องนี้ปล่อยออกมา แฟนๆ สายวายก็ตื่นเต้นกัน เพราะคำโปรยชวนจิ้น เราเองก็ไม่ได้สายนั้นโดยตรง แต่ก็คาดหวังว่าจะเห็นคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจของเจเจ ผู้รับบทก็อต

แต่พอดูไป ต้องบอกว่าบทสนทนามันค่อนข้างจะออกนอกลู่นอกทางไปหน่อย ความราบรื่นเลยไม่ดีนัก จนถึงช่วงที่หนังพยายามจะเร่งอารมณ์ มันเลยกลายเป็นเร่งไม่ขึ้น และหนังเองก็ไม่ได้มีองค์ประกอบ หรือเทคนิคอื่นมาช่วย

คะแนน : 6/10

[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

เรื่องที่ 7 : เพราะเรารู้ว่าคุณจำเป็นต้องออกจากบ้าน

กำกับ : ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร
นักแสดง : ตั้ว-เสฎฐวุฒิ, พี-สาริษฐ์

(Source : Nadao Content)

ความน่าสนใจ

>> “ปิง-เกรียงไกร” ถือเป็นโปรดิวเซอร์ตัวหลักที่ร่วมงานกับ “ย้ง-ทรงยศ” มาตั้งแต่แรก เขาได้ขึ้นแท่นมากำกับ “ฮอร์โมน” ซีซัน 2-3 และหนัง “พรจากฟ้า” รวมทั้งนั่งเป็นโปรดิวเซอร์ผลงานของนาดาวมาตลอด

>> เรารู้จัก “ตั้ว” จาก​ “ฮอร์โมน” หลังจากนั้นก็มีผลงานทั้งซีรีส์ และละคร แต่ก็ไม่ถึงกับเปรี้ยงปร้างนัก

>> “พี” เริ่มเป็นที่รู้จักจากการค้นหานักแสดงหน้าใหม่ “ฮอร์โมน The Next Gen” ก่อนจะได้เล่นซีซัน 3 ในบทโดดเด่นบอส ช่วงหลังจะเห็นผลงานจากการเป็นสถาปนิกมากกว่า

เรื่องย่อ

“ตึ๋ง” (ตั้ว) พนักงานแบงค์ที่มีโรคประจำตัว แต่ก็ยังต้องออกไปทำงานทุกวัน ในช่วงที่เสี่ยงโควิดแบบนี้ โดยเขามีเพื่อนสนิทคือ “กิต” (พี) สายเนิร์ดที่เป็นดีไซเนอร์ ชอบประดิษฐ์ทุกสิ่งอย่าง จากไอเดียของตัวเอง

โดยปกติ ตึ๋งก็เป็นหนูทดลองให้กิตอยู่แล้ว ยิ่งช่วงโควิด ที่กิตออกแบบเครื่องมือป้องกันให้ Social Distancing กับคนอื่น ซึ่งตึ๋งรู้แหละว่าเพื่อนหวังดี แต่หน้าตาสิ่งประดิษฐ์ มันแปลกประหลาดไปหน่อยอะ!

เจ้าของโปรเจ็คท์ ลงมากำกับเอง โดยมี 2 นักแสดงที่มาสวมบทตรงคาแรคเตอร์
(Source : Twitter)

รีวิว

ถึงหนังจะมีมวลรวมดูจับต้องไม่ง่าย ด้วยเรื่องสิ่งประดิษฐ์ หรือความดึงดันของเพื่อนสติเฟื่อง ที่มีความคิดเป็นตัวของตัวเองสูง แต่การปูทุกสิ่งอย่างกลับมาขมวดปมหาความเรียบง่ายในตอนท้าย ซึ่งหนังทำได้อย่างดี

ความราบรื่นของการเข้าบทกันระหว่างตั้วกับพี ยังดูมีความไม่ราบรื่นอยู่บ้าง แต่ภาพรวมไม่ได้ทำให้รู้สึกสะดุดอะไร เพราะเนื้อหาเป็นแกนหลักที่ดำเนินไปได้เยี่ยมอยู่แล้ว

คะแนน : 7.5/10

[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

เรื่องที่ 8 : Mother Distancing

กำกับ : อัด-อวัช รัตนปิณฑะ
นักแสดง : ฟรัง-นรีกุล, ริว-อิงครัต

(Source : Nadao Content)

ความน่าสนใจ

>> “อัด-อวัช” รับจ็อบเพิ่มเติมในโปรเจ็คท์นี้ ด้วยการกำกับหนังเต็มตัวเป็นเรื่องแรก แม้จะเป็นแค่หนังสั้น แต่มันย่อมแตกต่างจากการทำคลิปเบื้องหลังแน่นอน ดังนั้นน่าลองดูฝีมือของเขา

>> “ฟรัง” มีผลงานการแสดงช่วงหลังไม่มากนัก เพราะเธอต้องเรียนหมอไปด้วย โดยเราอาจจะเห็นเธอบ่อยหน่อยทาง YouTube ช่องของตัวเอง บทที่เรารู้จักฟรังดี ก็คงเป็นบทออย ใน “ฮอร์โมน” นั่นเอง

>> กับผลงานของนาดาว “ริว” อาจจะไม่คุ้นเคยชื่อนัก แต่ถ้าเทียบดีกรีแล้ว เขาเคยชนะรางวัลสมทบชายยอดเยี่ยม เวทีสุพรรณหงส์มาแล้ว จาก “พี่ชาย My Hero” พร้อมมีงานละครแน่นมาแต่เด็ก

เรื่องย่อ

หลังไม่ลงรอยกับแม่มายาว 2 ปี “แบม” (ฟรัง) ลูกสาวเด็กติสท์ ก็ได้รับการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบจากแม่ผ่าน “บีม” (ริว) น้องชายที่กลายเป็นผู้ส่งสาส์นขาประจำ หลังแบมไม่ยอมปริปากคุยกับแม่

การถามไถ่นู่นนี่จบลงด้วยการบอกว่า แม่ที่เป็นหมอ กำลังเสี่ยงจะติดโควิดอย่างมาก เพราะต้องอยู่แนวหน้าดูแลผู้ป่วย ความรู้สึกของบีมต่อแม่จะเปลี่ยนแปลงไปบ้างรึป่าว? การแบนแม่ของเธอจะมีอ่อนข้อบ้างมั้ย?

ผลงานกำกับเต็มตัวครั้งแรกของ “อัด-อวัช” ซึ่งได้มือดีอย่าง “ฟรัง” และ “ริว” มาร่วมงาน
(Source : Twentyfour-news)

รีวิว

ออกตัวเลยว่าชอบเรื่องนี้มากที่สุด และต้องชื่นชมผลงานกำกับเรื่องแรกของ “อัด-อวัช” ที่สามารถสื่อสารอารมณ์ และรายละเอียดได้ลงตัว ทำให้หนังสามารถไปถึงอารมณ์ได้ครบถ้วน

นอกเหนือจากการแสดง ที่ทั้งฟรัง และริว สร้างเคมีความเป็นพี่น้องได้ยอดเยี่ยม การร้อยเรียงเรื่องราวด้วยภาพ หรือสเตตัสต่างๆ ประกอบเป็นผลลัพธ์ที่ดี แม้จะเป็นเรื่องครอบครัวที่บิวท์คนได้ไม่ยาก แต่หนังก็สามารถพาให้รู้สึกไปได้ไกลกว่านั้น โดยไม่ต้องบิวท์เลย

คะแนน : 9/10

[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

เรื่องที่ 9 : The Coach จูนความคิด..ปิดความทุกข์

กำกับ : ก๋วยเตี๋ยว-จตุพงศ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์
นักแสดง : กันต์ ชุณหวัตร, ฝน-ศนันธฉัตร

(Source : Nadao Content)

ความน่าสนใจ

>> “ก๋วยเตี๋ยว-จตุพงศ์” มีผลงานกำกับทั้งมิวสิควีดีโอ และซีรีส์ที่น่าสนใจ เช่น การเป็นหนึ่งในผู้กำกับ “เด็กใหม่” และกำกับเต็มตัวกับ “GGEZ เกรียนเมพเทพศาสตร์”

>> เราไม่ได้เห็นผลงานแสดงของ “กันต์” มานาน หลังสร้างชื่อกับ “ฮอร์โมน” โดยระยะหลังกันต์ หันไปเอาดีทางการเป็นศิลปินเดี่ยว

>> คาแรคเตอร์น่ารักสดใสของ “ฝน” ยังคงเป็นที่จดจำเสมอ นับจาก “ฮอร์โมน” เธอผ่านงานแสดงมามากมาย เช่น “I Hate You, I Love You”, “ATM เออรัก เออเร่อ”, “ไบค์แมน”

เรื่องย่อ

หลังเพิ่งตกงานไม่นาน “ติวเตอร์” (กันต์) ก็ได้มีโอกาสเข้าไปฟังคอร์ส Life Coach ออนไลน์ ที่ถึงตัวเขาจะไม่อินนัก แต่ก็ได้รู้ว่ามันทำไม่ยากซักหน่อย พูดแค่ 2-3 ประโยคเด็ด ก็สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ เขาเลยปิ๊งไอเดีย อยากจะจัดคอร์สของตัวเองดูบ้าง

และพอดิบพอดี กับที่ “โย๋” (ฝน) แฟนสาวของติวเตอร์ ดันมามีเรื่องไม่สบายใจ เขาเลยสบโอกาสลองของ ใช้วิชา Life Coach ดูหน่อย ว่ามันจะสำเร็จมั้ย?!?

หลังเข้าจอยคอร์ส Life Coach ติวเตอร์ก็ได้ไอเดียบรรเจิด อยากเปิดคอร์สเองบ้าง!
(Source : Tweet247)

รีวิว

ความจริงเราชอบอารมณ์มวลรวมของเรื่องนี้มาก ติดนิดเดียวตรงที่หนังดูจะเสียเวลาพาไปในมุมให้เกิดฟีลขำขันมากไปหน่อย จนรู้สึกว่ามันยาวเกินใจความหลักที่หนังควรสื่อ

ตอนจบเป็นส่วนที่ชอบที่สุด ซึ่งถ้าตัดเอาจุดที่หลุดกรอบออกไปบ้าง คาดว่าจะอินกับมันได้มากขึ้นแน่นอน การแสดงของกันต์ และฝน ยังคงทำได้ดีเหมือนเดิม

คะแนน : 7/10

[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

เรื่องที่ 10 : What happened last night?

กำกับ : แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน
นักแสดง : แพรวา-ณิชาภัทร

(Source : Nadao Content)

ความน่าสนใจ

>> ตอนที่รู้ว่าโปรเจ็คท์นี้มี 10 ผู้กำกับ ก็คิดว่าจะจบลงที่ 9 เรื่อง เพราะมีเรื่องนึงที่เป็นฝาแฝดวรรณ-แวว กำกับ พอรู้ว่ามีเรื่องที่ 10 ก็งงว่าใครจะกำกับ สุดท้ายเป็น “แคลร์-จิรัศยา” นี่เอง ที่เหมา 2 เรื่อง

>> ผลงาน “แพรวา” ในตอนหลัง เราน่าจะจดจำได้จากเพลง “รักติดไซเรน” ที่ดังทั่วบ้านทั่วเมือง แล้วเธอก็มาติดเชื้อโควิด ก่อนจะหายเป็นปกติเรียบร้อย แน่นอนว่าเราอยากดูการแสดงของเธอ

เรื่องย่อ

หลังผ่านค่ำคืนสุดเหวี่ยง จนปวดหัวตึ้บกัน แกงค์ 4 สาว นัดแนะมาคุยวีดีโอคอลกัน หลัง “แป๋ม” หนึ่งในสมาชิกบอกว่ามีเรื่องของแฟนหนุ่มอยากจะปรึกษา ซึ่ง 3 สาวที่เหลือ โดยเฉพาะ “กวาง” (แพรวา) เพื่อนสุดสนิท ที่แป๋มมาค้างด้วย ก็นึกไม่ออกเหมือนกัน ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

แกงค์ 4 สาว ที่พูดคุยกันได้ไหลลื่น และแน่นอนว่ามีแฟนๆ อยากชมแบบยาวกว่านี้
(Source : Nadao Content)

รีวิว

ชื่นชมอย่างแรกเลย คือหนังใช้วิธีการวีดีโอคอล ให้ผู้ชมเห็นหน้า และร่วมอยู่ในบทสนทนาของแกงค์ 4 สาว แบบรวดเดียว เปรียบได้กับ Long take เพื่อเล่าเรื่องราว ซึ่งการแสดง บวกบทสนทนา ทำมาดีมากกก

สิ่งที่สำคัญคือการทำให้ผู้ชมเชื่อในความเป็นตัวตนของแต่ละตัวละคร และเชื่อว่าสนิทสนมกันระดับไหน ทั้งที่เราพึ่งดูพวกเธอคุยกันเป็นครั้งแรก การไล่ระดับค่อยๆ เผยเรื่องราวถือว่าแนบเนียน และเชื่อเลยว่าดูจบแล้ว อยากย้อนไปเก็บฟีลลิ่งของตัวละครแต่ละตัวอีกครั้ง

นักแสดงทำได้ดีทุกคน แพรวาเล่นได้ละเอียด และน่าปรบมือให้ เชื่อเลยว่าอยากมีคนดู 4 สาวนี้ต่อให้ยาวกว่านี้ โดยเฉพาะต้องเป็นฝีมือกำกับของแคลร์ ที่ทำหนังกลุ่มผู้หญิงได้เยี่ยมมาตั้งแต่ One Year แล้ว

คะแนน : 8.5/10

[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

สรุปภาพรวม

ถือเป็นโปรเจ็คท์ที่ไม่ทำให้ผิดหวังในยี่ห้อ “นาดาว บางกอก” ด้วยความเป็นหนังสั้น และจำกัดการถ่ายทำกันด้วยตัวนักแสดงเอง อาจจะทำให้หลายสิ่งดูไม่ครบองค์ประกอบไปบ้าง แต่ทั้ง 10 เรื่อง มีจุดเด่น และทำให้เรารู้ถึงความตั้งใจของคนทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง

คลิปเบื้องหลังการทำงานของโปรเจ็คท์นี้ก็น่าดูเช่นกัน เพราะเราจะเห็นภาพที่ไม่เคยเห็น จากการทำงานจากบ้านของแต่ละคน มันทำให้รู้ว่าข้อจำกัด ไม่อาจลดทอนความคิดสร้างสรรค์ของเราได้เลย

1 ในคลิปเบื้องหลังการทำงาน ซึ่งนักแสดงทุกคนต้องรับหน้าที่เพียบ!
[Source : YouTube (Nadao Bangkok)]

สุดท้ายที่อยากให้ชม คือมีนักแสดงหลายคนที่เราคิดถึงผลงาน แต่ไม่ค่อยได้เห็นการแสดงจริงจังนัก กับโปรเจ็คท์นี้ เด็กๆ ของนาดาวมาร่วมแจมกันเยอะ และได้เห็นฝีมือการแสดงที่น่าสนใจ และชวนให้แฟนๆ ติดตามผลงานของพวกเขาอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม

Picture : Nadao Bangkok, Nadao Content, MThai Movies, Sanook, Twitter, TureID Movie, Twentyfour-news, Tweet247

Full Episode & Clips : YouTube (Nadao Bangkok)

rocketseer

ทำงาน Sports content | บ้าบอล-เป็น The KOP | (เคย)บ้าดูหนัง-(เคย)ทำเพจหนัง | อยู่บ้านนาน ก็ชักเป็นบ้า!

บทความที่เกี่ยวข้อง