มิตรรัก นักแฟนตาซี : EP 45 ขอผมจับ ขอผมทัช! ไฟเขียวซ้อมสัมผัสตัว สรุปผลตรวจเชื้อ ไปต่อได้! - TheMacho
 44
มิตรรัก นักแฟนตาซี : EP 45 ขอผมจับ ขอผมทัช! ไฟเขียวซ้อมสัมผัสตัว สรุปผลตรวจเชื้อ ไปต่อได้!

ความจริงแล้ว เราเฝ้ารอการประชุมที่คาดว่าเดิมจะหารือ และมีข้อสรุปเพิ่มเติมกันในวันที่ 25 พ.ค. แต่สุดท้ายการประชุมก็เลื่อนไป พร้อมข่าวที่ยูฟ่าขยับเลื่อนวันที่แต่ละลีกสมาชิก ต้องบอกว่าจะเอายังไงกับซีซันปัจจุบันที่ค้างคา

สโมสรต่างๆ ในพรีเมียร์ลีก ดำเนินการซ้อมอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา
(Source : Chelsea FC)

อย่างไรก็ดี แม้ยังไม่มีประกาศทางการเพิ่มเติม แต่รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีรายละเอียดคืบหน้าให้ติดตามไม่น้อย โดยเฉพาะการอนุญาตจากรัฐบาล ให้กีฬาอาชีพซ้อมแบบสัมผัสตัวได้ และผลการตรวจเชื้อ 2 รอบ ก็ออกมาแล้ว ดังนั้นไปติดตามความคืบหน้ากัน

รัฐบาลผ่อนปรนเพิ่ม

หลังอนุญาตให้มีการซ้อมแบบกลุ่มย่อย และรักษาระยะห่างแบบ Social Distancing ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันก่อน รัฐบาลอังกฤษได้แจ้งการผ่อนปรนเพิ่มเติมอีกขั้น ด้วยการอนุญาตให้กีฬาอาชีพ ซ้อมกันแบบสัมผัสตัวได้เพิ่มเติมแล้ว

การซ้อมในสเต็ปแรก ทุกคนเว้นระยะห่างกันชัดเจน และห้ามสัมผัสตัวกัน
(Source : Liverpool FC)

การซ้อมแบบสัมผัสตัว ส่งผลดีต่อการเตรียมความพร้อมของกีฬาประเภททีมอย่างฟุตบอล เพราะเดิมทีในสเต็ปแรก แต่ละทีมต้องแบ่งนักฟุตบอลเป็นกลุ่มย่อยราว 3 กลุ่ม แล้วเดินทางมาซ้อมไม่พร้อมกัน แต่กับสเต็ปที่ 2 นี้ สามารถรวมกลุ่ม และพัฒนารูปแบบการซ้อมด้วยกันมากขึ้น

นอกจากเรื่องระยะห่าง และการสัมผัสตัวกันได้มากขึ้น สเต็ปที่ได้รับอนุญาตเพิ่มเติม ยังทำให้ทุกคนสามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ ซึ่งนำไปสู่รูปแบบการซ้อมรูปเกม และการเร่งความฟิตเพื่อการแข่งขันมากขึ้นตามไปด้วย

สเต็ปถัดไปของรัฐบาล คาดว่าจะเป็นการอนุญาตให้แข่งขันในสนามปิด ไร้คนดู
(Source : RTE)

โดยการผ่อนปรนสเต็ปที่ 3 ต่อไป คาดว่าจะเป็นการอนุญาตให้กีฬาอาชีพ กลับมาแข่งขันกันได้ ภายในสนามปิดไร้ผู้ชม ตั้งแต่เดือน มิ.ย. เป็นต้นไป โดยพรีเมียร์ลีก แม้จะยังไม่กำหนดวันแน่นอน แต่คาดว่าจะเป็นครึ่งเดือนหลังแน่นอน ถ้าไม่เกิดเหตุอาเพศอะไรก่อน

พรีเมียร์ยัน มิ.ย. คือเป้าหมาย

ถึงจะยังไม่มีการประชุมอัพเดทอีกหน แต่ “ริชาร์ด มาสเตอร์” ประธานบริหารของพรีเมียร์ลีก ก็ยังมั่นใจว่าทุกสิ่งที่เริ่มต้นมา น่าจะทำให้พรีเมียร์ลีกซีซั่น 2019/20 กลับมาเตะได้ในเดือน มิ.ย. โดยรอคอนเฟิร์มวันที่แน่นอนอีกที

“ริชาร์ด มาสเตอร์” ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก ยังมั่นใจว่าลีกสูงสุดผู้ดีกลับมาแน่ มิ.ย.
(Source : talkSPORT)

โดยมาสเตอร์ พึงพอใจกับการกลับมาซ้อมของแต่ละทีม และพร้อมยืดหยุ่นในการหามาตรการกลับมาเตะ โดยพร้อมคุยหารือกับสมาชิก จนหาทางออกที่ดีที่สุด

หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือการจัดการเรื่องทีมขึ้นชั้น-ตกชั้น ซึ่งตอนนี้น่าจะมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน คือให้กติกาทุกอย่าง คงอยู่ตามเดิม แม้จะเกิดเหตุให้แข่งได้ไม่จบซีซันก็ตาม

“เกร็ก คลาร์ก” หัวเรือใหญ่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ที่ยืนยันอยากให้มีขึ้นชั้น-ตกชั้น เหมือนเดิม
(Source : The Times)

โดยนอกจากเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ซึ่งคิดว่าฟุตบอลจะมีสีสันเพราะทุกคะแนนมีผลสำคัญ ที่กระตุ้นให้ผู้ชมยังอยากชม แม้จะนั่งดูอยู่ที่บ้าน โดยไอเดียคงการขึ้นชั้น-ตกชั้นไว้ ได้รับการสนับสนุนจาก “เกร็ก คลาร์ก” นายกสมาคมฟุตบอลของอังกฤษ ซึ่งแสดงออกชัดเจน

การตรวจเชื้อแล้วเสร็จ

นอกเหนือจากการกลับมาซ้อมเรียบร้อยแล้ว เรื่องของการตรวจเชื้อโควิด-19 ของนักฟุตบอล และสตาฟฟ์ของทุกสโมสร ก็ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว คนละ 2 รอบ โดยรอบหลังมีจำนวนการตรวจเพิ่มเติม จากสโมสรละ 40 เป็นประมาณ 50 คน

โดยการเทสต์ทั้งหมดจากจำนวนมากกว่า 1,700 ครั้ง พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 8 ราย โดยแบ่งเป็น 6 รายแรก ที่มีการสรุปผลกันตั้งแต่ล็อตแรก ก่อนจะเพิ่มเติมอีก 2 รายในล็อตหลัง โดยทั้ง 8 คน แยกไปกักตัวเรียบร้อย อย่างน้อย 7 วัน

ซึ่ง 8 รายดังกล่าว ก็มีทั้งที่เปิดเผยตัว และไม่เปิดเผยข้อมูล ดังนี้

“เอเดรียน มาเรียปป้า” กองหลังตัวเก๋าวัตฟอร์ด ผู้ตรวจพบผลบวกล็อตแรก
(Source : 90Min)

[ล็อตแรก]
>> รายที่ 1 : เอียน โวน ผู้ช่วยผู้จัดการทีมเบิร์นลีย์
>> รายที่ 2 : เอเดรียน มาเรียปป้า กองหลังวัตฟอร์ด
>> รายที่ 3 : สตาฟฟ์วัตฟอร์ด (ไม่เปิดเผยชื่อ)
>> รายที่ 4 : สตาฟฟ์วัตฟอร์ด (ไม่เปิดเผยชื่อ)
>> รายที่ 5-6 : อยู่ในสโมสรที่ 3 ที่ดำเนินการตรวจก่อน (ไม่เปิดเผยรายละเอียดสโมสร,​ ตำแหน่ง และชื่อ)

“อารอน แรมส์เดล” มือกาวทีมชาติอังกฤษ ยู-21 เป็นอีกรายที่ตรวจพบเชื้อบวก
(Source : Sky Sports)

[ล็อต 2]
>> รายที่ 7 : อารอน แรมส์เดล ผู้รักษาประตูบอร์นมัธ
>> รายที่ 8 : อยู่ในอีกสโมสรในรอบหลัง (ไม่เปิดเผยรายละเอียดสโมสร,​ ตำแหน่ง และชื่อ)

จำนวน 8 รายที่ว่า ถือว่าตรวจพบมากกว่าบุนเดสลีก้า แต่ก็ใกล้เคียงกับลา ลีก้า โดยจำนวนตัวเลขดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อการเตรียมการกลับมาเตะ แต่ละสโมสรจะทำการฝึกซ้อมตามเงื่อนไขเดิม คนตรวจพบผลบวกก็แยกกักตัวไป ซึ่งคล้ายคลึงการดำเนินการของลีกอื่น

อิสระการตัดสินใจของนักเตะ

แม้การกลับมาซ้อม จะดำเนินการได้ครบถ้วนทั้ง 20 สโมสร แต่ก็เป็นขั้นตอนปฏิบัติที่ไม่มีการบังคับให้นักเตะต้องมารายงานตัวซ้อม เหมือนตอนสถานการณ์ปกติ ดังที่เราจะเห็นการไม่ขอร่วมซ้อมของ “ทรอย ดีนีย์” กัปตันของวัตฟอร์ด และ “เอ็นโกโล่ ก็องเต้” มิดฟิลด์จอมขยันของเชลซี

“เอ็นโกโล่ ก็องเต้” แจ้งไม่ขอร่วมซ้อมต่อ หลังผ่านเซสชั่นซ้อมวันแรก ซึ่งสโมสรก็เข้าใจ
(Source : Sky Sports)

โดยดีนีย์ยืนยันแต่แรก เพราะไม่อยากเอาชีวิตครอบครัวมาเสี่ยง ลูกก็ยังเล็ก ส่วนก็องเต้ก็ขอถอนตัวหลังซ้อมวันแรก ด้วยเหตุผลคล้ายคลึงกัน โดยทั้ง 2 สโมสร ได้ออกมาแสดงความเข้าใจ และพร้อมให้ทั้งคู่ไม่มีส่วนร่วมกับโปรแกรมที่เหลือ หากคิดว่าไม่พร้อมกลับมาจริงๆ

โดยฝั่งของนักเตะที่เลือกกลับมาซ้อมอย่าง “จอร์แดน เฮนเดอร์สัน” ก็ออกมาบอกว่า เข้าใจการตัดสินใจของคนที่ยังกังวล โดยหวังว่าพวกเขาจะเข้าใจนักเตะที่เลือกกลับมาซ้อมด้วยเช่นกัน

ความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ

แน่นอนว่าตอนนี้ ทุกคนมุ่งเป้าไปที่การกลับมาเตะซีซัน 2019/20 และการระมัดระวังต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 แต่มีอีกสิ่งที่สำคัญมาก นั่นคือเรื่องความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บของนักเตะ ที่ยากจะหลีกเลี่ยง เมื่อเจอโปรแกรมถี่ยิบ

โปรแกรมที่ถี่ขึ้น ส่งผลเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บที่มากขึ้นของนักเตะไปในตัว
(Source : Dairio AS)

มีแพลตฟอร์มที่เป็นสมองกล (Ai) ชื่อ “Zone7” ได้วิเคราะห์สถิติ และมองว่าการกลับมาเตะซีซัน 2019/20 ด้วยโปรแกรมที่ค่อนข้างแน่น ต่อด้วยการเปิดซีซัน 2020/21 ที่คาดว่าจะเป็นปลายเดือน ส.ค. หรือต้น ก.ย. แบบทันทีทันใด จะทำให้นักเตะมีโอกาสได้รับบาดเจ็บมากขึ้นถึง 25%

จากตารางเวลาที่ค่อนข้างบีบ ทั้งความพยายามจบซีซันนี้ให้เร็วที่สุด และการรักษาไทม์ไลน์ของซีซันใหม่ ให้ไม่หลุดจากปฏิทินเดิมมาก ทำให้นักเตะอาจจะต้องเผชิญการลงเล่น 7-8 นัดต่อเดือน ติดต่อกัน แทนที่จะเป็น 4-5 นัดต่อเดือน ตามโปรแกรมในสถานการณ์ปกติ

สถานการณ์ที่ยังไม่นิ่ง ทำให้ไม่ทราบเลยว่า เมื่อไหร่เกมเตะแบบมีผู้ชม จะกลับมา
(Source : Euronews)

ความเป็นห่วงในเรื่องอาการบาดเจ็บนี้ อาจจะส่งผลต่อการเริ่มซีซันหน้าค่อนข้างแน่ เพราะนอกจากนักเตะที่มีอยู่เดิมจะกรอบแล้ว การเสริมทีมที่ยังไม่สามารถกำหนดได้แน่นอน

ทั้งเรื่องรายรับที่สูญเสียไปมากจากการงดเตะ และกำหนดการตลาดซัมเมอร์ ที่ยังไม่แน่นอน ย่อมทำให้หลายทีมต้องพบกับความลำบาก โดยเฉพาะสโมสรที่มีขนาดทีมเล็ก

แวะดูลีกอื่นกันนิดนึง

แม้ “ลีกเอิง” ฝรั่งเศสจะตัดจบกันไปเรียบร้อย แต่ยังมีทีมที่ไม่พึงพอใจกับการตัดสินใจ โดยเฉพาะโอลิมปิก ลียง ซึ่งการตัดสินนับแต้มต่อนัด ทำให้พวกเขาต้องหล่นไปจบอันดับ 7 ไม่ได้โควตาฟุตบอลยุโรป แถมบอลถ้วยที่รอชิงอยู่ ก็ไม่ได้เตะ

“ฌอง มิเชล โอลาส์” ประธานสโมสรลียง ผู้อดรนทนไม่ไหว ต่อการตัดสินใจตัดจบของลีก
(Source : Goal.com)

“ฌอง มิเชล โอลาส์” ประธานสโมสรคนดังของ “โอแอล” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเขี้ยวลากดิน เวลาทำการซื้อ-ขายนักเตะ ได้ทำการเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีเมืองน้ำหอม ให้พิจารณาการตัดสินใจที่ไม่อนุญาตให้กีฬาอาชีพแข่งขันเลยจนถึงเดือน ก.ย. โดยเฉพาะฟุตบอล

โอลาส์ ยกตัวอย่างลีกอื่น เช่น บุนเดสลีก้า กลับมาเตะ 16 พ.ค., ลา ลีก้า กลับมาเตะ 8 มิ.ย. ในขณะที่หลายชาติ ทั้งอังกฤษ, อิตาลี, โปรตุเกส, รัสเซีย ต่างได้รับไฟเขียวให้กลับมาซ้อม แล้วทำไมฝรั่งเศส ถึงตัดสินใจตัดจบอย่างรวดเร็ว โดยไม่พิจารณาอย่างมืออาชีพเสียก่อน

ลียงที่ผลงานครึ่งซีซันหลังกระเตื้องขึ้น ต้องผิดหวังจบอันดับ 7 และอดชิงบอลถ้วย เพราะการตัดจบ
(Source : Bola Okezone)

โดยโอลาส์ เรียกร้องให้มีการพิจารณาอีกครั้ง ในเมื่อ 2 มิ.ย. ทางรัฐบาลจะมีการหารือเกี่ยวกับการผ่อนปรนต่างๆ ก็ช่วยเอาเรื่องนี้ไปคุยด้วย เพราะหากฟุตบอลอาชีพเลือกจะกลับมา ลีกเอิงกลับมาแข่งเดือน ก.ค. หรือ ส.ค. ก็ยังไม่สาย

ซึ่งก่อนหน้านี้ โอลาส์ เคยยื่นเรื่องอุทธรณ์ให้ลียง บวกกับ 2 สโมสรที่ต้องตกชั้นสู่ลีกเดอซ์อย่าง อาเมียงส์ และตูลูส เรื่องความไม่เห็นด้วยในการตัดจบ แต่ก็โดนลีกเอิงปฏิเสธมา

เรื่องวุ่นวายของฝรั่งเศส ไม่รู้จะไปจบตรงไหน แต่ส่วนของ “ลา ลีก้า” สเปน รัฐบาลได้ฟันธงวันกลับมาเตะเรียบร้อย ในวันที่ 8 มิ.ย. อย่างที่กล่าวไป โดยขณะนี้ ทุกสโมสรกลับมาซ้อมรวมกลุ่มได้แล้ว

ทิศทางของ FPL

ยังไม่มีอะไรคืบหน้า เนื่องจากทาง Fantasy Premier League ต้องรอโปรแกรมคอนเฟิร์มจากพรีเมียร์ลีก ดังนั้นตอนนี้ ประกาศล่าสุดยังเป็นวันที่ 15 พ.ค. ที่เราเคยแชร์ไปแล้ว โดยหลักๆ คือการแจ้งว่า “ตัวช่วย” ที่ยังไม่ได้ใช้ จะคงอยู่จนกว่าจะจบซีซัน 2019/20

ระหว่างที่พรีเมียร์ลีกยังไม่มา “บุนเดสลีก้า” ก็พอจะทดแทนแก้เหงากันได้
(Source : ESPN)

ระหว่างที่รอประกาศทางการของพรีเมียร์ลีก ซึ่งคาดว่าจะประชุมกันอีกหนภายในสัปดาห์นี้ ก็ติดตามช่องทางติดต่อสื่อสารของเราไปก่อน อัพเดทข่าวให้ได้ทราบตลอด

ส่วนใครเหงาคิดถึงฟุตบอล ก็ชมบุนเดสลีก้ากันไปก่อน โดยนอกเหนือบอลเมืองเบียร์จะยิงกันสนุกแล้ว เรายังหยิบเอามาเป็นกิจกรรมในกลุ่มแชทอยู่เรื่อยๆ ด้วย ติดตามกันนะครับ
กลุ่มแชท ใน LINE OpenChat >> คลิกเลย <<
กลุ่ม facebook >> คลิกเลย <<

Picture : Manchester City FC, Chelsea FC, Liverpool FC, RTE, talkSPORT, The Times, 90Min, Sky Sports, Dairio AS, Euronews, Goal.com, Bola Okezone, ESPN

rocketseer

ทำงานเกม-ติดเกมบ้าง | บ้าบอล-เป็น The KOP | บ้าดูหนัง-มีเพจหนัง | บ้ากิน-มีพุงแล้วเนี่ย!

บทความที่เกี่ยวข้อง