หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ การ์ตูนลูกผู้ชายสายมัดกล้ามจากยุค 90s - TheMacho
 429
หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ การ์ตูนลูกผู้ชายสายมัดกล้ามจากยุค 90s

ช่วงยุค 90 จะเต็มไปด้วยการ์ตูนต่อสู้แนวลูกผู้ชายที่มาพร้อมมัดกล้าม และศิลปะการต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งหนึ่งในเรื่อที่นับว่าโดดเด่น และเป็นอมตะมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าคุณไม่ได้อยู่ในยุค 90 แต่การ์ตูนเรื่องนี้ก็ยังถูกนำเอามาพูดถึง มาเล่นมุกกันอยู่ตลอดเวลา คงหนีไม่พ้น ‘หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ’

หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า 北斗の拳 (Hokuto no Ken) ชื่อภาษาอังกฤษ Fist of the North Star โดยผู้แต่งเรื่องได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ Mad Max (1979) ภาคที่มี ‘เมล กิ๊บสัน’ เป็นพระเอก โดยเราจะเห็นทั้งบรรยากาศ และเครื่องแต่งกายตัวละครที่เหมือนในภาพยนตร์มากๆ แต่ดำเนินเรื่องโดยการใช้ “เพลงหมัด” เป็นตัวชูให้เนื้อเรื่องมีสีสันมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงแรกๆ ‘เค็นชิโร่’ ที่เป็นพระเอกก็เหมือนยังหาแนวทางของตัวเองอยู่สไตล์การต่อสู้ยังคล้าย ‘บรูซลี’ ผสมก่อนที่จะเจอการเบ่งกล้ามจนเสื้อขาด และใช้เพลงหมัดทะลวงจุดตายคู่ต่อสู้จนตัวระเบิดออก กลายเป็นมหากาพย์เพลงหมัดที่ครองใจเด็กๆ ยุค 90 เป็นอย่างมาก

Source : iMDb
เมล กิ๊บสัน ที่มาพร้อมช๊อตกันแบบตัวละคร จากิ ในหมัดเทพเจ้าดาวเหนือ
เปรียบเทียบการวาดใหม่ กับในช่วงแรกๆ
ช่วงต้นเรื่องเราจะเห็นเค็นชิโร่ใช้กระบองสองท่อนเป็นอาวุธ คาดว่าจะเป็นอิทธิพลจากบรูซลี
ปกที่แฟนๆ หลายคนคุ้นตา และท่านี้จะคิดถึงใครคนอื่นไม่ได้เลย
ภาพที่ถูกนำมาเล่นมุกจนถึงทุกวันนี้ “เจ้าหนะ ได้ตายไปเรียบร้อยแล้ว”

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเล่าถึงเหตุการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่ 3 ในปี ค.ศ. 199X ที่สงครามนิวเครียล์ทำลายล้างทุกอย่างของโลก โลกกลับสู่ยุคเข็ญ และความป่าเถื่อนอีกครั้ง มีเพียง ‘เคนชิโร่’ ชายผู้มีรอยแผลเป็นรูปดาวเหนือ 7 แห่งบนหน้าอกเท่านั้นที่จะสามารถกอบกู้โลกได้ ด้วย “หมัดอุดรเทวะ” เพลงหมัดที่สามารถทะลวงจุดตายของคู่ต่อสู้ ทำให้อวัยวะภายในแหลกเหลว และร่างกายระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ได้ในพริบตา

ซึ่งเนื้อเรื่องจะเล่าถึงการเดินทางของ เคนชิโร่ ที่ปราบศัตรูที่ครองอำนาจตามที่ต่างๆ เพื่อตามหา ‘ยูเรีย’ คนรักของตัวเอง โดยระหว่างทางเขาต้องเจอกับคู่ต่อสู้ยอดฝีมือ รวมไปถึงผู้ที่ครอบครองวิชา “หมัดดาวใต้” ที่ถือเป็นเพลงหมัดที่เป็นคู่ปรับกับหมัดอุดรเทวะมาตลอด

ตัวละครที่ออกมาในเรื่องก็จะมีความดี และความเลวปนกันไป ไม่ได้มีใครเป็นคนชั่วแบบไม่มีเหตุผล ซึ่งความเท่ กับความเก่งของแต่ละตัว นั้นก็ทำให้เราต้องลุ้นไปตลอดว่าเคนชิโร่จะสามารถชนะได้หรือไม่ ฟังชื่อเหล่านี้แล้วยังไงก็ต้องคุ้นแน่นอน ต้องขอยกเครดิตให้ผู้ที่แปลการ์ตูนเรื่องนี้เป็นภาษาไทยด้วยที่ แปลได้เพราะและเท่มากๆ

ราโอ : พี่ใหญ่ของหมัดอุดรเทวะ เป็นคนที่ทะเยอทะยาน ต้องการที่จะใช้หมัดอุดรเทวะครอบครองแผ่นดิน

โทคิ : พี่รองของหมัดอุดรเทวะ อัจฉริยะผู้เก่งที่สุดในสี่พี่น้อง แต่โชคร้ายที่เกิดมาพร้อมกับโรคร้าย จึงไม่สามารถเข้าชิงตำแหน่งผู้สืบทอดหมัดดาวเหนือได้

จากิ : น้องรองของหมัดอุดรเทวะ ถูกเรียกว่าเป็นต้นตอแห่งความชั่วร้ายของทั้งเรื่อง ฝีมือแย่ และมีจิตใจชั่วร้าย แต่ที่จากิแตกต่างที่สุดคือ ไม่มีวิชาหมัด แต่มีปืน ซึ่งยุดนั้นน่าจะเป็นของหายากมาก

เค็นชิโร่ : น้องเล็กผู้มีพรสวรรค์และเป็นผู้สืบทอดของหมัดอุดรเทวะ ได้รับการช่วยชีวิตโดยชูหมัดหงษ์ขาวดาวใต้ จากการประลองแลกกับตาทั้งสองข้างของชู โดยชูมองเห็นอนาคตของเค็นซึ่งจะกลายเป็นผู้กอบกู้โลก และได้เป็นคนพูดวลีที่ว่าเมื่อใดดาวใต้ปั่นป่วน ดาวเหนือจะปรากฏ

นอกจาก 4 ตัวเอก แล้วยังมีอีกกลุ่มคือ ‘หกหมัดศักดิ์สิทธิ์ดาวใต้’ ที่โดดเด่นไม่แพ้กันทั้งความเท่ และฝีมือ

เซาเซอร์ – หมัดกางเขนดาวใต้ ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านเพลงหมัดดาวใต้มากที่สุด ต้องรวบรวมหกหมัดศักดิ์สิทธิ์ดาวใต้ทั้งหมดถึงจะโค่นเซาเซอร์ลงได้ ด้วยเล่ห์เหลี่ยมความเย่อหยิ่งทะเยอทะยานแห่งดาวจักรพรรดิ์แห่งดาวใต้เซาเซอร์เองก็เป็นผู้ที่ต้องการพิชิตโลกเช่นเดียวกับราโอ

เพลงหมัดของเซาเซอร์นั้นจะมีผู้สืบทอดแต่เพียงผู้เดียวเช่นเดียวกับเพลงหมัดดาวเหนือ ทำให้เซาร์เซอร์มีความเข้าใจในพื้นฐานเพลงหมัดดาวใต้ทั้ง 108 สาขา ด้วยพรสวรรค์ของเซาเซอร์มักจะออกหมัดด้วยความรวดเร็วและเสเแสร้งว่าเพลงหมัดของตนไม่มีการตั้งท่า โดยให้เหตุผลว่าการตั้งท่าหมายถึงการตั้งรับและเพลงหมัดของตนมีแต่รุกไม่มีตั้งรับ และเมื่อเซาเซอร์ได้ดวลหมัดกับเคนชิโร่ที่สุสานจักรพรรดิทำให้เซาเซอร์ได้ตั้งท่าหมัดกางเขนครั้งแรกจุดเด่นของเพลงหมัดจะเป็นการตั้งท่ากางเขนแล้วกระโดดบินโฉบเข้าหาคู่ต่อสู้ ออกหมัดสร้างแผลเป็นรูปกางเขนและกลับมาที่ท่ากางเขนเสมอ โดยเน้นไปที่การใช้ความเร็วในการออกหมัดกลางอากาศในการพลิกแพลงสามารถประยุกต์ใช้เฉพาะหมัดหรือผสานกับเพลงเตะ ว่ากันว่าเพลงหมัดของเซาเซอร์เมื่อบินอยู่ไม่สามารถทำลายได้

ชู – หมัดหงส์ขาวดาวใต้ ดาวยุติธรรมผู้เคยช่วยชีวิตเค็นชิโร่ไว้ในวัยเด็กด้วยการขอชีวิตของเค็นชิโร่แลกกับดวงตาของชู แต่เดิมเป็นเพื่อนรักกับเซาเซอร์ ต่อมาเซาเซอร์เลือกทางของผู้ทะเยอทะยาน รุกรานและกดขี่ชาวบ้านและเด็กๆ ชูจึงกลายมาเป็นผู้นำกองกำลังต่อต้านจักรพรรดิเซาเซอร์ ฉากการตายของชูก็กระชากอารมณ์สุดๆ คือการยอมเสียสละชีวิตเพื่อช่ายชาวบ้านและเด็กๆ โดยนำยอดของปิรามิดสุสานจักรพรรดิไปวางบนยอดสุสาน ก่อนถูกเซาเซอร์ปาหอกใส่หัวใจ

เพลงหมัดของชูจะแตกต่างกับหกหมัดศักดิ์สิทธิ์ดาวใช้คนอื่นๆตรงที่จะใช้เพลงเตะมากกว่าการใช้หมัด ไม่ใช่ว่าชูไม่ถนัดด้านการใช้หมัด เพลงหมัดของชูจะเน้นหลอกล่อให้ใช้หมัดก่อน แล้วจึงปิดกระบวนท่าด้วยเพลงเตะ ท่าไม้ตายของชูนั้นจะเป็นการพลิกตัวแล้วหมุนเตะรอบตัวและสร้างความเสียหายเป็นกลุ่ม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือชูใช้เพลงเตะฝ่าฝูงทหารของเซาเซอร์ที่มาจากทุกทิศทางอย่างรวดเร็วก่อนที่จะกระโดดเข้าไปถึงตัวเซาเซอร์ เค็นชิโร่เคยใช้ท่าเตะของชูครั้งหนึ่งในการดวลกับเซาเซอร์ด้วย

ชิน – หมัดอินทรีย์อหังการดาวใต้ ชินเป็นผู้ที่มีฝีมือมากที่สุดคนหนึ่งในบรรดาหกหมัดศักดิ์สิทธิ์ดาวใต้ และเป็นเพื่อนกับเค็นชิโร่ แต่แอบหลงรักยูเรียซึ่งเป็นคู่หมั้นของเค็นชิโร่ และยังเป็นผู้ที่สร้างบาดแผลเจ็ดจุดบนหน้าอกของเค็นชิโร่ และแย่งยูเรียไป ก่อนจะสถาปนาตัวขึ้นเป็น คิง ปกครองเมืองเซาเทรินครอส มีบริวารมากมาย ตลอดเวลาที่ปกครองเมืองเซาเทรินครอส ชินพยายามพิชิตหัวใจของยูเรีย

เพลงหมัดของชินจะเป็นการออกหมัดคล้ายกับเพลงหมัดดาวเหนือคือเป็นการกวาดนิ้วมือทั้ง 5 นิ้วหรือทะลวงนิ้วทั้ง 5 นิ้ว เข้าไปยังจุดตายของคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว ซึ่งท่าทะลวงของชินนั้นนอกจะจะสร้างบาดแผลแล้วยังเป็นการสะสมพลังเข้าไปที่จุดตายเมื่อทะลวงครบทุกจุดก็จะทำให้คู่ต่อสู้ตายทันทีหรือไม่ก็ตายก่อนเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว และยังไม่หมดเท่านั้นชินยังมีเพลงเตะทะลวงกลางอากาศอีกหนึ่งท่าเป็นท่าไม้ตายที่เคยทำให้เค็นชิโร่พ่ายแพ้มาแล้วมาแล้วครั้งหนึ่ง

ยูดา (UD) – หมัดกระเรียนแดงดาวใต้ ดาวเทพธิดา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าดาวแห่งการทรยศหักหลัง หลังจากสงครามนิวเคลียร์ ยูดาได้สร้างกองทัพ UD ไม่ขึ้นกับกองทัพใดๆ โดยบางครั้งจะเป็นเสนาธิการวางแผนให้เซาเซอร์
กองทัพของยูดานั้นยังมีนักฆ่าหญิง ที่ถูกฝึกมีหน้าที่เข้าแทรกซึม และลอกฆ่าเป้าหมายที่เป็นผู้ชายโดยใช้มารยาหญิง แต่นักฆ่าหญิงของยูดาจำเป็นต้องมีข้อแม้ว่าต้องสวยไร้ที่ติห้ามมีรอยแผลเป็นแม้แต่นิดเดียว มิเช่นนั้นจะถูกเนรเทศหรือทิ้งให้เป็นของเล่นทหารเลวของยูดา

เพลงหมัดของยูดาจะเป็นลักษณะการออกหมัดในแนวตั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นการทำลายในระยะไกลและเลี่ยงที่จะสัมผัสคู่ต่อสู้ถ้าไม่จำเป็นซึ่งการโจมตีระยะไกลของยูดาจะรุนแรงที่สุดในหกหมัดศักดิ์สิทธิ์ดาวใต้ จึงทำให้ยูดาไม่มีท่าบินโฉบที่สูงเหมือนหกหมัดศักดิ์สิทธิ์ดาวใต้คนอื่นๆ เค็นชิโร่ได้นำเพลงหมัดของยูดามาใช้ในการดวลกับชูครั้งที่สอง โดยสังเกตจากการต่อสู้ของยูดาและเรย์ ถึงแม้พลังหมัดไม่รุนแรงเท่ายูดาแต่ก็ทำให้ชูแพ้ทางและพ่ายแพ้ไป

เรย์ – หมัดวิหกน้ำดาวใต้ เรย์เป็นผู้ที่มีฝีมือมากที่สุดคนหนึ่งในหกหมัดดาวใต้ สามารถเอาชนะอาจารย์ราฟูซึ่งถูกยกย่องเทียบเคียงอาจารย์โอไกอาจารย์ของเซาเซอร์ด้วย เรย์สามารถเป็นขุนพลนำกองทัพเปลี่ยนโลกได้เช่นกัน มีดาวประจำตัวคือดาวเสียสละและด้วยด้วยไอรี่ น้องสาวเขาถูกชายผู้มีแผลเป็น 7 ดาวลักตัวไป (จากิแกล้งปลอมเป็นเค็นชิโร่) เขาจึงได้แต่ทุ่มเททั้งชีวิตตามหาน้องสาวของเขา ต่อมาได้พบกับเค็นและช่วยไอรี่ไว้ได้

เพลงหมัดของเรย์ จะเป็นการออกหมัดด้วยการบินโฉบคู่ต่อสู้ แล้วออกหมัดสร้างแผลไว้สามถึงสี่แผลเสมอ โดยลักษณะการออกหมัดโดยการวาดมือคล้ายการร่ายรำตะปบ บางครั้งจะออกหมัดทีละสามครั้งต่อการโจมตีหนึ่งครั้ง หรือบางครั้งก็เป็นการออกหมัดครั้งเดียวแต่เป็นสามแผล ความรุนแรงจะเน้นการหั่นคู่ต่อสู้ให้ขาดเป็นชิ้นๆ เหมือนดั่งการกวาดคมมีดตัดชิ้นเนื้อขาดประเด็น เรย์จึงมีท่าโจมตีที่ระยะไม่ไกลมากนัก เค็นชิโร่ได้นำเพลงหมัดของเรย์ซึ่งเป็นท่าเฉือนข้างลำตัวสามแผลในการดวลกับราโอที่ปราสาทของยูเรีย

ยูเรีย – ขุนพลคนสุดท้ายของดาวใต้ ยูเรียได้รับการช่วยเหลือจาก 5 ดาราดาวใต้ และได้เป็นผู้นำทัพต่อต้านทัพเจ้าแห่งหมัด… หลังศึกครั้งสุดท้ายของเค็นชิโร่ และราโอ ราโอได้สะกัดจุดช่วยชีวิตยูเรียซึ่งใกล้ตาย ให้ได้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหลายปี

เพลงหมัดของยูเรียไม่ปรากฏว่าเคยใช้ในการดวลกับใคร แต่มักจะใช้ในลักษณะการรักษาเยียวยาจิตใจของผู้คนที่ได้สัมผัส

ทั้งหมดนี้ก็เป็นตัวละครเพียงภาคแรกภาคเดียวเท่านั้นที่แฟนการ์ตูนในยุคนั้นน่าจะผ่านดูมาแล้ว ซึ่งหลังจากจบภาคแรกแล้วยังมีภาคต่อตามมาอีกได้แก่

  • ภาคจักรพรรดิ์ฟ้า
  • ภาคดินแดนชูร่า
  • ภาคก่อนอวสาน

หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ แต่งเนื้อเรื่องโดย บุรอนซอน และวาดภาพโดย เท็ตสึโอะ ฮาร่า ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารโชเน็นจัมป์ ปี พ.ศ. 2526-2531 ฉบับรวมเล่มมีทั้งหมด 27 เล่มจบ ต่อมาได้ถูกสร้างเป็นอนิเมะ เกม โอวีเอ รวมถึงภาพยนตร์จอเงิน (ทั้งแบบใช้คนแสดง และแบบอนิเมะ)
ในปี พ.ศ. 2538 ทางฮอลลีวู้ดได้สร้างภาพยนตร์เรื่อง “Fist of the North Star” โดยนำเค้าโครงมาจากการ์ตูนเรื่องนี้ด้วย

Fist of the Northern Star เวอร์ชันภาพยนตร์

ฤทธิ์หมัดดาวเหนือ ได้รับการสร้างเป็นอนิเมะ ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 19.00-19.30 น. ทางสถานีฟูจิทีวี โดยแบ่งเป็น 2 ภาคด้วยกัน ภาคแรกเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2527 – 5 มีนาคม พ.ศ. 2530 (ความยาว 109 ตอน) ส่วนภาคสอง เริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2530 – 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 (ความยาว 43 ตอน)

ในประเทศไทย ฤทธิ์หมัดดาวเหนือ เคยออกอากาศทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เมื่อราวๆ ปี พ.ศ. 2530 โดยใช้ชื่อภาษาไทยว่า “หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ” แต่จากภาพ และเนื้อหาที่โหดร้ายปรากฏในเรื่อง ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า รุนแรงเกินไปสำหรับเด็กและเยาวชน ทางช่อง 9 จึงต้องถอนการ์ตูนชุดนี้ออกไป ต่อมาช่อง 9 ได้นำมาฉายอีกครั้งจนจบประมาณปี 2538

‘Fist of blue sky’ ใช้ชื่อไทยว่า ‘ฤทธิ์หมัดดาวเหนือ เพลงหมัดฟ้าคำราม’

และภายหลังใด้ทำเป็นภาคเรคเมค และ อีกเรื่องคือ ‘Souten no ken’ ใช้ชื่ออังกฤษคือ ‘fist of blue sky’ ใช้ชื่อไทยว่า ‘ฤทธิ์หมัดดาวเหนือ เพลงหมัดฟ้าคำราม’ เป็นเรื่องราว ของ ‘คาซุมิ เคนชิโร่’ ซึ่งเป็นผู้สบทอดคนที่64 คนละคนกับเค็น ชิโร่ในภาคหลัก ซึ่งเป็นผู้สืบทอดคนที่ 66 โดยมีเนื้อเรื่องว่า เค็นชิโร่ ใด้ถูกช่วยโดยมาเฟียจีน จากนั้นในเวลาต่อมา เขาใด้กลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่แล้วเขาใด้รู้ข่าวว่า แก็งมาเฟียที่เคยช่วยเขาไว้ใด้ถูกโค่นลง เขาจึงต้องกลับไปช่วย

ที่มา – Wiki

W. Charoenchit

Online Marketing | BD @ ThisIsGame Thailand | Admin AV idol Fanpage | Admin รวมดาวสาว Office | Gamer l Toy collector | Food Hunter

บทความที่เกี่ยวข้อง