เฟซบุ๊คเตรียมเปิดตัว "Facebook Shop" เพื่อเป็นตลาดอีคอมเมิร์ชแห่งใหม่ - TheMacho
 53
เฟซบุ๊คเตรียมเปิดตัว “Facebook Shop” เพื่อเป็นตลาดอีคอมเมิร์ชแห่งใหม่

โลกของธุรกิจอีคอมเมิร์ชไม่เคยหยุดนิ่ง มีความเคลื่อนไหว และพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ล่าสุด Facebook ก็ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการค้าขายออนไลน์อีกครั้งด้วยการประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ที่มีชื่อว่า Facebook Shop ซึ่งทำให้ใครที่ทำการค้าขายบน Facebook Fanpage อยู่แล้ว จะสามารถเปิดร้านขายของ Facebook Shop เป็นเรื่องเป็นราวได้ทันที

นอกจากนี้ยังร้านของเรายังสามารถเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เฟซบุ๊คให้บริการได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Messenger, Instagram Direct และ Whatsapp เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่เราในการติดต่อกับลูกค้า ที่พูดเกริ่นมานี้เป็นเพียงน้ำจิ้ม ใครอยากรู้ว่า Facebook Shop มีข้อดีข้อด้อยอย่างไร วันนี้เราได้รวบรวมสรุปมาเป็นข้อๆ ไว้ให้แล้ว

1. เปิดร้านฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

ใครที่เคยมีประสบการณ์ค้าขายออนไลน์ด้วยการเข้าไปเปิดร้านในตลาดออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Amazon, Alibaba, Shopee และ Lazada คงจะทราบกันดีว่าจะต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมในรูปแบบต่างๆ ดังนั้น Facebook Shop จึงถูกทำออกมาโดยเสนอจุดขายที่เหนือกว่าด้วยการมอบโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าไปเปิดร้านค้าออนไลน์ฟรีได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ เพราะเขาเชื่อว่าร้านค้าต่างๆ คงหนีไม่พ้นต้องใช้บริการโฆษณาจาก Facebook อยู่แล้ว

2. สามารถใช้ Messenger คุยกับลูกค้าได้

ร้านค้าใน Facebook Shop ทุกร้านจะมีบริการ Messenger ซึ่งเป็นบริการแชทที่มีอยู่แล้วใน Facebook ให้คุณสามารถคุยกับลูกค้าที่สนใจเข้ามาสอบถามข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าภายในร้านได้ทันที จึงช่วยให้คุณสามารถปิดการขายได้ง่ายขึ้น ซึ่งนี่ถือเป็นข้อดีของ Facebook Shop ที่เหนือกว่าตลาดออนไลน์อื่นๆ

3. สามารถ Live ได้ใน Facebook Shop

ความสามารถในการ Live ที่จะมาพร้อม Facebook Shop นั้น จะช่วยให้เจ้าของร้านสามารถโฆษณาขายสินค้าได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้นเช่นกัน โดยตัวสินค้าที่เรากำลังเชียร์ขายจะขึ้นมาอยู่บนจอขณะทำการ Live เมื่อลูกค้าเห็นก็สามารถเลือก และสั่งซื้อได้ทันที โดยที่เจ้าของไม่ต้องมาดคอยนั่งดูคอมเม้นต์ว่าใครสั่งซื้ออะไรไปแล้วบ้างแล้วค่อยมาปิดการขายภายหลัง

4. มี AI ช่วยขายสินค้า

เพื่อนๆ คงทราบกันดีแล้วว่าทั่วโลกเรามีผู้ใช้ Facebook มากกว่า 2.6 พันล้านคนทั่วโลก ซึ่งเป็นปริมาณประชากรที่มหาศาลถ้าเทียบเป็นประเทศเป็นรองแค่จำนวนประชากรของประเทศจีน และที่เด็ดไปกว่านั้นคือ Facebook มี AI ที่แสนฉลาด เพราะมันจะคอยเก็บข้อมูลความสนใจของประชากรเฟซบุ๊คแต่ละคนไว้อย่างละเอียด และสามารถนำสินค้าที่เราวางขายไปแสดงแก่ผู้ที่ชื่นชอบมันได้อย่างแม่นยำ เช่น สมมุติว่าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการสะสมรองเท้าสนีกเกอร์ ทันทีที่คุณเปิดเฟซบุ๊คขึ้นมาก็จะพบว่าหน้าฟีดของคุณเต็มไปด้วยโฆษณาขายรองเท้าจากร้านค้าต่างๆ เป็นต้น

5. สามารถปิดการขายได้ในแอปพลิเคชั่นเดียว

Facebook Shop จะช่วยให้คุณสามารถปิดการขายได้ในแอปพลิเคชั่น Facebook เพียงแอพเดียว จากแต่ก่อนที่จะต้องมาทำโฆษณากันบนเฟซบุ๊ค แล้วไปปิดการขายที่เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ซึ่งความก้าวหน้าตรงจุดนี้จะช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งหลายสามารถจัดการการขายได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต่อรองราคา ความรวดเร็วในการรับโอนเงิน ลูกค้าเองก็ยิ่งชอบ เพราะจะได้สั่งซื้อให้จบๆ ได้ในไม่กี่ขั้นตอน เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะได้สินค้าที่ต้องการ ไม่ต้องลุ้นว่าจะมีใครมาซื้อตัดหน้าไปก่อน  

 6. ไม่มีบริการหลังบ้าน

การไม่มีบริการหลังบ้านถือเป็นข้อด้อยของ Facebook Shop เพราะที่ตลาดออนไลน์แห่งนี้ไม่สามารถให้บริการแบบ End-to-End Service อย่างที่มีในตลาดออนไลน์ยอดนิยม เช่น Amazon, Alibaba, Shopee และ Lazada เป็นต้น นั่นหมายความว่าผู้ใช้บริการเปิดร้านในนี้จะต้องดำเนินการเก็บเงินจากลูกค้า และส่งของให้ลูกค้าเอง รวมถึงเรื่องหลักฐานการส่งสินค้า หลักฐานการรับชำระเงินต่างๆ พวกนี้ต้องดำเนินการเองทั้งหมด

และนี่ก็คือ Facebook Shop แพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ใหม่เพิ่งคลอดจาก Facebook ที่เราอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักในครั้งนี้ ก็หวังว่าจะถูกใจพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์กันทุกคนนะครับ อย่างไรก็ตามช่วงนี้เป็นช่วงเปิดตัวเราจึงยังไม่สามารถใช้งานได้ในตอนนี้ เพราะทางบริษัท Facebook เค้ากำลังทดสอบความถูกต้องแม่นยำของแพลตฟอร์มอยู่ คาดว่าคงใช้เวลาไม่นาน

Text – Sujate Wanchat

บทความที่เกี่ยวข้อง