Erling Haaland vs Kylian Mbappe ใครที่จะโดดเด่นกว่ากันในฤดูกาลหน้า? - TheMacho
 74
Erling Haaland vs Kylian Mbappe ใครที่จะโดดเด่นกว่ากันในฤดูกาลหน้า?

หนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลกแห่งฟุตบอลนั่นก็คือ การที่ในวงการมีผู้เล่นดาวรุ่งที่จู่ๆก็โผล่ขึ้นมาแล้วแสดงฟอร์มการเล่นได้เทพอย่างน่าเหลือเชื่อในทันที และการที่สิ่งที่เด็กเหล่านั้นสร้างขึ้น ได้พาวงการฟุตบอลเข้าสู่ยุคใหม่ ซึ่งเด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกสโมสรยักษ์ใหญ่คว้าเอาไปชุบตัวเสมอ

โดยส่วนใหญ่แล้ว เทพแห่งวงการฟุตบอลมักจะโด่งดังมาตั้งแต่เด็กแทบจะทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น Pele และ Duncan Edwards ที่โด่งดังในยุค 50s ส่วนยุค 70s แน่นอนว่าต้องเป็น Diego Maradona นักเตะที่มีพรสวรรค์ที่สุดในยุค และในยุค 90s Ronaldo Nazario คือบุคคลที่ถูกยกย่องว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกของยุคตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่งเลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุที่บุคคลเหล่านี้โด่งดังจนกลบดาวดังคนอื่นๆก็คือ พวกเขาแจ้งเกิดในการเป็นนักฟุตบอลตัวท๊อปโลกได้ตั้งแต่ยังเด็ก จึงทำให้กลายเป็นที่จับตามองจากแฟนบอลก่อนคนอื่นๆ

แต่ก็ไม่ได้แปลว่านักเตะดาวรุ่งเหล่านั้นจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ทุกคน บางคนก็ล้มเหลวอันเนื่องมาจากความคาดหวังของแฟนบอล ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วแฟนบอลจะคาดหวังว่านักเตะดาวรุ่งเหล่านั้นจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งวงการฟุตบอลทั้งสิ้น

และในปัจจุบันนี้ดาวรุ่งที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดก็คือ Kylian Mbappe โดยดาวเตะรายนี้ได้ทำลายสถิติการทำประตูต่างๆเป็นว่าเล่น และในตอนนี้เขาได้พิสูจน์แล้วว่า เขาเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในจุดที่สามารถแย่งบัลลงของ Ronaldo และ Messi ได้

แต่ก็ไม่ใช่ Mbappe เพียงคนเดียวที่เป็นดาวรุ่งที่ขึ้นไปอยู่ ณ จุดนั้น ในฤดูกาลที่แล้ว Erling Braut Haaland ดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์ ได้ระเบิดฟอร์มอันน่าเหลือเชื่อในทัวร์นาเม้นต์ FIFA Under-20 World Cup ที่ประเทศโปแลนด์ จนพ่อหนุ่มคนนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงบัลลังเพิ่มขึ้นอีกคนเป็นที่เรียบร้อย

นอกจากนี้ดาวรุ่งรายนี้ยังมีผลงานในลีก ออสเตรีย และ บุนเดสลีกาเยอรมัน ที่กลายเป็นสถิติใหม่หลายรายการทีเดียว รวมถึงในทัวร์นาเม้นต์แชมเปี้ยนส์ลีก เขาก็ทำได้ดีไม่แพ้รายการอื่นๆเช่นกัน

และการที่ทั้ง Haaland และ Mbappe เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกๆการแข่งขัน ทำให้เขาทั้ง 2 ถูกเปรียบเทียบอยู่บ่อยครั้งในเรื่องของการทำประตู และฟอร์มการเล่นต่างๆ ซึ่งในฤดูกาลหน้ามีโอกาสสูงมากที่พวกเขาทั้ง 2 จะถูกยกให้เป็นคู่แข่งกันอย่างที่ Ronaldo และ Messi เคยเป็นคู่แข่งกันมาก่อน

และในบทความนี้ เราจึงขอนำนักเตะดาวรุ่งทั้ง 2 รายนี้มาวิเคราะห์ และเปรียบเทียบ โดยส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนของสไตล์การเล่น และทักษะต่างๆ ในการนำมาประกอบการทำนายว่าใครจะก้าวขึ้นมาโดดเด่นกว่ากันในฤดูกาลหน้า

Mbappe ผู้แจ้งเกิดจากการแข่งขันฟุตบอลโลก

Mbappe ถือเป็นแข้งตัวเทพคนล่าสุดที่ผลิตจากสโมสร Monaco ต่อจาก เธียร์รี่ อองรี, อองโตนี่ มาร์ซิยาล และ เอ็มมานู เปอร์ตี โดยศิษย์ร่วมสำนักคนก่อนๆ เรียกได้ว่า ดังจนได้ดิบได้ดีกันอย่างถ้วนหน้า ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคนถึงให้ความสนใจในตัว Kylian Mbappe เป็นพิเศษ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ดาวเตะรายนี้ติดทีมชุดใหญ่ทีม Monaco ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ย้ายมา และในฤดูกาลที่สองเขาก็ฉายแววความเทพออกมาให้เห็นทันที ซึ่งการท๊อปฟอร์มของเขาในครั้งนั้นช่วยให้โมนาโกคว้าทริปเปิ้ลแชมป์มาครองจนเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ Monaco เลยทีเดียว นอกจากนี้ หนุ่มน้อยคนนี้ยังช่วยให้ทีม Monaco ผ่านเข้าไปถึงรอบรอ’ชนะเลิศในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกได้อีกด้วย

และหลังจากนั้น 2 ฤดูกาล เขาก็ได้แชมป์ลีกอีก 2 ครั้ง กับสโมสร PSG แต่ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก เหมือนโชคจะไม่ค่อยเข้าข้าง Mbappe เท่าไหร่นัก กลับกันในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซีย Mbappe ได้ประกาศให้โลกรู้อย่างเต็มตัวอย่างเป็นทางการว่า เขานี่แหละคือนักเตะระดับโลกของแท้ ด้วยการพาทีมชาติฝรั่งเศสก้าวขึ้นไปฉลองแชมป์กับฟอร์มการเล่นอันน่าประทับใจของเจ้าตัว

ซึ่งก้าวที่ยิ่งใหญ่นี้ ทำให้ดาวยิงวัย 21 ปีรายนี้ ถูกนำไปเปรียบเทียบกับตำนานหลายคนเลยทีเดียว โดยเฉพาะ Lionel Messi ผู้ที่ยังไม่เคยสัมผัสถ้วยฟุตบอลโลกเลยสักครั้ง และ Pele ผู้ที่โด่งดังจากทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลกในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน

ในปัจจุบัน ถึงแม้ Mbappe จะมีเพียง 21 ปี แต่กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ทำประตูไปแล้วถึง 135 ลูกจาก 225 เกม และมันน่าสนใจอย่างมากว่าเขาจะพัฒนาขึ้นไปได้อีกขนาดไหน เพราะเขายังมีเวลาอีกมากในวงการฟุตบอล

Erling Haaland ผู้แจ้งเกิดจากการเป็นรัวประตูใส่คู่แข่ง

วันที่ 30 พฤษภาคม 2019 ที่สนาม Arena Lublin ประเทศโปแลนด์ มีบุรุษผู้หนึ่งได้สร้างความน่าตื่นเต้นให้กับวงการฟุตบอลจนกลายเป็นข่าวใหญ่ เขาคนนั้นก็คือ Erling Haaland ซึ่งในวันนั้นเขาได้รัวประตูใส่ ทีมฮอนดูรัส ไปถึง 9 ลูกในศึก FIFA World Cup U-20

โดยเกมในวันนั้น แม้ว่าจะมีคนดูเพียง 5,464 คน เพราะมันเป็นเกมที่ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่นัก แต่ทุกคนล้วนตกตะลึงในความเก่งกาจของนักเตะคนนี้ และจะต้องจดจำเขาไว้ในฐานะประวัติศาสตร์แห่งวงการฟุตบอลอย่างแน่นอนหลังจากเกมนั้นจบลง เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นนั้น กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการฟุตบอล

ถ้าคุณยังมองไม่เห็นความน่ากลัวของเขา ผมจะอธิบายให้ชัดอีกทีว่า ในเกมนั้น Erling Haaland ใช้เวลาเพียง 7 นาทีในการเปิดสกอร์แรก และไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็ยิงประตูที่ 2 ได้อย่างไม่ยากเย็น หลักจากนั้นประตูจากเขาผู้นี้ก็ตามมาอีกเป็นพรวนจนคุณขี้เกียจจะนับ และถ้าหากคุณคุ้นชื่อของเด็กหนุ่มคนนี้เหลือเกิน แต่เป็นแถวๆลีกอังกฤษ ใช่แล้ว เขาเป็นลูกของตำนานทีมลีดส์ ยูไนเตด ผู้มีนามว่า Alf-Inge Haaland นั่นเอง

และการที่เขาถล่มคู่แข่ง ถึง 9 ประตู ภายใน 90 นาทีนั้น ได้กลายเป็นสถิติใหม่เป็นที่เรียบร้อย ในฐานะผู้ที่ยิงได้มากที่สุดต่อ 1 เกม ในทัวร์นาเม้นต์ที่จัดโดย FIFA และด้วยจำนวนประตูที่มากมายมหาศาลทำให้ Erling ได้เป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเม้นต์นั้น แม้ว่าทีมชาตินอร์เวย์ U-20 จะตกรอบตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มก็ตาม

กับสโมสร Haaland ได้เริ่มแสดงความเก่งกาจให้เห็นตั้งแต่อยู่กับสโมสร Molde และเมื่อได้ย้ายมา Red Bull Salzburg ทีมยักษ์ใหญ่แห่งลีกออสเตรีย เขาก็โชว์ฟอร์มอันร้อนแรงอย่างที่สโมสรทั่วทั้งยุโรปต้องจับตามอง ด้วยผลงาน 29 ประตู จาก 27 เกม ซึ่งเป็นการยิงแฮตทริกไปถึง 5 ครั้งเลยทีเดียว

โดยในปัจจุบันนี้ กับสโมสร Borussia Dortmund สถิติการทำประตูของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย โดย 3 เกมแรกกับทีมเสือเหลือง เขายิงได้ถึง 7 ประตู ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการยิงแฮตทริกหลังจากถูกเปลี่ยนตัวลงไประหว่างเกมซะด้วย ซึ่งเกมนั้นเหมือนกับ Haaland ได้ส่งสานส์ถึงนักเตะระดับท๊อปคนอื่นๆแล้วว่า ข้านี่แหละคือผู้ที่จะมาชิงบัลลังการเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก

แล้วใครจะเรียกเสียงฮือฮาในฤดูกาลหน้าได้มากกว่ากัน ?

ถ้าหากมองแบบผิวเผินจากจำนวนการทำประตู และลักษณะทางกายภาพ ต้องบอกว่า Erling Haaland ดูดีกว่า Mbappe ในระดับหนึ่ง ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ และมีร่างกายที่แข็งแกร่ง จึงทำให้เขากลายเป็นฝันร้ายของกองหลังฝั่งคู่แข่งอย่างปฏิเสธไม่ได้

ส่วนคุณสมบัติในการเป็นกองหน้าตัวเป้า อดีตกองหน้าของ Salzburg ก็ยังมีภาษีที่ดีกว่า เพราะ Haaland ถือว่าเป็นกองหน้าตัวเป้าในอุดมคติของการเล่นฟุตบอลเลยก็ว่าได้ แต่หากพูดถึงจุดอ่อนเขาก็มีไม่น้อยเช่นกัน หลักๆก็คือการเล่นลูกกลางอากาศ และการจบสกอร์หน้าปากประตู ในทางกลับกัน เขากลับมีจุดแข็งที่คาดไม่ถึง นั่นคือ ความเร็ว และการยิงไกล แถมเขายังสามารถยิงด้วยเท้าทั้งสองข้างได้ดีพอๆกันอีกด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า Mbappe ด้อยกว่าอย่างสิ้นเชิง เพราะเทคนิคการเล่นฟุตบอลของหนุ่มน้อยชาวฝรั่งเศสรายนี้ก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร เขาสามารถวิ่งฝ่าวงล้อมของแนวรับได้ตั้งแต่ยังละอ่อน และในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล ทักษะของ Mbappe สามารถงัดได้กับทุกคนในวัยใกล้เคียงกันได้อย่างไม่มีข้อกังขา

และการที่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสรายนี้ โด่งดังตั้งแต่อายุ 18 ปี นั่นทำให้เขาถูกยกย่อง และได้รับความคาดหวังมากกว่าดาวรุ่งคนอื่นๆที่มาแจ้งเกิดทีหลัง ทำให้ในตอนนี้เขากลายเป็นนักเตะที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในวงการ แต่ความกดดันจากความคาดหวังไม่เคยมีผลอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย กลับกลายเป็นความท้าทายให้แก่นักเตะผู้นี้ให้ทำผลงานได้ดีขึ้นเสียอีก

การที่ดาวเตะแห่งเมืองปารีสรายนี้ได้แชมป์มาแล้วเกือบทุกสถาบันใน 3 ปีให้หลังมานี้ ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากหากจะนำไปเทียบกับนักเตะคนอื่น เพราะรางวัลเหล่านั้นถือว่าเป็นข้อพิสูจน์คุณภาพของตัวเขาไปแล้ว และเมื่อหันมองมาที่ Haaland ชายผู้นี้ยังไม่ได้รางวัลส่วนตัวใหญ่ๆ หรือถ้วยใดๆกับ Dortmund เลยสักครั้ง ซึ่งนั่นก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เก่งนะ แต่มันไม่มีอะไรที่เป็นหลักฐานเด่นชัดว่าเครื่องจักรนักจบสกอร์รายนี้สร้างประวัติศาสตร์อะไรกับวงการฟุตบอลไว้บ้าง นอกจากการเป็นดาวซัลโวสูงสุดในทัวร์นาเม้นต์เยาวชนกับทีมชาติ

เป็นที่รู้กันดีว่า Mbappe ผ่านการทดสอบฝีมือมาแล้วทุกระดับ และนั่นทำให้ความสามารถของเขาเป็นที่น่าเชื่อถือพอสมควร นอกจากนี้ Mbappe ยังมีความสามารถในการสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูพอๆกับที่เขาทำประตูด้วยตัวเองอีกด้วย ในขณะเดียวกัน Erling Haaland ก็มีคุณสมบัติพอที่จะก้าวไปสู่จุดๆเดียวกับที่ Mbappe ยืนอยู่ในตอนนี้ได้

สรุปก็คือ Kylian Mbappe ถือว่าเป็นนักเตะที่แจ้งเกิดในระดับโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการันตีได้จากมูลค่าของค่าตัว ส่วนดาวยิงชาวนอร์เวย์กำลังอยู่ในช่วงที่เริ่มผลิบาน แน่นอนว่าจะต้องสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการฟุตบอลมากกว่า และจะโดดเด่นกว่าในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน

Text – Aekkung

บทความที่เกี่ยวข้อง