Call of Duty vs Battlefield เกมไหนที่เหมาะสำหรับคุณมากกว่ากัน - TheMacho
 81
Call of Duty vs Battlefield เกมไหนที่เหมาะสำหรับคุณมากกว่ากัน

สำหรับแฟนเกมเมอร์ตัวยงของเกมแนว FPS คงรู้ดีว่า ในช่วงยุค 2000s มีเกมแนวนี้ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเกิดขึ้นมากมายในท้องตลาด และเกม Call of Duty (CoD) กับ Battlefield ก็คือเกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจนมาถึงทุกวันนี้

แม้ว่าในทุกวันนี้ เกมแนว FPS จะถูกพัฒนา และดัดแปลงไปอย่างมาก เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของเกมให้แตกต่างออกไป แต่ในขณะเดียวกัน ภายใต้กลไกของเกมที่มีความหลากหลายอย่างมากนี้ มันยังมีหลักการเล่นพื้นฐานที่เหมือนกันหมดทุกเกมเหมือนเดิม

เกม Call of Duty กับ Battlefield ก็เช่นกัน ทั้ง 2 เกมมีความแตกต่างกันอย่างมากเพื่อรองรับผู้เล่นที่แตกต่างกัน สำหรับเกม CoD คุณจะสามารถเดินเกมได้เร็วกว่า เพราะทุกแผนที่ของเกมนี้เล็กกว่าทั้งหมด และสิ่งนี้ก็จะช่วยฝึกให้คุณมีปฏิกิริยาที่ใช้ในการต่อสู้ได้ดีกว่า

ส่วนเกม Battlefield เป็นที่รู้กันดีว่าเกมนี้เป็นเกมที่มีแผนที่กว้าง จึงทำให้ผู้เล่นแต่ละคนอยู่กระจัดกระจายกันมากขึ้น และจากการที่มันมีพื้นที่มาก ก็ทำให้การต่อสู้มีระยะไกลมากขึ้นไปด้วย

แล้วจะตัดสินยังไงว่า Call of Duty หรือ Battlefield เหมาะสมกับคุณมากกว่า?

ทั้ง 2 เกมนี้ นอกจากเรื่องแผนที่ในเกมที่มีความใหญ่ และเล็ก แตกต่างกันแล้ว ยังมีรายละเอียดหลายอย่างที่ให้คุณเลือกตัดสินใจ และยิ่งไปกว่านั้น สิ่งสำคัญในการตั้งสังเกตว่าคุณควรเล่นเกมไหนก็คือ การหาเหตุผลว่าทำไมเกม Call of Duty และ Battlefield ถึงก้าวขึ้นมาเป็นเกมที่โด่งดังจนถึงปัจจุบัน

และในบทความนี้ผมจะมาบอกข้อแตกต่างใหญ่ๆที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจว่าคุณจะเล่นเกมไหนดี

การเคลื่อนที่ในเกม

การเคลื่อนที่คือสิ่งสำคัญในเกม FPS เพราะมันคือสิ่งที่เกิดขึ้นมาที่สุดในเกม และถ้าคุณชินกับการเคลื่อนไหวในเกมนั้นๆคุณก็จะเล่นได้ดี หรืออย่างน้อยก็ควบคุมตัวละครในเกมได้ดี ซึ่งในจุดนี้ ถ้าคุณชอบเกมที่มีการเคลื่อนที่หลากหลายที่สุดในบรรดาเกม FPS ทั้งหมด ผมขอแนะนำว่า Titanfall 2 จะตอบโจทย์คุณมากกว่า

การเคลื่อนที่ในเกม Call of Duty ในภายใหม่ๆ ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากภาคที่อยู่ในทศวรรษก่อนพอสมควร โดย World War II เป็นภาคแรกที่มีการปรับปรุงการเคลื่อนที่ให้มีความทันสมัยในการต่อสู้มากขึ้นเหมือนว่าคุณกำลังต่อสู้ในยุคอวกาศอะไรประมาณนั้น

และหลังจากนั้น ภาค  Black Ops III ,IV ,Infinite Warfare และAdvance Warfare ก็มีการปรับปรุงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในด้านของความเร็ว การวิ่งติดกำแพง และการกระโดด

ใช่แล้ว คุณจะได้เล่นเกมที่มีการเคลื่อนที่ที่จัดจ้านกว่าในเกม Call of Duty

การเคลื่อนที่ในเกม Battlefield ใน Battlefield คุณจะสัมผัสได้ถึงการต่อสู้ในยุคที่แตกต่างออกไป คุณจะสัมผัสได้ถึงเสียงเท้าของตัวเองที่กำลังกระทบกับพื้น ทั้งระหว่างเคลื่อนที่ และต่อสู้

เกมนี้จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความสมจริงมากกว่าเกม Call of Duty และไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวแบบเหนือธรรมชาติทั้งหมด และจุดแข็งข้อนี้ทำให้เกม Battlefield ดึงดูดผู้เล่นที่อยากได้รับประสบการณ์ที่สมจริง และการการใช้ปืนสมจริงได้มากกว่า

ความเร็ว และพื้นที่

ความเร็ว และพื้นที่ ในเกม Call of Duty CoD ดึงดูดเหล่าบรรดาเกมเมอร์ที่ชอบเกมเร็วได้ดีกว่า เพราะเป็นเกมที่ฆ่ากันได้ง่ายกว่า และมีแผนที่ที่ให้ความรู้สึกแคบกว่า จนกลายเป็นว่าการใช้รถ หรือเครื่องบิน เป็นการทำให้เกมช้าลงไปโดยปริยาย

ถ้าหากคุณต้องการเล่นเกมที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว, แผนที่เล็ก ฆ่ากันไม่ยาก และชอบเกมที่จบลงอย่างรวดเร็ว เกม Call of Duty คือเกมที่ใช่สำหรับคุณอย่างแน่นอน

ความเร็วและพื้นที่ ในเกม Battlefield เป็นที่รู้กันดีว่า เกม Battlefield มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นก็คือ แผนที่ที่กว้างใหญ่ และนั่นก็ทำให้ในแต่ละเกมมีผู้เล่นจำนวนมากกว่า แต่ในขณะเดียวกัร ด้วยแผนที่ที่กว้างใหญ่ทำให้คุณมีความยุ่งยากในการเล่นมากขึ้น คุณต้องใช้แท็กติกในการเล่นในการเล่นเกมนี้มากกว่า Call of Duty

ถ้าคุณเป็นคนถนัดเล่นปืน SMG ในเกม CoD คุณอาจจะต้องเปลี่ยนไปเล่น Rifle ถ้าคุณเปลี่ยนมาเล่น Battlefiled เนื่องจากขนาดของแผนที่ที่ใหญ่กว่า จึงทำให้คุณจำเป็นต้องต่อสู้ในระยะที่ไกลกว่านั่นเอง

และคุณเป็นคนที่ชอบต่อสู้ระยะไกล การใช้รถ กับเครื่องบิน ในเกมนี้ จะช่วยให้คุณสามารถต่อสู้ระยะไกลได้เข้มข้นขึ้นมาก

โหมดเล่นคนเดียว

โหมดเล่นคนเดียวของ Call of Duty เกมภาคต่อ CoD หลายภาคก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีงาม ในขณะเดียวกัน บางภาคก็โดนด่ายับ แต่มันก็ไม่ได้ถือว่าแย่ขนาดนั้น โหมดเล่นคนเดียวในเกม CoD เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม และมีฉากบู๊ที่สนุกเหมือนในหนังมากมาย

ซึ่งแม้ว่าคุณจะไม่ได้ภาคก่อนหน้านี้ หรือรู้เนื้อหาทั้งหมด คุณก็สามารถสนุกไปกับมันได้ เพราะผู้พัฒนาได้คำนึงถึงจุดนี้ไว้อยู่แล้ว

โหมดเล่นคนเดียวของ ฺBattlefield ต่างจาก Call of Duty โหมดเล่นคนเดียวในเกมนี้ จะเน้นในด้านการใช้อาวุธต่างๆที่อยู่ในเกมให้เกิดประโยชน์มากกว่า โดยผู้พัฒนาไม่ได้เน้นให้ความประทับใจ หรือให้ความสนุกของเนื้อเรื่องเลย

พวกเขาเพียงแต่ต้องการให้คุณได้ใช้งานอุปกรณ์ที่อยู่ในเกมให้มากขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากเนื้อเรื่องเท่านั้น ใช่แล้ว พวกเขาทำแบบนี้มาตั้งแต่ภาค Hardline และ Bad Company แล้ว และนั่นทำให้รีวิวของเกม Battlefield อยู่ในระดับกลางๆเท่านั้น

และทั้งหมดนี้ก็คือความแตกต่างหลักๆของ 2 เกมที่ได้รับความนิยมมานาน ถึง 2 ทศวรรษจนถึงทุกวันนี้ ทั้ง Call of Duty และ Battlefiled ต่างก็มีจุดที่ดึงดูดนักเล่นเกมแนว FPS ที่แตกต่างกัน ซึ่งคุณสามารถตัดสินใจว่าจะเล่นเกมไหนได้จากสิ่งบทความนี้บอกไว้ได้เลย

Aekkung

บทความที่เกี่ยวข้อง