ทีมยอดแย่ที่สุดของ อาร์เซน่อล ในยุคพรีเมียร์ลีก - TheMacho
 86
ทีมยอดแย่ที่สุดของ อาร์เซน่อล ในยุคพรีเมียร์ลีก

        หากเอ่ยถึงทีมจอมปั้นแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อาร์เซน่อล คือหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน โดยห้วงที่ผ่านมา “ไอ้ปืนใหญ่” มักมองหานักเตะฝีเท้าดีราคาถูกมาปั้นจนเป็นซุเปอร์สตาร์โด่งดังมาแล้วหลายรายอาทิ เธียร์รี่ อองรี, ปาทริค วิเอร่า และ เชส ฟาเบรกาส

        อย่างไรก็ตาม มีประสบความสำเร็จก็ต้องมีล้มเหลว และบรรดาแข้งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า พวกเขาควรติดอยู่ทีมที่น่าผิดหวังที่สุดของทัพ “เดอะ กันเนอร์ส” ยุคพรีเมียร์ลีก

1. มานูเอล อัลมูเนีย (ผู้รักษาประตู)

       แม้จะอยู่เฝ้าเสากับ อาร์เซน่อล นานถึง 7 ปีเต็ม ลงสนามไปรวมทุกรายการ 175 เกม และพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อัลมูเนีย เป็นนายทวารที่สาวก “เดอะ กันเนอร์ส” ไม่ค่อยอุ่นใจนักเมื่อเขาได้โอกาสลงสนาม

        อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตกุนซือ อาร์เซน่อล มอบตำแหน่งตัวจริงให้กับ อัลมูเนีย ตั้งแต่ปี 2007 แทนที่ เยนส์ เลห์มันน์ อดีตโกล์มือ 1 ชาวเยอรมัน ที่กำลังเข้าสู่ช่วงปลายอาชีพ แต่ อัลมูเนีย ไมได้เป็นผู้รักษาประตูระดับบิ๊กเนมที่สร้างผลกระทบต่อทีมได้ นอกจากนี้ เขายังมักก่อความผิดพลาดแบบไม่น่าเชื่ออยู่หลายเกมอีกด้วย

2. สเตฟาน ลิชต์สไตเนอร์ (แบ็คขวา)

       แบ็คจอมเก๋าชาวสวิตเซอร์แลนด์ ถูกคว้าตัวมาจาก ยูเวนตุส เมื่อปี 2018 ในยุคของ อูไน เอเมรี่ เทรนเนอร์ชาวสเปน แต่ในวัยถึง 34 ปี บวกกับสภาพร่างกายที่ไม่ฟิตสมบูรณ์เหมือนเดิมนั้น ทำให้ ลิชต์สไตเนอร์ ไม่สามารถรับมือกับความเร็วของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้

        ลิชต์สไตเนอร์ อยู่กับ อาร์เซน่อล ได้เพียง 1 ฤดูกาล โดยลงสนามรวมทุกรายการไป 23 เกม ซัดไป 1 ประตู ก่อนจะถูกปล่อยให้กับ เอาก์สบวร์ก ในซัมเมอร์ปี 2019

3. ดาวิด กร็องแด็ง (แบ็คซ้าย)

       เชื่อได้ว่า แฟนบอล “ไอ้ปืนใหญ่” หลายคนไม่รู้จัก กร็องแด็ง โดยฟูลแบ็คชาวฝรั่งเศส ย้ายจาก แซงต์ เอเตียน ในบ้านเกิดมาเล่นกับ อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 500,000 ปอนด์ เมื่อปี 1998

       กร็องแด็ง อยู่กับ อาร์เซน่อล นาน 4 ปี แต่ได้ลงสนามรวมทุกรายการเพียงเกมเดียว จากนั้น ในปี 2003 เขาโดนปล่อยกลับไปให้ แซงต์ เอเตียน อดีตต้นสังกัดเก่ายืมตัวไปใช้งาน

4. เซบาสเตียน สกิลลาชี (กองหลัง)

       เซ็นเตอร์แบ็คเฟรนช์แมน ย้ายจาก เซบีย่า มาเล่นกับ อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 6.5 ล้านปอนด์ ในปี 2010 พร้อมกับได้รับการคาดหมายว่า จะเข้ามาเป็นผู้นำในแผงหลังของ “เดอะ กันเนอร์ส” แต่ทุกอย่างมันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

        สกิลลาชี ในวัย 30 ปี มีปัญหาเรื่องการปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษอย่างหนัก และไม่สามารถโชว์ฟอร์มแกร่งออกมาได้เหมือนเดิม และที่สำคัญเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์หลังอำลา อาร์เซน่อล ว่า เขาไม่ประสบความสำเร็จกับสโมสรเป็นเพราะแนวทางของกุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ให้ความสำคัญกับเกมบุกมากไป

5. อิกอร์ สเตฟานอฟส์ (กองหลัง)

       ย้อนกลับไปในปี 2000 หลังจาก โทนี่ อดัมส์ กองหลังกัปตันทีม อาร์เซน่อล ได้รับบาดเจ็บหนัก อาร์แซน เวนเกอร์ ตัดสินใจจ่ายเงิน 1.3 ล้านปอนด์ คว้าตัว สเตฟานอฟส์ มาจาก สคอนโต ริก้า ในลีกลัตเวีย เพื่อเข้ามาอุดช่องว่างในแนวรับ

       แม้จะเป็นกองหลังตัวหลักของ สคอนโต ริก้า และทีมชาติลัตเวีย แต่กับ อาร์เซน่อล นั้น สเตฟานอฟส์ มีปัญหาอาการชาดเจ็บนบกวนจนไม่สามารถลงสนามได้อย่างสม่ำเสมอ เขาอยู่กับ “ไอ้ปืนใหญ่” นานถึง 4 ฤดูกาล แต่ได้ลงสนามไปเพียง 17 เกมเท่านั้น ก่อนถูกปล่อยตัวออกจากสโมสรในปี 2004

6. เดนิส ซัวเรซ (ตัวรุก)

       อีกหนึ่งความผิดหวังในยุค อูไน เอเมรี่ โดย ซัวเรซ เป็นเด็กปั้นของ บาร์เซโลน่า แต่ไปสร้างชื่อโด่งดังกับ เซบีย่า และ บียาร์เรอัล ก่อนจะถูก “เจ้าบุญทุ่ม” ดึงตัวกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง แต่ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ จนต้องย้ายมาเล่นกับ อาร์เซน่อล ด้วยสัญญายืมตัวในเดือนมกราคมปี 2019

        ในช่วงเดือนเมษายนปี 2019 ปีกชาวสเปน โชคร้ายได้รับบาดเจ็บอย่างหนักทำให้เขาต้องปิดเทอมยาว และถูกส่งกลับไปยัง บาร์เซโลน่า ในช่วงปิดฤดูกาล ซึ่งเจ้าตัวมีโอกาสลงสนามในสีเสื้อ อาร์เซน่อล ไปเพียง 95 นาทีเท่านั้น

7. เรียว มิยาอิจิ (ตัวรุก)

       มิยาอิจิ ถูกคว้าตัวมาร่วมทีม อาร์เซน่อล เมื่อปี 2010 โดย อาร์แซน เวนเกอร์ เคยกล่าวหลังเซ็นสัญญากับเขาอย่างเป็นทางการว่า “เราดีใจที่ได้ตัว เรียว มิยาอิจิ มาร่วมทีม เขาตกเป็นที่สนใจของหลายสโมสรทั่วโลก”

        อย่างไรก็ตาม ปีกชาวญี่ปุ่น ไม่สามารถหาตำแหน่งในทัพ “ไอ้ปืนใหญ่” ได้ เขาถูกปล่อยให้หลายทีมยืมตัวไปใช้งานไล่ตั้งแต่ เฟเยนูร์ด, โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส, วีแกน แอธเลติก, ทเวนเต้ จนกระทั่งล่าสุด มิยาอิจิ วัย 27 ปี ย้ายไปเล่นกับ ซังต์ เพาลี ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน

8. โมฮาเหม็ด เอลเนนี (กองกลาง)

       มิดฟิลด์ทีมชาติอิยิปต์ ย้ายจาก เอฟซี บาเซิ่ล มาร่วมทีม อาร์เซน่อล ในเดือนมกราคมปี 2016 ด้วยค่าตัวราว 7 ล้านปอนด์ พร้อมกับเข้าๆออกๆระหว่างทีมตัวจริง กับ ซุ้มมานั่งสำรอง และแม้จะได้รับโอกาสลงสนาม แต่ เอลเนนี แทบไม่ได้สร้างผลงานอะไรที่โดดเด่นได้เลย

        ปัจจุบัน ดาวเตะวัย 28 ปี ถูกปล่อยให้กับ เบซิคตัส ในลีกตุรกี ยืมตัวไปใช้งานหลังจากไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือคนใหม่ของ อาร์เซน่อล และในอนาคต เอลเนนี คงถูกปล่อยออกจากถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ค่อนข้างแน่นอนแล้ว

9. เอ็มมานูเอล ฟริมปง (กองกลาง)

       ฟริมปง เติบโตขึ้นมาในอคาเดมีของ อาร์เซน่อล ก่อนจะได้รับโอกาสจาก อาร์แซน เวนเกอร์ ให้เข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2011 พร้อมกับได้รับการคาดหมายว่า จะเป็นเพชรเม็ดงามคนต่อไปของพลพรรค “เดอะ กันเนอร์ส”

        มิดฟิลด์ชาวกาน่า ถูกปล่อยออกไปหาประสบการณ์กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน, ชาร์ลตัน, ฟูแล่ม, บาร์นสลีย์ แต่ก็ยังไม่สามารถกลับมาเบียดตำแหน่งในทัพทีม อาร์เซน่อล ได้ จากนั้น เขากลายเป็นแข้งพเนจรย้ายไปเล่นในรัสเซีย และ สวีเดน ก่อนจะมาแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 27 ปี กับ เออร์มิส อราดิปปู ในลีกไซปรัส เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง

10. ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส (กองหน้า)

       อดีตหนึ่งในดาวรุ่งมากพรสวรรค์ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในเกาะอังกฤษ เจฟเฟอร์ส ถูก อาร์แซน เวนเกอร์ คว้าตัวมาจาก เอฟเวอร์ตัน ในปี 2001 ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ ซึ่งการย้ายทีมของเขานั้นทำให้สาวก “ไอ้ปืนใหญ่” ตื่นเต้นอย่างมาก

        อย่างไรก็ตาม ดาวยิงชาวออังกฤษ ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ และมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมนอกสนาม รวมทั้งมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบวน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวผมก็ส่งผลให้อนาคตของ เจฟเฟอร์ส กับ อาร์เซนอล ดับลงทันที

11. พาร์ค ชู-ยอง (กองหน้า)

       อดีตหัวหอกทีมชาติเกาหลีใต้ ระเบิดฟอร์มได้อย่างสุดยอดให้กับ โมนาโก จนทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องลงทุนควักเงิน 8 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขามาล่าตาข่ายเมื่อปี 2011

       ชู-ยอง ฟอร์มฝืดอย่างไม่น่าเชื่อ เขาดูขาดความมั่นใจกับการเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก ในขณะที่ เวนเกอร์ ก็ไม่ฝืนกับความล้มเหลวของตัวเอง และยอมปล่อย กองหน้า “โสมขาว” ให้กับ เซลต้า บีโก้ ยืมตัวไปใช้งานในช่วงซัมเมอร์ปี 2012

ตัวสำรอง

ผู้รักษาประตู ริชาร์ด ไรท์
กองหลัง โยฮัน ฌูรู, มิคาเอล ซิลแวสต์, อังเดร ซานโตส
กองกลาง คิม คัลสตรอม
กองหน้า ยายา ซาโนโก, มารูยาน ชามัคห์

ภาพประกอบ : skysports.com, arsenal.com, en.as.com, bleacherreport.com, 90min.com, fourfourtwo.com, thesefootballtimes.co, en.espn.co.uk

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง