เสียวหมี่เปิดตัวการเป็นผู้นำเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย - TheMacho
 
เสียวหมี่เปิดตัวการเป็นผู้นำเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 19 ตุลาคม 2563  – เสียวหมี่ประกาศความสำเร็จล่าสุดในด้านการเป็นผู้นำด้านการชาร์จเร็วรุ่นใหม่ที่เสียวหมี่บุกเบิกพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 80W Mi Wireless Charging Technology

ซึ่งเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญจากเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายแบบ 30W ของเสียวหมี่ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว โดยเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำสมัยนี้ถือเป็นการพัฒนาครั้งใหญ่จากโซลูชั่นที่คล้ายคลึงกันที่สมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น ๆ นำเสนอ

เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 80W สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 4000mAh ได้ถึง 10% ใน 1 นาที 50% ใน 8 นาที และ 100% ในเวลาเพียง 19 นาที หากจะเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีการชาร์จของเสียวหมี่แบบไร้สาย 30W ในปี 2019 ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ในขนาดใกล้เคียงกันได้ 50% ในเวลาประมาณ 25 นาทีและ 100% ในเวลา 69 นาที1

การเปิดตัวเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 80W คาดว่าจะสร้างมาตรฐานใหม่ไม่เพียงแต่ในด้านการชาร์จแบบไร้สายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการชาร์จโดยรวม เสียวหมี่ได้เป็นผู้นำเทรนด์นี้โดยตระหนักถึงความสำคัญของอายุการใช้งานแบตเตอรี่และการชาร์จที่เร็วขึ้นสำหรับการรองรับการพัฒนาของสมาร์ทโฟนในอนาคต 

ในเดือนมีนาคม 2563 เสียวหมี่เปิดตัวการชาร์จแบบไร้สาย 40W ทั่วโลก ในเดือนสิงหาคมสถิตินั้นก็ถูกทำลายด้วยเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 50W ที่มีการผลิตจำนวนมากเป็นครั้งแรกของเสียวหมี่ และถูกทำลายขึ้นอีกครั้งด้วยเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 80W ของเสียวหมี่เองเช่นกัน ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีถึงสามครั้งและสถิติใหม่ถึงสามครั้งเช่นกัน

เสียวหมี่เพิ่งเปิดตัว Mi 10 Ultra ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมกับการชาร์จแบบมีสาย 120W และไร้สาย 50W ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก

*1 ข้อมูลที่ได้จากห้องทดลองของเสียวหมี่

เกี่ยวกับเสียวหมี่

เสียวหมี่ ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 (1810.HK.) เสียวหมี่เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อด้วยแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เป็นแกนหลัก

เสียวหมี่ให้ความสำคัญทั้งด้านนวัตกรรมและคุณภาพ มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดรวมไปถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพเสียวหมี่ ไม่ลดละสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพในราคาที่เป็นจริงเพื่อมอบโอกาสให้ทุกคนบนโลกได้เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม

ปัจจุบัน เสียวหมี่ เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 4 ของโลก และได้สร้างแพลตฟอร์ม IoT สำหรับลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยสมาร์ทดีไวซ์มากกว่า 271 ล้านผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เสียวหมี่ วางจำหน่ายมากกว่า 90 ตลาดทั่วโลก 

ในเดือนสิงหาคม 2563 เสียวหมี่ ได้รับการจัดอันดับใน “Fortune Global 500” โดยอยู่ในอันดับที่ 422 ไต่ขึ้นมา 46 อันดับจากปีที่แล้ว และบริษัทยังอยู่ในอันดับ 7 ของประเภทบริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตอีกด้วย ในเดือนพฤษภาคม 2020 เสียวหมี่ก็ยังคงได้รับการจัดอันดับใน “Forbes Global 2000” อีกครั้ง โดยได้เลื่อนขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 384

เสียวหมี่เป็นส่วนหนึ่งของ Hang Seng Index, Hang Seng China Enterprises Index และ Hang Seng TECH Index

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวเสียวหมี่ สามารถเข้าชมได้ที่ https://blog.mi.com/en/

บทความที่เกี่ยวข้อง