5 นักเตะที่มีลุ้นรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 - TheMacho
 513
5 นักเตะที่มีลุ้นรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20

และแล้วการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 ก็ได้ดำเนินมาถึงช่วงครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ทีมที่เป็นจ่าฝูงมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ในตอนนี้ดูเหมือนว่าไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลงเลย โดย เจอร์เก้น คล๊อป ได้พาลูกทีมของเขานำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าถึง 14 คะแนน แถมยังมีเกมที่เหลืออยู่เยอะกว่าอีกต่างหาก เหมือนกับว่าทีมหงส์แดงจะกลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกไปแล้วในตอนนี้ เหลือแต่รอประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่ในบทความนี้เราจะมาวิเคราะห์เกี่ยวกับนักเตะดาวรุ่งที่ดีที่สุดในลีกฤดูกาลนี้

รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี PFA คือรางวัลที่มีการมอบทุกปี ให้สำหรับนักเตะที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี(นับตอนเริ่มฤดูกาล) และผู้ที่ได้รางวัลนี้มักจะก้าวขึ้นไปเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกทั้งสิ้น อย่างเช่น คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เชส ฟราเบกาส, แกเร็ธ เบล, เอเดน อาซาร์ และราฮีม สเตอริ่ง ผู้ที่ได้รางวัลนี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

และต่อไปนี้ เราจะกล่าวถึงนักเตะดาวรุ่งที่มีความสามารถมากที่สุดในลีกสูงสุดของอังกฤษ ผู้ที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในฤดูกาลนี้

5.ดีน เฮนเดอร์สัน

ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูวัย 22 ปีรายนี้ เป็นหนึ่งผู้เล่นที่น่าจับตามองที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ หลังจากที่เขาหาฟอร์มเทพของตัวเองเจอภายใต้ทีมอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ต้องขอบคุณ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ใจดีปล่อยยืมให้กับ เชฟฟิลด์ ทำให้ทีมดาบคู่กลายเป็นทีมที่มีสถิติเกมรับที่น่าเหลือเชื่อ ด้วยสถิติเสียประตูแค่ 21 ลูกในฤดูกาลนี้ ทำให้ทีมดาบคู่มีภาพพจน์ในเกมรับเป็นรองแค่ ลิเวอร์พูล ที่เสียประตูไปเพียงแค่ 14 ลูกเท่านั้น และเหตุผลเดียวที่ทำให้พวกเขามีสถิตินี้ก็คือ ดีน เฮนเดอร์สัน

หนุ่มน้อยชาวอังกฤษรายนี้เขาเคยได้รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของทีมเชฟฟิลด์มาแล้ว แถมยังได้รางวัลถุงมือทองคำมาหมาดๆ ในฤดูกาลทีแล้วสมัยเล่นในลีกแชมเปี้ยนชิพ ในตอนนี้บอกได้ว่า เขามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะแทนที่รุ่งพี่ในต้นสังกัดอย่าง ดาวิด เดเกอา ในระยะยาวแล้ว และแฟนแมนยูบางคนในตอนนี้ก็เรียกร้องให้เขากลับมาเป็นมือหนึ่ง ของแมนยูได้แล้ว เพราะว่านายทวารชาวสเปนวัย 29 ผู้ที่เคยเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของแมนยู ในตอนนี้เขาเล่นผิดพลาดจนนำมาซึ่งการเสียประตูบ่อยครั้งมาก

อย่างไรก็ตาม เดเกอา ยังคงหนึ่งในนักเตะที่เป็นศูนย์รวมจิดใจของทีม จากผลงานการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเตด ถึง 4 ครั้ง จาก 6 ครั้งหลัง ทำให้ในเวลานี้มันยังไม่ใช่เรื่อง่ายที่ เฮนเดอร์สัน จะก้าวขึ้นไปเป็นนายทวารมือหนึ่ง แต่ถ้าหาก แฟนๆชาวผีแดงมีการเรียกร้องให้เปลี่ยนถ่ายนักเตะแบบยกเครื่องในช่วงฤดูร้อน เราอาจจะได้เห็น ดีน เฮนเดอร์สัน กลับไปเป็นตัวหลักของทีมผีแดงก็เป็นได้ และถ้าหาก เอ็ด วู้ดเวิร์ด กำลังหาใครสักคนที่จะเข้ามากู้วิกฤติของทีมในฤดูกาลหน้า เฮนเดอร์สัน ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ด้วยอายุ, สัญชาติ และศักยภาพที่อยู่ในระดับโลก

ไม่ใช่แค่การเซฟลูกยิงได้อย่างยอดเยี่ยม แต่การอ่านเกมที่เฉียบคม และจิตใจที่เข้มแข็ง ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นด้วยวัยเพียง 22 ปี ฟอร์มการเล่นของเขาในเกมที่เจอกับ ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ และเกมที่ชนะ อาร์เซนอล 1-0 เป็น 2 เกมที่เขาแสดงความสามารถ และความคิด ออกมาอย่างชัดเจน ครั้งหนึ่ง โอเล่ กุนน่าร์ โวลชาร์ เคยให้สัมภาษณ์กับทาง MUTV ว่าเขาชื่นชม เฮนเดอร์สัน ผู้ที่เข้าร่วมศูนย์ฝึกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 14 ปี คนนี้อย่างมาก โดยกล่าวว่า

“เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ คริสไวล์เดอร์ มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ ดีน เปลี่ยนไป เขาเรียนรู้ และเติบโต กลายเป็นผู้ใหญ่ และเป็นมืออาชีพ เขาจะกลับสู่ทีมเราในสักวันหนึ่ง และเขาจะมีชีวิตที่ดีในรั้วของ แมนยูไนเต็ด ดีนทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมกับทีมเชฟฟิลด์ และทีมเชฟฟิลด์ก็เป็นทีมที่ดีสำหรับเขาเช่นกัน”

เฮนเดอร์สัน ปัจจุบันเขาเก็บคลีนชีตไปได้ถึง 8 เกมในพรีเมียร์ลีก ซึ่งมากกว่าผู้รักษาประตูคนอื่นๆ ในลีก และด้วยสถิตินี้ทำให้เขากลายเป็นผู้ที่มีลุ้นคว้ารางวัลถุงมือทองคำมากที่สุด ถ้าหากเขายังรักษาฟอร์มเทพแบบนี้เอาไว้ได้จนถึงเดือนพฤษภาคม เขาจะต้องได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกไปครองอย่างแน่นอน

4.เจมส์ แมดดิสัน

อีกหนึ่งนักเตะชาวอังกฤษที่มีความสามารถสูงเหลือเกิน นั่นก็คือ กองกลางตัวรุกแห่งทีม เลสเตอร์ ซิตี้ เจมส์ แมดดิสัน ผู้ที่สร้างความประทับใจให้กับนักวิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก และแฟนบอลอย่างมาก ด้วยการเลี้ยงบอลที่อ่อนช้อย, ลูกแอสซิสอันสวยงาม และการทำประตูที่เกิดจากทักษะอันสุดยอด จิ้งจอกวัย 23 ตัวนี้คือหัวใจสำคัญในเกมแดนกลาง เพราะเมื่อบอลอยู่ที่เท้าเขาเมื่อไหร่ เขาจะสร้างปัญหาให้กับคู่แข่งได้เสมอ

แม้ว่าแมดดิสันจะยิงเพียงแค่ไป 6 ลูก และแอสซิส 3 ลูกในลีกฤดูกาลนี้ แต่ผู้อยู่เบื้องหลังฟอร์มการเล่นอันสุดยอดของ เจมี่ วาร์ดี้ ก็คือเขาผู้นี้ แม้ว่าในตอนนี้ เลสเตอร์ จะมีฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ แต่การเล่นสุดพีคในช่วงเดือนธันวาก็ช่วยรับประกันให้พวกเขาได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า แทบจะแน่นอนแล้ว

อดีตดาวเตะของนอริชมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับผู้จัดการทีมอย่าง เบรนดัน ร๊อดเจอร์ส ทำให้เป็นไปได้น้อยมากที่เขาจะย้ายไปทีมอื่น โดยเฉพาะทีมที่มีข่าวลือกับเขาในช่วยเดือนมกราคมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“เจมส์ เป็นนักเตะที่มีความสามารถสูงมาก เขาเป็นนักเตะมหัศจรรย์ และเขาจะยังคงอยู่กับพวกเราในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม” เบรนดัน กล่าวถึงดาวเตะชาวอังกฤษ แถมยังมีทีท่าว่าจะต่อสัญญาเพิ่มอีกด้วย หาก แมดดิสัน ยังคงอยู่ในรั้ว คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยมแห่งนี้ อนาคตของเขาจะต้องสดใสอย่างแน่นอน

“เจมส์ และเอเย่นต์ของเขา ได้เข้ามาคุยกับทางสโมสรแล้ว และนั่นเป็นเรื่องที่ดีมาก ในตอนนี้เขายังคงจดจ่ออยู่กับการซ้อมร่วมกับทีม ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปในตัวเขา เขายังคงสร้างผลงานการเล่นได้ในระดับที่ยอดเยี่ยมอย่างเคย เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมมาก” ร๊อดเจอร์ ยืนยันว่าข่าวลือนั้นไม่เป็นความจริง

แมดดิสัน คือผู้ที่จ่ายบอลตัดหลังสูงสุดในลีก ด้วยสถิติ 15 ครั้ง ในฤดูกาลนี้ มากกว่าแม่ทัพแห่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่าง เควิน เดอ บรอย เสียอีก ส่วนการครอสบอล เขาทำได้อยู่ในอันดับ 4 ด้วยจำนวน 153 ครั้ง และการสร้างโอกาสการทำประตูอยู่ในอับดับ 5 ด้วยจำนวน 50 ครั้งในพรีเมียร์ลีก เขาคือผู้ที่ทำให้ เลสเตอร์ มีฟอร์มการเล่นที่ใกล้เคียงกับฤดูกาล 2015/16 ฤดูกาลที่ทัพจิ้งจอกเป็นแชมป์อย่างมาก และถ้าหากเขายังคงฟอร์มการเล่นแบบนี้ไว้ได้จนจบฤดูกาล ทัพจิ้งจอกสยามจะจบในตำแหน่ง Top4 อย่างแน่นอน และต่อจากนั้นเขาจะไม่ใช่แค่นักเตะตัวหลักของ แกเร็ธ เซาท์เกธ ในศึกยูโรอีกต่อไป แต่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีอย่างแน่นอน

3.แทมมี่ อับราฮัม

ในที่สุดเลซีก็มีนักเตะตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าเลข 9 ที่ฝากความหวังได้สักที หลังจากเจอแต่คนที่ใส่เสื้อเบอร์นี้แล้วล้มเหลวมานักต่อนัก อาทิเช่น ราดาเมล ฟัลเกา, เฟอร์นันโด ตอเรส, กอนซาโล่ อิกัวอิน และอัลวาโร่ โมราต้า ทำให้เสื้อเบอร์นี้กลายเป็นเบอร์อาถรรพ์ แต่ในตอนนี้อาถรรพ์นี้ได้ถูกกำจัดออกไปจากรั้ว สแตมฟอร์ด บริดจ์ แห่งนี้แล้ว

กองหน้าวัย 22 ปี ผู้มีนามว่า แทมมี่ อับราฮัม ผู้ที่ทำหน้าที่ที่ แฟร้ง แลมพาร์ด มอบหมายให้ได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นฤดูกาล ซึ่งครั้งหนึ่งเจ้าตัวได้กล่าวว่า

“ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้ใส่เสื้อหมายเลข 9 ให้กับเชลซี ผมเคยคุยกับผู้จัการ และเขาก็ถามผมว่า ‘นายพร้อมที่จะรับเสื้อเบอร์นี้ไหม’ ผมตอบว่า ‘แน่นอน ผมพร้อม’ ผมดีใจในสิ่งที่เขามอบให้ผม ผมเคยได้ยินเรื่องราวแย่ๆเกี่ยวกับเสื้อหมายเลข 9 แต่ผมเข้ามาร่วมทีมนี้เพื่อที่จะได้ลงเล่น และทำกับมันให้เต็มที่”

อับราฮัม ถือว่าความสำเร็จการลบล้างคำสาปที่อยู่มาอย่างยาวนาน ด้วยการเล่นในพรีเมียร์ลีกเต็มฤดูกาลเป็นครั้งแรก หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มยิง 13 ประตู จาก 21 เกมให้กับ แอสตัน วิลล่า ในแชมเปี้ยนชิพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก่อนหน้านี้ หลายคนคาดการณ์ไว้ว่า เชลซี จะเข้าสู้ภาวะวิกฤติเนื่องจากโดนแบนไม่ให้ซื้อนักเตะ แถมยังขาย เอเดน อาซาร์ ไปให้กับ เรอัล มาดริด อีก ยิ่งไปกว่านั้น กับมาของกุนซือที่อ่อนประสบการณ์อย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่มาเซ็นสัญญาเป็นผู้จัดการทีมถาวร

อย่างไรก็ตาม ดาวซัลโวสุดสุดของประวัติศาสตร์เชลซีรายนี้ได้พิสูจน์ให้แฟนเชลซีเห็นแล้ว ด้วยฟุตบอลเกมอันเร้าใจ และเกมรุกที่เป็นเอกลักษณ์ของวงการฟุตบอล ซึ่งทำให้แฟนบอลหลายๆ ท่านประหลาดใจไม่น้อย

แม้ว่าในตอนนี้เชลซีจะยังไม่ใช่ทีมที่ลุ้นแชมป์ อย่าง ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ แลมพาร์ด ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ทีมขงเขาเป็นหนึ่งในทีมที่หินที่สุดในฤดูกาลนี้ และ แทมมี่ อับราฮัม คือนักเตะที่มีฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในทีม

แทมมี่ อับราฮัมทำประตูในทั้งหมด 26 ลูกในฤดูกาลที่แล้วภายใต้เสื้อทีมวิลล่า และตอนนี้เขายังคงโชว์ฟอร์มอยู่ในจุดนั้นในลีกสูงสุกของฟุตบอลอังกฤษ อับราฮัมยิงไปแล้ว 13 ลูก กับ 3 แอสซิส ในพรีเมียร์ลีก นั่นหมายความว่า เขาตามหลังแต่ เจมี่ วาร์ดี้ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด เท่านั้น ในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการทำประตูในตำแหน่งกองหน้า

ในช่วงเวลาที่แฟนๆ กำลังรอคอยกองหน้าที่ทำประตูได้พอๆ กับ ดิดิเยร์ ดร๊อกบา และดิเอโก้ คอสต้า มาอย่างยาวนาน ในที่สุด แทมมี่ อับราฮัม ก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นคนผู้นั้น แม้ว่าในตอนนี้เขาจะยังไม่มีสถิติที่โหดเหี้ยมอย่าง 2 คนนั้น แต่ในระยะยาวเชื่อได้เลยว่าชื่อของเขา จะถูกบรรจุอยู่ในประวัติศาสตร์ของสแตมฟอร์ด บริดจ์ได้อย่างแน่นอน

2.มาร์คัส แรชฟอร์ด

นักเตะที่ชื่อว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด คนนี้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้วกว่า 133 เกม ซึ่งหลายคนคงตกใจไม่น้อยเมื่อรู้อายุจริงของกองหน้าทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเตด ที่อายุ 22 เท่านั้น ดาวเตะชาวอังกฤษรายนี้เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกับทีมปีศาจแดงในฤดูกาลนี้ ด้วยสถิติการทำประตู 14 ลูก กับ 4 แอสซิส ใน 22 เกม

แฟนๆ หลายคนมีการเรียกร้องให้ผู้จัดการทีมยูไนเต็ดซื้อกองหน้าระดับโลกมาร่วมทีม หลังการจากไปของ โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชส ที่ไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน แต่ โอเล่ กุนน่าร์ โซลชาร์ ยังคงมีความศรัทธาในตัวของ แรชฟอร์ด ว่าสักวันหนึ่งเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเกมรุก

และฤดูกาลนี้ เป็นฤดูกาลที่ 5 ของเขากับยูไนเต็ด แรชฟอร์ด ถูกยกย่องว่าเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อสโมสร เนื่องจากเขาเข้าศูนย์ฝึกของทีมมาตั้งแต่ 7 ขวบ

เขายิงในพรีเมียร์ลีกให้สโมสรแห่งนี้ไปแล้ว 41 ลูก และยังไม่มีทีท่าว่าสถิตินี้จะหยุดลง ฟอร์มของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาลนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมากในการพบกับทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี แต่กับทีมเล็กๆ อย่าง นิวคาสเซิล, บอร์นมัธ และ วัตฟอร์ด พวกเขากลับแพ้อย่างน่าเหลือเชื่อ แต่อย่างไรก็ตาม แรชฟอร์ด ยังคงเป็นนักเตะที่เล่นได้อย่างคงเส้นคงวามากที่สุดภายใต้การทำทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้ที่ผลักดันให้เขาทำลายสถิติของตัวเองในการทำประตูในพรีเมียร์ลีก และในที่สุดตอนนี้ แรชฟอร์ด ก็ทำได้สำเร็จ

เขาได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งเดือนธันวาคมโดยแฟนบอล หลังจากการที่เขาเล่นได้อย่างน่ากลัวเมื่อเข้าคู่กับ อองโตนี่ มาร์ซิยาล ในเกมรุก และเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่เล่นเข้าขากันได้ดีขนาดนั้น หากข่าวลือเกี่ยวกับ บรูโน่ เฟอร์นันเดซ กองกลางทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน กลายเป็นเรื่องจริง แฟนๆ ยูไนเต็ด คงได้เห็นการทำประตูของกองหน้าทีมชาติอังกฤษรายนี้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้ ฟอร์มของเขาก็ถือว่าสามารถเข้าไปแย่งชิงการคว้าตำแหน่งดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีได้แล้ว

1.เทร้นต์ อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์

และแล้วก็มาถึงผู้มีลุ้นที่สุดในฤดูกาลนี้ ดาวเตะวัย 21 ปีรายนี้ เป็นอีกหนึ่งนักเตะทีมชาติอังกฤษที่ยากที่จะมีคนมาแทนที่ เพราะดูจากผลงานการเล่น แฟนๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาคือแบ็คขวาที่ดีที่สุดของประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก เทร้นต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ถูกปลุกปั้นขึ้นมาโดย เจอร์เก้น คล๊อป แห่งทีม ลิเวอร์พูล ผู้ที่เคยเล่นในตำแหน่งเดียวกันกับเขามาก่อน อาวุธเด็ดของเขาก็คือการทำเกมรุกได้อย่างหลากหลาย เขามักจะมีที่จะวิธีประสานงานกับ ซาดิโอ้ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาล่า และ โรเบอร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้เสมอ

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำแอสซิสได้แล้วถึง 8 ครั้ง ในฤดูกาลนี้ ตามหลังเพียง เควิน เดอ บรอย แห่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คนเดียวเท่านั้น ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล๊อป นักเตะที่สร้างจากศูนย์ฝึกของลิเวอร์พูลรายนี้ได้พัฒนาขึ้นไปเป็นแบ็คขวาที่ดีที่สุดในโลกเป็นที่เรียบร้อยแลว เขาช่วยให้ ลิเวอร์พูล ก้าวขึ้นไปถือถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกครั้งแรกในรอบ 14 ปีเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และในตอนนี้ เป้าหมายของเขาคือการคว้าแชมป์ลีกภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของทีม ลิเวอร์พูล นับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีก

ด้วยสถิติการแอสซิสถึง 12 ลูกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว ทำให้กลายเป็นกลายเป็นฟูลแบ็คที่ทำแอสซิสต่อฤดูกาลมากที่สุดในประวัติศาสตร์เหนือ แอนดี้ ฮินช์คลิฟฟ์ และ เลห์ตัน เบนส์ ที่เคยทำไว้สูงสุด 11 ครั้ง ทันที และถ้าเขายังคงฟอร์มการเล่นแบบนี้ไว้ได้ เขาจะมีโอกาสทำลายสถิติของตัวเองในอนาคตได้อย่างแน่นอน

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำเดือนธันวาคม หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มเทพแอสซิสได้ถึง 4 ครั้ง และยิงประตูใส่ทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ในบ๊อกซิ่งเดย์ได้อีกด้วย เขาถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ครอสบอลได้ดีที่สุดในลีก เนื่องจากมีสถิติการครอสสูงถึง 223 ครั้งในฤดูกาลนี้ เป็นรองเพียง เดอ บรอย ที่ทำได้เยอะกว่า 39 ครั้งเท่านั้นเอง

ในตอนนี้ โลกทั้งโลกคงกำลังจับตามองการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของทีม ลิเวอร์พูล หลังจากรอคอยกันมาอย่างยาวนาน เพราะว่าพวกเขามี 3 ประสานในแดนหน้าสุดโหด แต่อย่างไรก็ตาม เทร้นต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เป็นอีกคนที่มีส่วนคัญมากกับการที่ลิเวอร์พูลยังคงเป็นทีมไร้พ่ายอยู่ในตอนนี้ ฉะนั้น รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี จึงเป็นรางวัลที่เขาเหมาะสมที่จะได้ที่สุด

นักเตะคนอื่นๆที่น่าจับตา

แจ็ค กรีลิช

กัปตันทีม แอสตัน วิลล่า อย่าง แจ็ค กรีลิช ได้ลบคำสบประมาท จากเหล่าแฟนบอลให้เงียบกริบด้วยสถิติการทำประตู 6 ลูก กับ 5 แอสซิส ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ หลังจากจมอยู่กับฟอร์มที่ย่ำแย่มาถึง 5 ปี เขาได้กลับมาบนเวทีพรีเมียร์ลีกด้วยวัยวุฒิ และความมุ่งมั่นที่มากขึ้น กองกลางตัวรุกรายนี้ จะอายุ 24 ปี ในเดือนกันยายนปีนี้ บางทีเขาอาจเป็นม้ามืดที่ถูกพิจารณาให้ได้รับรางวัลอันเป็นผลเป็นตอบแทนที่เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ดีขึ้นขนาดนี้ก็ได้

เมสัน เม้าท์

อีกหนึ่งดาวรุ่งของเชลซีที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมภายใต้ แฟร้ง แลมพาร์ด นั่นก็คือ เมสัน เม้าท์ เด็กหนุ่มวัย 20 ปี ผู้นี้ ดาวเตะชาวอังกฤษรายนี้ทำประตูไปแล้ว 5 ลูก กับอีก 2 แอสซิสในฤดูกาลนี้ ทำให้เขาถูกเรียกไปรับใช้ชาติเพื่อไปแข่งขันในทัวร์นาเม้นต์ยูโรที่จะถึงนี้

อดาม่า ตราโอเร่

จรวดทางเรียบแห่ง วูล์ฟแฮมตัน วันเดอเรอส์ อดาม่า ตราโอเล่ ได้เฉิดฉายในเวทีพรีเมียร์ลีกด้วยฟอร์มกรเล่นอันสุดยอด ด้วยสถิติการทำประตู 4 ลูกับ กับ 4 แอสซิส ในฤดูกาลนี้ ทำให้ดาวเตะรายนี้กลายเป็นนักเตะเบอร์ต้นๆของอังกฤษ และเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าดาวเตะวัย 23 ปีรายนี้มีอะไรได้มากกว่าการใช้ความเร็ว

เอ็มมิเลียโน่ บูเอ็นเดีย

ดาวเตะชาวอาร์เจนติน่าวัย 23 ปี รายนี้ ถือว่าเป็นเสาหลักของ แดเนียล ฟาร์เก้ และแผนกองกลางของ นอริช ซิตี้ แม้ว่าตอนนี้ นอริช จะตกอยู่ท้ายตารางพรีเมียร์ลีก แต่ เอมี่ บูเอนเดีย ถือว่ามีฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวามาก ด้วยสถิติการแอสซิส 7 ครั้ง ทำให้เขาเป็นนักแอสซิสอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก และการสร้างโอกาสการทำประตูเป็นอันดับ 2 ในพรีเมียร์ลีก แสดงให้เห็นแล้วว่า เอมี่ มีศักยภาะ และความสามารถอยู่ในระดับโลก

Text – Aekkung

บทความที่เกี่ยวข้อง