3 เคล็ดลับการเลือกรองเท้าวิ่งออกกำลังกายให้เหมาะกับเราที่สุด - TheMacho
 
3 เคล็ดลับการเลือกรองเท้าวิ่งออกกำลังกายให้เหมาะกับเราที่สุด

การจะหารองเท้าวิ่งดีๆ ซักคู่มาใช้สำหรับวิ่งออกกำลังกายสำหรับมือใหม่นั้นหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องง่าย

บางคนซื้อเพราะเห็นว่าเป็นรองเท้าวิ่งออกใหม่เลยกะว่าจะซื้อตามแฟชั่นที่ใส่หล่อก็ได้ ใส่ออกกำลังกายก็ดี หรือบางคนซื้อตามที่นักวิ่งมาราธอนอาชีพคนดังใช้กัน ซึ่งสำหรับคนที่ตั้งใจจะซื้อมาเพื่อวิ่งออกกำลังกายนั้นเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง และอาจทำให้คุณไม่ได้รองเท้าใส่วิ่งออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวคุณอย่างแท้จริง

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่ารองเท้าวิ่งบางตัวออกแบบมาสำหรับนักวิ่งมือโปร ระดับมืออาชีพที่ผ่านสมรภูมิการวิ่งมาแล้วนับไม่ถ้วน รองเท้าวิ่งของมืออาชีพส่วนใหญ่จะเน้นที่ความเบา เน้นระบบการซัพพอร์ทเพื่อความกระชับ ส่วนระบบรับแรงกระแทกนั้นอะไรตัดทิ้งได้เขาก็จะตัดออกไปเพื่อให้น้ำหนักรองเท้าเหลือน้อยที่สุด ซึ่งมันไม่เหมาะกับนักวิ่งหน้าใหม่เอาซะเลย แล้วนักวิ่งหน้าใหม่อย่างเราที่ต้องการจะรองเท้าสำหรับวิ่งออกกำลังกายเบาๆ ตอนเย็น ไม่ได้ต้องการวิ่งแข่งขันอะไรจะมีวิธีการเลือกซื้อรองเท้าวิ่งอย่างไร วันนี้เราได้รวบรวมเคล็ดลับมาไว้ให้ 3 ข้อ มาดูกันเลย

ตรวจสอบคุณภาพวัสดุที่ใช้ทำรองเท้าวิ่งอย่างละเอียด

เพื่อนๆ ที่ต้องการซื้อรองเท้าวิ่งออกกำลังกายให้คิดไว้เลยว่ารองเท้าวิ่งคู่นี้เราจะใช้มันวิ่งไปกับเราแต่ละครั้งเป็นกิโลเมตร ดังนั้นวัสดุที่ใช้ทำรองเท้าจะต้องรับแรงกระแทก และทนทานต่อแรงบีบอัดจากน้ำหนักตัวของเราได้ดี ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบเกรดวัสดุต่างๆ ได้จากการหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากผู้รู้ และแหล่งข้อมูลออนไลน์ทั่วไป โดยให้ตรวจสอบด้วยสายตาเริ่มตั้งแต่ส่วนที่เป็น Upper, Out Sole, Mid Sole, แผ่นรองพื้น วัสดุหุ้มภายใน และพื้นรองเท้าว่าเป็นไปตามสเปคที่ได้ให้ข้อมูลไว้มั้ย อีกทั้งต้องตรวจสอบงานตัดเย็บด้วยว่ามีความแข็งแรงได้มาตรฐาน ไม่มีตำหนิ

ทดลองใส่ เช็คขนาด ความฟิตกับฝ่าเท้า

ขั้นตอนการทดลองสวมใส่ก่อนเลือกซื้อถือว่ามีความสำคัญ เพราะรองเท้าที่คุณเลือกจะต้องมีขนาดที่พอดี ใส่แล้วไม่หลวม หรือคับจนเกินไป มีความฟิตแนบสนิทไปกับสรีระของฝ่าเท้าเรา ซึ่งหากเลือกได้ตามนี้ก็จะถือว่าเหมาะสม แต่ถ้าไม่ได้ แม้รองเท้าจะอวดอ้างสรรพคุณว่าดีเลิศแค่ไหนก็อย่าได้ตัดสินใจซื้อเป็นอันขาด เพราะรองเท้าที่ใส่แล้วไม่กระชับ รู้สึกสบายเท้า เมื่อใส่วิ่งแล้วจะทำให้เราเกิดอาการบาดเจ็บตามมา

เช่นในกรณีที่เราเลือกซื้อรองเท้าหลวม ระหว่างวิ่งเท้าเราจะขยับไปมาหน้า – หลัง ภายในตัวรองเท้าทำให้เกิดการเสียดสีจนเท้าพองได้ แถมยังขาดความมั่นคงในการลงน้ำหนักแต่ละครั้ง เพราะตำแหน่งรองรับแรงกระแทกไม่ตรงกับตำแหน่งที่เท้าลงน้ำหนัก เมื่อวิ่งไปไกลๆ ก็จะทำให้รู้สึกปวดที่ปลายเท้า และสูญเสียความรู้สึกเชื่อมต่อระหว่างเท้ากับพื้นถนน

ส่วนในกรณีที่เราเลือกซื้อรองเท้าวิ่งที่คับหรือแน่นเท้าจนเกินไป ก็จะทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงเท้าไม่สะดวก เกิดอาการปวดตามข้อเท้า และนิ้วเท้า และทำให้ปวดฝ่าเท้ามากๆ ด้วย เมื่อวิ่งไปนานๆ ย่อมเกิดอาการบาดเจ็บตามมา

ท้ายสุดสำหรับข้อนี้คือเราขอแนะนำว่าเลือกรองเท้าที่ให้ความรู้สึกฟิตเข้ากับเท้า ให้มีพื้นที่ส่วนหน้านิ้วเท้าเหลือไว้นิดหนึ่ง เพราะเวลาวิ่งนานๆ เท้าจะยืดขยายใหญ่ขึ้น

ทดลองเดินเพื่อตรวจสอบระบบรับแรงกระแทก และระบบซัพพอร์ทของรองเท้า

ระบบซัพพอร์ทและระบบรับแรงกระแทกของรองเท้าวิ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดว่าเราจะตัดสินใจซื้อมาเพื่อใช้วิ่งออกกำลังกาย  (ซึ่งแตกต่างจากการเลือกซื้อเพื่อแฟชั่นที่เราจะเน้นความสวยเท่เป็นหลัก) ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อควรสวมใส่แล้วลองเดิ่นวิ่งดูจนมั่นใจ เกิดความพึงพอใจในน้ำหนักรองเท้า ความกระชับ และความรู้สึกสบายทุกย่างก้าวที่เดินและวิ่ง โดยรองเท้าวิ่งนั้นจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือแบบที่เน้นการรับแรงกระแทก (Cushion) และแบบที่เน้นการซัพพอร์ท (Support)

สำหรับรองเท้าวิ่งแบบที่เน้นการรับแรงกระแทก หรือ Cushion มักจะถูกออกแบบมาให้ผู้ใส่รู้สึกนุ่มสบายเท้ามากที่สุด แม้ว่าตัวรองเท้าจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นก็ตาม ซึ่งเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ารองเท้าวิ่งชนิดนี้จะมีพื้นหนา หรือ Mid Sole หนานุ่ม ใช้วัสดุชนิดดีเป็นพิเศษ จึงเป็นรองเท้าสำหรับเดินวิ่งในกลุ่มคนที่มีอายุมากแล้วมากกว่า แต่หากจะใส่วิ่งมาราธอนไกลๆ บอกเลยว่าคงไม่ไหว เพราะด้วยน้ำหนักรองเท้าที่มาก จะทำให้เกิดอาการล้าเมื่อวิ่งไกลๆ ได้ง่ายนั่นเอง

สำหรับรองเท้าวิ่งแบบ Cushion ที่ดังๆ ในท้องตลาด ได้แก่ Brooks Glycerin (ตัวนี้จะหักหน่อย)   ส่วนตัวเบาๆ ที่เรียกว่าเป็น Lightweight cushion shoe ก็เช่น Asics GEL-Nimbus 20, Kayano 24 และ New Balance fresh Foam Zonte 3 เป็นต้น

เรามาต่อกันที่รองเท้าวิ่งจำพวกซัพพอร์ท เป็นรองเท้าวิ่งสำหรับมืออาชีพ ที่ไม่เน้นการรองรับแรงกระแทกมากนัก แต่เน้นที่ความมีน้ำหนักเบา และซัพพอร์ทเท้าได้ดีที่สุด และยังเหมาะสำหรับนักวิ่งที่มีเท้าผิดปกติ  เช่น วิ่งแล้วลงเท้าเอียง เอียงบิดเข้า (Overpronation) หรือบิดออก (Underpronation) และคนที่มีเท้าแบน (Flat feet)

สำหรับคนที่มีปัญหาการลงเท้าแล้วบิดเข้าหรือบิดออกและเท้าแบน มีหนึ่งแบรนด์ที่แนะนำให้เลือกใช้นั้นคือ Brooks ซีรีย์ Ravenna, Transcend และ Asteria เวลาเลือกซื้อให้ถามพนักงานดู  โดยรองเท้าของ Brooks จะมีตัวเลือกที่เยอะให้นักวิ่งเท้ามีปัญหาได้ลองเลือกกัน  และนอกจาก Brook แล้วก็ยังมีแบรนด์ Asics ที่อยากแนะนำเช่นกันสำหรับนักวิ่งที่มีปัญหาเท้าผิดปกติ แต่รองเท้าของ Asics จะมีราคาแพงกว่าเท่านั้นเอง

และนี่ก็คือ 3 เคล็ดลับการเลือกรองเท้าวิ่งให้เหมาะกับตัวเองที่สุดซึ่งเราอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ที่กำลังสนใจจะออกกำลังกายด้วยการวิ่งได้ทราบกันในครั้งนี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนรักสุขภาพทุกคน เมื่อได้อ่านจบไปก็หวังว่าเพื่อนๆ จะนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ซื้อรองเท้าวิ่งให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ใครต้องการเดินวิ่งเบาๆ ไม่ไกลมากเพื่อออกกำลังกายตอนเย็น รองเท้าวิ่งแบบ Cushion น่าจะเหมาะสำหรับคุณ ส่วนใครที่ต้องการวิ่งเป็นสิบๆ กิโลเมตรต่อวันก็คงต้องหันไปให้ความสนใจกับรองเท้าวิ่งแบบซัพพอร์ตมากกว่านะครับ

Sujate Wanchat

What one man calls God, another calls the laws of physics.

วิศวกร นักท่องเที่ยว บล็อกเกอร์ นักเขียนบทความ ชอบติดตามโลกเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำสมัย เรื่องราวการท่องเที่ยวผจญภัย มนุษย์ต่างดาว และสาวๆ เซ็กซี่

บทความที่เกี่ยวข้อง