16 ปีที่รอคอย ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับคืนสู่พรีเมียร์ลีก - The Macho
 
16 ปีที่รอคอย ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับคืนสู่พรีเมียร์ลีก

ย้อนกลับไปในช่วงปลายยุค 1990 ถึงต้นยุค 2000 หากเอ่ยถึงสโมสร ลีดส์ ยูไนเต็ด เชื่อได้ว่า สาวกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกหลายต่อหลายคนคงไม่มีใครไม่รู้จักพลพรรค “ยูงทอง” อย่างแน่นอน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นยุครุ่งเรืองของพวกเขาเลยก็ว่าได้

ในช่วงนั้น เดวิด โอเลียรี่ ที่เข้ามากุมบังเหียน ลีดส์ เมื่อปี 1998 แทนที่ จอร์จ เกรแฮม ซึ่งย้ายไปคุม ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ จัดการปฏิวัติแนวทางในสโมสรทั้งหมดด้วยการให้โอกาสนักเตะเยาวชนอย่าง พอล โรบินสัน, แฮร์รี่ คีเวลล์, , เอียน ฮาร์ท, โจนาธาน วู้ดเกต และ อลัน สมิธ ได้แจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่

นอกจากนี้ โอเลียรี่ ยังมีสายตาที่เฉียบแหลมด้วยการซื้อนักเตะฝีเท้าดีอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์, โอลิวิเยร์ ดากูร์, มาร์ค วิดูก้า และ ร็อบบี้ คีน เข้ามาเสริมทัพ จนทำไห้ ลีดส์ กลายเป็นทีมขวัญใจแฟนบอลด้วยสไตล์การเล่นดุดัน บู๊แลก และพร้อมเปิดเกมรุกแลกกับคู่แข่งไม่ว่าเล่นในฐานะทีมเหย้าหรือเยือน

ในฤดูกาล 2000-2001 โอเลียรี่ พา ลีดส์ คว้าตั๋วไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ แถมสร้างปรากฏการณ์พาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศด้วยการฝ่าด่านยอดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า, เอซี มิลาน, เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไปไม่ถึงฝั่งฝันเนื่องจากพ่ายให้กับ บาเลนเซีย

แม้ในซีซั่น 2000-2001 ลีดส์ จะเขาไปถึงรอบตัดเชือกในฟุตบอลยุโรป แต่พวกเขาก็เจอหายนะ หลังจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 และต้องหล่นไปเล่นในศึกยูฟ่า คัพ บวกกับ ปีเตอร์ ริดส์เดล ประธานสโมสรฯกู้เงินมหาศาลมาทำทีมพร้อมหวังจะได้กำไรจากการได้เตะในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มมีปัญหาทางด้านการเงิน

ในฤดูกาล 2001-2002 โอเลียรี่ ใช้เงินไปอีก 20 ล้านปอนด์ คว้าตัว เซ็ธ จอห์นสัน มิดฟิลด์ จาก ดาร์บี้ เคาน์ตี้ และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ หัวหอก จาก ลิเวอร์พูล แต่เขาพาทีมจบแค่อันดับ 5 เท่านั้น และก็ยังไม่ได้กลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

หลังพลาดตั๋วถ้วยใบใหญ่ของยุโรป 2 ปีติดต่อกัน ลีดส์ เจอกับปัญหารายได้ไม่เพียงพอที่จะชำระคืนเงินกู้ พวกเขาจึงตัดสินใจขาย เฟอร์ดินานด์ ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ เพื่อช่วย ผยุงสถานะทางการเงินของสโมสร และ โอเลียรี่ ก็โดนไล่ออก ก่อนที่ เทอร์รี่ เวเนเบิลส์ เข้าทำหน้าที่แทน

เวเนเบิลส์ ไม่ได้ทำให้ ลีดส์ ผลงานดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย แถมพวกเขาต้องทยอยขายนักเตะตัวหลักอย่าง คีน,  วู้ดเกต, คีเวลล์, สมิธ และ ฟาวเลอร์ โดย 8 เดือนหลังจากนั้น เวเนเบิลส์ โดนไล่ออก นั้น ปีเตอร์ รีด เข้ามาแทนพร้อมกับพา “ยูงทอง” จบอันดับที่ 15 อยู่รอดตกชั้นแบบหวุดหวิด ในขณะที่ ริดส์เดล ลาออกจากตำแหน่งประธานสโมสร

ในปี 2003-2004 ลีดส์ เจอปัญหารุมเร้าทั้งภายใน และภายนอกสโมสรจนในที่สุดพวกเขาจบอันดับที่ 19 ในตารางคะแนน และต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก หลังจากได้เล่นลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมาตลอด 14 ปี เต็ม พร้อมกับเป็นหนี้อย่างมหาศาล

หลังตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2004 ลีดส์ ต้องตกลงไปเล่นในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในระหว่างปี 2000-207 และเคยตกต่ำถึงขนาดลงไปเล่นในลีก วัน (ดิวิชั่น 3) นานถึง 3 ปี ในฤดูกาล 2007-2010 มาแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะได้กลับมาเล่นในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อีกครั้ง

หลังเลื่อนชั้นมาเล่นในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ได้สำเร็จเมื่อปี 2010 ลีดส์ ต้องล้มลุกคลุกคลานมาอย่างยาวนาน และพวกเขาเปลี่ยนกุนซือมากมายอาทิ นีล เรดเฟิร์น, ไบรอัน แม็คเดม็อตต์, เดฟ ฮอคาเดย์, ดาร์โก้ มิลานิค, อูเว่ รอสเลอร์, สตีฟ อีแวนส์, แกรี่ มังค์, โธมัส คริสเตียนเซ่น และ พอล ฮิกกินบอทแธม จนมาลงเอยกับ มาร์เซล่า บิเอลซ่า โค้ชจอมเก๋าชาวอาร์เจนไตน์ ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ลีดส์ ยังเปลี่ยนเจ้าของทีมเป็นว่าเล่นไล่จาก เคน เบตส์, กลุ่มทุน GFH Capital, มัสซิโม่ เชลลิโน่ เศรษฐีชาวอิตาเลี่ยน และเจ้าของคนปัจจุบัน อันเดรีย ราดริซซานี่ นักธุรกิจหนุ่มที่เข้ามาเทคโอเวอร์ในฤดูกาล 2017-18 พร้อมกับทำให้ “ยูงทอง” กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง

ราดริซซานี่ และ บิเอลซ่า ถือเป็น 2 บุคคลสำคัญที่ทำให้ ลีดส์ กลับมาสู่เส้นทางที่ดีหลังจากพลพรรค “ยูงทอง” คว้าแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาลนี้พร้อมกับได้เลื่อนชั้นไปเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ และถือเป็นแชมป์แรกในรอบ 28 ปีของพวกเขาหลังคว้าแชมป์ล่าสุดคือ แชมป์ดิวิชั่น 1 เดิม เมื่อฤดูกาล 1992-1993

ลีดส์ ในชุดปัจจุบัน มีนักเตะฝีเท้าดีอย่าง พาทริค แบมฟอร์ด อดีตหัวหอกดาวรุ่ง เชลซี, กิโก้ กาซิย่า นายทวารชาวสเปน ซึ่งเป็นอดีตผู้เล่น เรอัล มาดริด และปาโปล เอร์นานเดซ ปีกจอมเก๋าอดีตนักเตะ บาเลนเซีย และ คาลวิน ฟิลลิปส์ มิดฟิลด์ลูกหม้อของสโมสร

ขณะเดียวกัน บิเอลซ่า ใช้เงินไปเพียงแค่ 10 ล้านปอนด์เท่านั้นในการทำงานช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจากฝีมือ และประสบการณ์ที่มหาศาลของ เทรนเนอร์วัย 6ถ ปี บวกกับนักเตะฝีเท้าดีอย่าง แบมฟอร์ด, กาซิย่า, เอร์นานเดซ และ ฟิลลิปส์ บวกกับการได้เสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ทำให้ ลีดส์ กลายเป็นทีมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

เชื่อได้ว่า ในเวลานี้ทุกคนที่เกี่ยวข่องกับ ลีดส์ ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดช่วงที่ผ่านมา พร้อมนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาสโมสรของพวกเขาให้มั่นคงต่อไป และพร้อมสำหรับสู้ศึกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้าแล้ว

ภาพประกอบ : fourfourtwo.com, goal.com, sportinglife.com, skysports.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save