16 แอพสอนออกกำลังกายที่ดีที่สุดในปี 2020 - TheMacho
 
16 แอพสอนออกกำลังกายที่ดีที่สุดในปี 2020

เมื่อนึกถึงอุปกรณ์ที่ช่วยในการออกกำลังกาย ในสมัยก่อนคุณคงนึกถึงเครื่องออกกำลังกายแสนแพงที่แทบจะไม่มีชิ้นไหนที่พกออกจากบ้านได้ แต่ในปัจจุบัน เรามีแอพมากมายที่จะช่วยให้คุณออกกำลังกายโดยไม่ต้องใช้เครื่องออกกำลังกายใดๆ

แถมแอพพวกนี้ยังแพงประเภทการออกกำลังกายให้คุณเลือกเล่นเป็นหมวดๆอีกด้วย อย่างเช่น การออกกำลังกายแบบโยคะ, การออกกำลังกายเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ, การคาร์ดิโอ และการสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกาย ซึ่งแอพออกกำลังกายส่วนใหญ่จะมีทุกหมวดที่ผมกล่าวมาข้างต้น นอกจากนี้ ในคอนเท้นต์การสอนของแต่ละแอพยังมีวิดีโอสาธิตการออกกำลังกายแต่ละท่า เพื่อช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายได้อย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์จากท่าออกกำลังกายให้มากที่สุดอีกด้วย

และในบทความนี้ จะทำให้คุณมีกล้ามเนื้อในร่างกายเพิ่มขึ้น สุขภาพที่ดีขึ้น และหุ่นที่ผอมเพรียว โดยที่ไม่ต้องไปเสียสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสแม้แต่แดงเดียว

All Out Studio

หากคุณชื่นชอบการออกกำลังกายที่บ้าน และต้องการเลือกเมนูการออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้ตัวเองเบื่อกับการออกกำลังกาย เราขอแนะนำ All Out Studio แอพที่เต็มไปด้วยเทรนเนอร์มากมาย จาก Men’s Health, Women’s Health และ Runner’s World เมื่อคุณดาวน์โหลดแล้ว คุณจะพบกับโปรแกรมการออกกำลังกายในทุกระดับให้คุณเลือกนำมาใช้หลายร้อยรายการ นอกจากนี้คุณยังสามารถกำหนดเป้าหมายในการออกกำลังกายในแต่ละสัปดาห์ได้อีกด้วย โดยคอนเท้นต์ทั้งหมดที่อยู่ในแอพนี้ล้วนแล้วแต่มาจากเทรนเนอร์ที่ได้รับการรับรองมาแล้วทั้งสิ้น

AAPTIV

หากคุณต้องการโปรแกรมการออกกำลังกายที่จะช่วยให้ร่างกายคุณฟิตได้ในระยะเวลาสั้นๆ AAPTIV คือคำตอบของคุณ ซึ่งโดยท่าออกกำลังกายส่วนใหญ่ในแอพนี้ คุณจำเป็นต้องมีเครื่องคาร์ดิโอ หรือเสื่อโยคะ แล้วแอพนี้มันมีข้อดีตรงไหน?

1.ระหว่างที่คุณเริ่มโปรแกรมเทรนเนอร์ ตัวแอพจะมีเสียงที่เป็นเสียงของเทรนเนอร์ตัวจริง ไม่ใช่เสียงจาก Siri เหมือนแอพทั่วไป

2.มีเพลงประกอบการออกกำลังกายเพื่อไม่ให้คุณรู้สึกเบื่อ และจะช่วยให้คุณรู้สึกชื่นชอบการออกกำลังกายมากขึ้นอีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้แอพนี้มีฟีตแบคที่ดีเสมอจากผู้ที่เปลี่ยนมาลองใช้ แน่นอน คุณก็อาจเปลี่ยนทัศนคติจากผู้ที่เคยเบื่อการออกกำลังกายมาเป็นชื่นชอบจนไม่อยากหยุดจากแอพนี้ได้เช่นกัน

Nike Training

หากคุณชื่นชอบการออกกำลังกายตามนักกีฬามืออาชีพ นี่คือแอพที่คุณต้องมี Nike Training ได้รวบรวมโปรแกรมออกกำลังกายไว้มากกว่า 180 โปรแกรม โดยแต่ละโปรแกรมล้วนแล้วแต่เป็นคอนเท้นต์ของเทรนเนอร์ระดับท๊อป และนักกีฬามืออาชีพทั้งสิ้น นำโดย เซเลน่า วิลเลี่ยม และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ว่าคุณต้องการออกกำลังกายแบบเข้มข้น หรือแค่ลดน้ำหนักที่บ้าน ในแอพนี้เตรียมคอนเท้นต์ต่างๆมาให้คุณแล้วทั้งสิ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วแต่ละโปรแกรมการออกกำลังกายจะใช้เวลาไม่เกิน 45 นาที (ทั้งโยคะ, คาร์ดิโอ และเวทเทรนนิ่ง) และสุดท้าย คุณยังสามารถแชร์ความสำเร็จในการออกกำลังกายอวดเพื่อนๆได้อีกด้วย

Jillian Michaels: The Fitness

Jillian Michaels คือแอพที่สอนการออกกำลังกายให้คุณตั้งแต่เริ่มฝึกไปจนถึงระดับเทพ โดยจะมีโปรแกรมการออกกำลังกายตั้งแต่ 7 นาทีเป็นต้นไปให้คุณเลือกตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมีโปแกรมให้เลือกว่าคุณต้องการออกกำลังกายในส่วนใดของร่างกายได้อีกด้วย และถ้าอัพเกรดเป็นพรีเมี่ยมคุณจะได้ปลดล๊อกโปรแกรมการออกกำลังกายที่มีอยู่มากมายในหมวดพรีเมี่ยมให้นำมาเลือกใช้ได้อีกด้วย และสิ่งที่ทำให้แอพนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนส่วยใหญ่ก็คือ โปรแกรมการออกกำลังกายส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ ซึ่งสามารถทำที่บ้านได้ และคุณสามารถเปิดบีทเพลงเพื่อสร้างจังหวะในการออกกำลังกายให้คุณได้ออกกำลังกายได้เป็นจังหวอีกด้วย

Daily Burn

ไม่ว่าคุณจะต้องการออกกำลังกายแบบไหน แอพ Daily Burn มีโปรแกรมการออกกำลังกายเตรียมไว้ให้หมดแล้ว (มากกว่า 1,000 โปรแกรมการออกกำลังกาย)

Jess Sander เทรนเนอร์ของ Chelsea Piers แห่งนิว ยอร์ค ซิตี้ ได้กล่าวไว้ว่า “แอพนี้เปรียบเสมือนเทรนเนอร์ส่วนตัว และครูฝึกสอนในเวลาเดียวกัน เพียงแค่คุณเปิดมันมาใช้ด้วยปลายนิ้ว”

“ถึงมันจะเป็นแอพที่เสียเงิน แต่มันก็มีโปรแกรมออกกำลังกายให้เลือกมากมาย แถมยังมีท่าออกกำลังกายใหม่ๆอัพเดทมาสอนคุณอยู่เรื่อยๆอีกด้วย” แต่สิ่งที่ดีที่สุดในแอพนี้คืออะไรรู้ไหม? มันสามารถซิงค์กับ Apple TV, Roku และแอพสตรีมมิ่งอื่นๆเพื่อดูตัวอย่างการออกกำลังกายบนทีวี หรือเครื่องคอมของคุณได้ ซึ่งนี้จะช่วยลดข้ออ้างใครการออกกำลังกายของคุณได้อย่างแน่นอน

8 FIT

ถ้าคุณกำลังพยายามจะลดน้ำหนัก หรืออยากผอม แต่คุณไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการออกกำลังกาย หรือต้องปรับเปลี่ยนการกินอาหารอย่างไร แอพนี้จะชวยให้คุณจัดการทั้งด้านการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหาร โดยในทุกๆสัปดาห์ แอพจะมีโปรแกรมออกกำลังกายแบบ HIIT เพื่อเพิ่มการเผาผลาญ ซึ่งระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกายขึ้นอยู่กับปริมาณการกินของมันๆทอด และระดับการเผาผลาญของคุณ ส่วนด้านการรับประทาน แอพจะมีการคำนวณว่าคุณได้รับพลังงานไปเท่าไหร่จากแต่ละมื้อ ถ้าว่าเป็นแอพที่จะช่วยคุณทั้ง 2 ทางเลยทีเดียวในการทำให้ร่างกายของคุณแข็งแรงขึ้น

TRX

TRX เรียกได้ว่าเป็นเทรนเนอร์ที่สุดยอดทีเดียวหากคุณมีอุปกรณ์ในการออกกำลังกายที่บ้าน แอพนี้จะช่วยสอนคุณเกี่ยวกับท่าการออกกำลังกายแบบใช้น้ำหนักตัวตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงแบบยาก และถ้าหากคุณทำการสมัครเป็นเมมเบอร์ภายในแอพ คุณจะได้รับวิดีโอการสอนนับไม่ถ้วนที่จะช่วยให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับการออกกำลังกายมากขึ้น โดยส่วนมากจะเป็นคลิปที่มีความยาวประมาณ 30-45 วินาที ส่วนการเลือกโปรแกรมออกกำลังกาย คุณสามารถเลือกได้ว่าจะใช้โปรแกรมออกกำลังกายที่มีความยาว สั้นกว่า 20 นาที, 20-40 นาที หรือมากกว่า 40 นาที และสิ่งที่เจ๋งของแอพนี้ก็คือ คุณสามารถซิงค์กับ Apple Watch หรือสมาร์ทวอท์ชยี่ห้ออื่นๆได้ด้วย เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายว่าคุณเผาผลาญแคลอรี่ไปได้เท่าไหร่ในแต่ละวัน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถนำไปแชร์ลงโซเชียลได้อีกด้วย

MD TV

แอพนี้สร้างโดย Mike Donavanik เทรนเนอร์จาก LA สำหรับผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกในแอพนี้ จะได้โปรแกรมการออกกำลังกายแบบใหม่ๆทุกสัปดาห์ จากเทรนเนอร์ชื่อดังอย่าง Anja Garcia และ Astrid Swan โดยคุณสามารถเลือกโปรแกรมตามที่คุณต้องการจากโปรแกรมใหม่ๆที่เข้ามาแต่ละสัปดาห์มาใช้ได้ทันที ซึ่งค่าสมัครสมาชิกของแอพนี่อยู่ที่ 12.99 ดอลล่าต่อเดือน ราคาถูกกว่าไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสมากกก แถมยังมีคอนเท้นต์ให้คุณติดตามแบบนับไม่ถ้วนอีกด้วย

Strava

ถ้าคุณเป็นคนชอบวิ่งหรือปั่นจักรยาน Strava คือแอพที่คุณต้องมี ชื่อของแอพนี้เป็นการผันคำมาจากคำว่า Strive ซึ่งเป็นภาษาสวีเดน การทำงานของแอพนี้คือ มันจะจับระยะทางการออกกำลังกายของคุณด้วย GPS และนำหลายๆอย่างมาคำนวณเป็นข้อมูลทางสถิติ (ข้อมูลที่บอก: ระยะทาง, ความเร็ว, อัตราการเต้นของหัวใจ) มันเปรียบสเมือนคอมพิวเตอร์คำนวณการปั่นจักรยานที่อยู่ในโทรศัพท์ของคุณ นอกจากนี้คุณยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรม, แชร์รูป และติดตามกิจกรรมการออกกำลังกายของเพื่อนๆจากในแอพนี้ได้อีกด้วย

Myzone

หนึ่งในแอพติดตามความฟิตของตัวคุณ เพราะแอพนี่มีฟีตเจอร์ที่สามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจคุณขณะออกกำลังกายได้ ใช่แล้ว แอพนี้โฟกัสที่การติดตามการเต้นของหัวใจใน 1 นาที, การเบิร์นแคลอรี่, เปอร์เซ็นการทำงานของร่างกาย และข้อมูลอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถแชร์ลงโซเชียล และอวดให้เพื่อนคุณดูได้ทุกช่องทางเลยทีเดียว แต่ถ้าคุณอยากจะจริงจังในการเก็บข้อมูลการออกกำลังกาย คุณต้องจับคู่กับอุปกรณ์อื่นๆที่มีความแม่นยำสูง เพื่อที่คุณจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด

Myfitnesspal

อีกหนึ่งแอพที่จะช่วยดูแลทั้งเรื่องอาหาร และเรื่องออกกำลังกายให้คุณ Sanders เทรนเนอร์ชื่อดังได้กล่าวว่า “แอพฟรีนี้เหมือนเลขาส่วนตัวที่จะติดตามคุณทั้งเรื่องอาหาร และการออกกำลังกาย เพื่อควบคุมปริมาณแคลอรี่ให้เหมาะสมกับร่างกายของคุณที่สุด มันเป็นแอพที่บอกข้อมูลแบบตรงไปตรงมา และใช้งานได้ง่ายมาก เมื่อคุณซื้ออาหาร คุณสามารถสแกนบาร์โค้ด หรือกรอกข้อมูลด้วยตนเองใส่แอพเพื่อให้แอพคำนวณปริมาณแคลอรี่ และสารอาหารให้ถูกต้องได้”

Donavanik ก็พูดถึงแอพนี้เช่นกัน “คำว่าพูดที่ว่า ‘คุณไม่สามารถวิ่งได้ไกลกว่าเดิมถ้าไม่คุณไม่ลดน้ำหนัก’ เป็นคำพูดที่ถูกต้อง และผมคิดว่า MyFitnessPal เป็นแอพที่จะช่วยให้คุณตระหนักถึงพฤติกรรมการกินมากขึ้น ถึงมันอาจจะคำนวณไม่ได้แม่นยำเท่าไหร่ แต่ก็เพียงพอที่จะคนหันมาสนใจเกี่ยวกับอาหาร และเครื่องดื่มที่พวกเขาใส่เข้าไปในร่างกาย แค่คุณปรับเรื่องการกินอาหารได้ก็ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่แล้ว”

Freeletics

ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบการออกกำลังกายแบบวิ่ง, เวทเทรนนิ่ง หรือใช้เครื่องเล่น Freeletics ก็สามารถสอนให้คุณออกกำลังกายได้หมดทุกท่วงท่า เมื่อเปิดแอพมาคุณจะเจอท่าออกกำลังกายมากกว่า 140 ท่า กับอีก 900 โปรแกรมการออกกำลังกาย (ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 10 ถึง 30 นาที) นี่แค่เฉพาะท่า HIIT เท่านั้นนะ นอกจากนี้ แอพยังมีระบบ AI คอยเป็นโค้ชที่จะผลักดันให้คุณพัฒนาศักยภาพตัวเองอยู่เสมอ และสิ่งที่พิเศษในแอพนี้ก็คือ มันสามารถรับฟีตแบคของผู้ใช้ได้ และปรับแต่งโปรแกรมการออกกำลังกายในแบบฉบับของคุณได้ด้วย

Daily Yoga

เพียงแค่คุณโหลดแอพนี้ คุณก็จะได้เรียนรู้ท่าการทำโยคะ และท่าการทำสมาธิมากกว่า 100 ท่า คุณสามารถเลือกโปรแกรมการฝึกได้ตามที่คุณต้องการ และสามารถปรับระดับจากง่ายไปจนถึงยากได้อีกด้วย: หากคุณเพิ่งเริ่มต้น Daily Yoga ก็จะมีระบบแนะนำสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเล่นโยคะมากก่อน นอกจากนี้แอพนี้ยังมีระบบโซเชียลให้คุณได้เชื่อมต่อกับผู้ใช้งานคนอื่นๆเพื่อสอบถาม และแบ่งปันประสบการณ์ ในส่วนของการบันทึกการฝึก คุณก็สามารถย้อนกลับไปดูการบันทึกเพื่อเปรียบเทียบว่าตอนนี้คุณก้าวหน้าไปถึงขึ้นไหนแล้วได้อีกด้วย

Sworkit

ภายในแอพจะเป็นการสอนการทำโยคะเพื่อการวิ่ง, การยืดกล้ามเนื้อ, การสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง 5 นาที โปรแกรมการออกกำลังกายภายในแอพสามารถปรับแต่งได้ เพื่อให้ตรงตามเป้าหมายของคุณ ในแอพ Sworkit คุณสามารถเลือกหมวดหมู่ได้ว่าต้องการออกกำลังกายแบบไหน ไม่ว่าจะเป็น คาร์ดิโอ, สร้างความแข็งแกร่ง, โยคะ หรือ ยืดกล้ามเนื้อ และสามารถกำหนดเป้าหมายได้ว่าต้องการให้ร่างกายของคุณเป็นเช่นไร ไม่ว่าจะเป็น สร้างความฟิต, ลดไขมัน, สร้างความแข็งแกร่ง จากนั้นคุณก็สามารถเลือกระยะเวลาการออกกำลังได้ตามท่คุณต้องการ ซึ่งมีตั้งแต่ 5 นาที ไปจนถึง 1 ชั่วโมง เพื่อให้คุณไม่มีข้ออ้างในการออกกำลังกายอีกต่อไป

Seven

นี่คือแอพออกกำลังกายที่เรียบง่ายสุด ชื่อแอพที่เขาตั้งไว้ว่า Seven นั้นหมายถึง แอพนี่จะให้คุณออกกำลังกายเพียง 7 นาทีต่อวันเท่านั้นในการให้คุณมีรูปร่าง เพียงแค่คุณใช้เก้าอี้ และน้ำหนักตัวที่คุณมี เมื่อคุณเริ่มโปรแกรม ก็จะมีภาพแอนิเมชั่นสอนการออกกำลังกายให้คุณ และมีเสียงสัญญาณเพื่อเริ่มการออกกำลังหยุดการออกกำลังกาย ถึงมันจะไม่ได้เป็นแอพที่มีคอนเท้นต์ที่น่าประทับใจ แต่ก็มีโปรแกรมการออกกำลังกายที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งคุณสามารถเปิดแอพนี้แล้วออกกำลังกายได้ทุกๆที่ที่คุณอยู่ แต่ถ้าคุณพลาดการออกกำลังกายมากกว่า 3 วันต่อเดือน ระบบจะรีเซตตาราง และเริ่มต้นโปรแกรมการออกกำลังกายใหม่ทั้งหมด โดยโปรแกรมการออกกำลังกายทั้งหมดจะมีระยะความนานอยู่ที่ 7 เดือน ก่อนจะรีเซ็ต และเริ่มต้นใหม่เมื่อคุณกดเริ่มอีกครั้ง

Quick Fit

ในปัจจุบัน แอพออกกำลังกายส่วนใหญ่จะสร้างมาให้เพื่อเหมาะกับคนที่มีเวลาไม่มากในการออกกำลังกาย แอพนี้ก็เช่นกัน คุณสามารถเลือกโปรแกรมการออกกำลังกายสั้น เพียงแค่ 4 นาที หรือโยคะแค่ 15 นาทีเพื่อให้หัวใจคุณได้ทำงาน และสร้างความผ่อนคลายให้ร่างกายในแต่ละวันได้ด้วยแอพนี้

Aekkung
Football / Gaming / BNK48 & CGM48 / Vegetarian / Religious

บทความที่เกี่ยวข้อง