11 แข้งค่าตัวแพงที่สุดประจำซัมเมอร์นี้ - TheMacho
 
11 แข้งค่าตัวแพงที่สุดประจำซัมเมอร์นี้

ในตลาดนักเตะรอบล่าสุดที่ผ่านมานั้น แม้ในวงการฟุตบอลจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เนื่องจากวิกฤตไวรัสโคโรน่าระบาดไปทั่วโลก แต่ก็ยังมีอีกหลายสโมสรต่างก็เดินหน้าลงทุนเดินหน้าคว้านักเตะใหม่เสริมทัพกันแบบไม่หยุดหย่อน

ผู้เล่นฝีเท้าดีหลายต่อหลายคนต่างก็ถูกเซ็นสัญญาไปยังต้นสังกัดใหม่ และ 11 แข้งเหล่านี้ได้รับการบันทึกว่า ค่าตัวแพงที่สุดในตำแหน่งของพวกเขาเอง ซึ่งถูกนำมาจัดรวมเป็นทีมทีค่าตัวสูงที่สุดในรอบซัมเมอร์ที่ผ่านมา 

1. เอดูอาร์ด เมนดี้ (ผู้รักษาประตู)

       เชลซี ภายใต้การนำทัพของกุนซือคนหนุ่มไฟแรง แฟรงค์ แลมพาร์ด ยอมจ่ายเงิน 22 ล้านปอนด์ คว้าตัว เมนดี้ จาก แรนส์ ไปเฝ้าเสาในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมกับมอบตำแหน่งมือ 1 แทนที่ของ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า โกล์ชาวสเปนที่มีสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลกทันที

นายทวารทีมชาติเซเนกัล ไม่ทำให้ แลมพาร์ด สาวก “สิงโตน้ำเงินคราม” ต้องผิดหวังหลังโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบเก็บคลีนชีตได้ถึง 5 เกมติดต่อกันที่ลงเฝ้าเสา และ เมนดี้ ก็มีสิทธิจะทำสถิติต่อไปเรื่อยๆ

2. เนลสัน เซเมโด้ (แบ็คขาว)

       หลังค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า มานาน 3 ฤดูกาล ลงเล่นไปมากถึง 124 เกม ซัดไป 2 ประตู เซเมโด้ ก็ถูกขายให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ภายใต้การกุมบังเหียนของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต เทรนเนอร์ชาวโปรตุเกส ด้วยค่าตัวราว 30 ล้านปอนด์

        แบ็ควัย 26 ปี เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในแนวรับฝั่งขวาของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ได้อย่างแข็งแกร่ง และลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 6 เกม ซึ่งหากไม่ดวงแตกได้รับบาดเจ็บนั้น เซเมโด้ ก็คงยืนระยะเป็นตัวหลักของพลพรรค “หมาป่า” ไปได้อีกหลายปี

3. เบน ชิลเวลล์ (แบ็คซ้าย)

       อีก 1 นักเตะค่าตัวแพงที่ เชลซี คว้าตัวมาเสริมทัพในซัมเมอร์นี้ โดย ชิลเวลล์ ถูกดึงมาจาก “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยราคามหาโหดถึง 45 ล้านปอนด์ พร้อมเซ็นสัญญายาวกับ “สิงห์บลู” นานถึง 5 ปีเลยทีเดียว  

        ในช่วง 1-2 ฤดูกาลที่ผ่านมากับ เลสเตอร์ นั้น แบ็ควัย 23 ปี โชว์ฟอร์ได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งเกมรับ-เกมรุก จนทำให้ก้าวขึ้นไปเป็นตัวหลักของทีมชาติอังกฤษในตำแหน่งแบ็คซ้ายเรียบร้อยแล้ว ซี่งไม่น่าแปลกใจที่ เชลซี จะยอมลงทุนกับเขา

       หลังย้ายมาเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ชิลเวลล์ ทำให้ เชลซี สมดุลขึ้นทันตาเห็น เขามีส่วนกับทีมแทบตลอดทั้งเกม และทำไปแล้ว 2 ประตู จาก 10 เกมที่ลงสนามรวมทุกรายการ

4. นาธาน อาเก้ (กองหลัง)

       หลังบัญชาการเกมรับให้กับ บอร์นมัธ ได้อย่างแข็งแกร่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เปป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์ชาวสเปนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จึงตัดสินใจยอมทุ่มเงิน 41 ล้านปอนด์ คว้าตัว อาเก้ ไปเสริมเกมรับของพลพรรค “เรือใบสีฟ้า”

        ในฤดูกาลนี้ กองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ ลงเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ ไปแล้ว 5 เกมรวมทุกรายการ ซัดไป 1 ประตู แต่เขายังคงต้องปรับตัวกับแท็คติค “เรือใบสีฟ้า” พอสมควร และ อาเก้ ก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเองพอสมควรว่า สามารถยืนเป็นตัวหลักได้

5. รูเบน ดิอาส (กองหลัง)

        อีก 1 กองหลังค่าตัวแพงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดิอาส ถูกคว้าตัวมาจาก เบนฟิก้า ในราคาถึง 65 ล้านปอนด์ พร้อมกับขึ้นแท่นกลายเป็นผู้เล่นแนวรับค่าตัวแพงที่สุดของ “เรือใบสีฟ้า” อีกด้วย

       เซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติโปรตุเกสวัย 23 ปี ลงเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ ในซีซั่นนี้ไปแล้วรวมทุกรายการ 6 เกม โดย ดิอาส ได้รับการคาดหมายว่า จะเป็นผู้บัญชาการเกมรับของ “เรือใบสีฟ้า” ไปอีกหลายปี

6. อาตูร์ (กองกลาง)

       หนึ่งในการทำธุรกิจสุดเซอร์ไพรส์ของ ยูเวนตุส หลังพวกเขาปล่อยตัว มิราเล็ม ปานิช กองกลางทีมชาติบอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา ให้กับ บาร์เซโลน่า พร้อมกับดึงตัว อาตูร์ มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิล ของ “เจ้าบุญทุ่ม” สลับมาเสริมทัพแทนด้วยค่าตัว 70 ล้านปอนด์

        หลายคนมองว่า ดีลสลับขั้วระหว่าง อาตูร์ กับ ปานิช นั้น ยูเวนตุส เป็นฝ่ายคุ้มค่ามากกว่า เนื่องจาก ดาวเตะแซมบ้า มีอายุเพียง 24 ปี เท่านั้น และยังสามารถใช้งานได้อีกหลายปี ส่วน ปานิช อายุถึง 29 ปี แล้ว และในช่วงหลังก็ฟอร์มตกลงไป

        ในฤดูกาลนี้ อาตูร์ ลงเล่นให้กับ ยุเวนตุส ไปแล้ว 7 เกม และดูยังต้องปรับตัวให้เข้ากับสไตล์บอลอิตาลี และแท็คติคของ “เจ้าม้าลาย” ภายใต้การคุมทัพของเทรนเนอร์คนใหม่อย่าง อันเดรีย ปิร์โล่ อยู่พอสมควร

7. มิราเล็ม ปานิช (กองกลาง)

       ปานิช ย้ายมายังถิ่นคัมป์ นู ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ สวนทางกับ อาร์ตูร์ ที่ย้ายไปเล่นกับ ยูเวนตุส และดูเหมือนว่า มิดฟิลด์ชาวบอสเนียฯ จะไม่เป็นที่ชื่นชอบของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือคนใหม่ของ “เจ้าบุญทุ่ม” มากนัก

        ปานิช ได้ลงเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ไปแล้วรวมทุกรายการ 5 เกม แต่ยังยิงไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว และเขาต้องตกเป็นตัวสำรองของ แฟรงค์กี้ เดอ ยอง กองกลางดาวรุ่งชาวดัตช์ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นไปได้ว่า เจ้าตัวอาจพิจารณาอนาคตของตัวเองอย่างหนักอีกครั้ง

8. ไค ฮาแวร์ตซ์ (กองกลาง)

       มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวเยอรมันเจ้าของฉายา “นิว บัลลัค” กลายเป็นผู้เล่นค่าตัวแพงที่สุดของ เชลซี ไปเรียบร้อยแล้ว หลังย้ายจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 72 ล้านปอนด์

        ฮาแวร์ตซ์ ได้รับการยกย่องว่า เป็นนักเตะอายุน้อยที่มีพรสวรรค์ที่สุดของเยอรมันหลังระเบิดฟอร์มสุดยอดให้กับ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อ 1-2 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยดาวเตะวัย 21 ปี เป็นผู้เล่นที่ครบเครื่องในตำแหน่งกองกลางทั้งการเทคนิค, วิสัยทัศน์ และการจบสกอร์

        อย่างไรก็ตาม ฮาแวร์ตซ์ ยังต้องพิสูจน์ตัวเองกับ เชลซี ต่อไป หลังยังไม่สามรถงัดฟอร์มเก่งเหมือนกับสมัยที่อยู่กับ เลเวอร์คูเซ่น ได้ แต่เขาอายุยังน้อย และมีเวลาอีกพอสมควรในการแสดงศักยภาพออกมา

9. ติโม แวร์เนอร์ (กองหน้า)

        แวร์เนอร์ เก็บข้าวของย้ายจาก ไลป์ซิก มาเล่นกับ เชลซี ด้วยค่าตัว 47 ล้านปอนด์ พร้อมกับยึดตำแหน่งตัวจริงในแนวรุกของพลพรรค “สิงโตน้ำเงินคราม” ทันที โดยลงเล่นไปแล้ว 12 เกมรวมทุกรายการ ซัดไป 8 ประตู

        หัวหอกทมีชาติเยอรมัน สร้างอิทธิพลเชิงบวกต่อเกมบุกของ เชลซี ได้อย่างน่าประทับใจ เขามีส่วนทั้งการสร้างเกม, แอสซิสต์ รวมทั้งจบสกอร์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งดูเหมือนว่า ค่าตัวที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” จ่ายให้กับ ไลป์ซิก นั้น จะคุ้มค่าแน่นอน

10. วิคเตอร์ โอซิมเฮน (กองหน้า)

ตัวรุกทีมชาติไนจีเรีย ย้ายจาก ลีลล์ ไปเล่นกับ นาโปลี ด้วยค่าตัวสุดโหดถึง 63 ล้านปอนด์ และแม้ โอซิมเฮน จะเพิ่งแจ้งเกิดกับ ลีลล์ ได้เพียงปีเดียว แต่มันก็ไม่ได้ทำให้พลพรรค “อัซซูร่า” ลังเลที่จะคว้าตัวเขาไปเสริมทีม

ปีกวัย 21 ปี เป็นนักเตะที่มีสปีดจัด, เทคนิคดี และจบสกอร์คมกริบ ซึ่งเรียกได้ว่า คุณภาพครบเครื่องในตำแหน่งตัวรุก และสำหรับฝีเท้าของ โอซิมเฮน นั้น ยังสามารถพัฒนาได้อีกไกล

11. อัลบาโร่ โมราต้า (กองหน้า)

       หลังคว้าตัว หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงชาวอุรุกวัย มาจาก บาร์เซโลน่า ได้สำเร็จ แอตเลติโก มาดริด ก็ยอมปล่อย อัลบาโร่ โมราต้า ให้กับ ยูเวนตุส ยืมตัว พร้อมออฟชั่นซื้อขาดที่ 40 ล้านปอนด์ ซึ่งมันเป็นการหวนกลับไปค้าแข้งกับ “เจ้าม้าลาย” อีกครั้งของกองหน้าชาวสเปน

        ก่อนหน้านี้ โมราต้า เคยเล่นกับ ยูเวนตุส มาแล้ว 1 ครั้งในระหว่างปี 2014-2016 และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนกลายเป็นขวัญใจของสาวก “เบียงโคเนรี่” ไปแล้ว และซีซั่นนี้ ดาวเตะวัย 28 ปี ก็ยังคงระเบิดประตูต่อเนื่องเหมือนเดิมหลังซัดไปแล้ว 6 ลูก จาก 8 เกมที่ลงสนาม

Photo – goal.com, 90min.com, skysports.com, en.as.com, rpp.pe, talksport.com, premiumtimesng.com, en.as.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง