10 เกมจาก PS4 ที่ถูกอัปเกรดเพิ่มเฟรมเรตบน PS5 - TheMacho
 
10 เกมจาก PS4 ที่ถูกอัปเกรดเพิ่มเฟรมเรตบน PS5

วางจำหน่ายกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับสำหรับเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่สุดทรงพลังอย่าง PlayStation 5 ที่มาพร้อมรูปทรงสุดล้ำแนวอวกาศพร้อมด้วย CPU กับหน่วยความจำแบบ SSD ที่ยกระดับประสบการณ์เกมของเราให้แจ่มแมวยิ่งๆ ขึ้นไปอีก

แต่แน่นอนว่าในช่วงเริ่มต้นยุคแบบนี้ก็อาจจะมีบ้างที่เราจะรู้สึกว่าไม่มีเกมใหม่ให้เล่น ซึ่ง Sony เองก็มองเห็นปัญหานี้จึงได้นำระบบ Backward Compatibility กลับมาอีกครั้งเพื่อให้ผู้เล่นได้สัมผัสเกมเก่าในรูปแบบ ‘ปรับปรุง’ มากขึ้น

ในวันนี้ ThisIsGame Thailand ก็ไม่พลาดนำรายชื่อของ 10 เกมจากเครื่องเล่น PlayStation 4 ที่สามารถนำมารันบน PlayStation 5 พร้อมกับศักยภาพที่สูงมากขึ้นเพื่อการเล่นเกมที่ลื่นไหลมาฝากกันด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าบางเกมสามารถพลิกโฉมได้จากหน้ามือเป็นหลังมือราวกับว่ารีมาสเตอร์ได้ในตัว แต่จะเป็นเกมอะไรบ้างนั้นขอเชิญติดตามชมข้างล่างนี้กันได้เลย

1. Sekiro: Shadows DieTwice

ถึงจะเกมที่ต้องอาศัยจังหวะและความเร็วในระดับสูง แต่ Sekiro: Shadows Die Twice ก็ยังไม่สามารถวิ่งได้ที่ 60FPS แบบนิ่งๆ ตลอดทั้งเกมได้แม้ว่าเป็นการรันบนเครื่องเล่น PS4 Pro ก็ตาม โดยก่อนหน้านี้ตัวเกมจะสวิงไปมาระหว่าง 40 – 60FPS และตกลงมาอย่างดีที่สุดที่ 30FPS เท่านั้น แต่ถ้าเกิดมาเล่นบน PS5 แล้วจะพบว่าเกมสามารถพุ่งไปที่ 60 เกือบตลอดเวลาและจะตกมาเพียง 2-3 เฟรมเท่านั้น เรียกได้ว่าประสบการณ์จะแตกต่างโดยสิ้นเชิง

2. PUBG

เพิ่งจะได้รับอัปเดตเพิ่มเฟรมเรตกันไปสำหรับเกมเอาตัวรอดแนว Battle Royale ยอดนิยมทั้งบน PS4 Pro และ Xbox Series X แต่สำหรับ PS5 ตัวเกมจะเล่นได้ด้วยความละเอียดสูงพร้อมเฟรมเรตนิ่งๆ ที่ 60 อย่างสบายๆ ไม่ต้องกังวลตั้งแต่เปิดเครื่อง หากใครอยากได้ประสบการณ์การแย่งชิงความเป็นหนึ่งที่ก้าวกระโดดจากรุ่นเดิมในระดับ 30FPS (ที่ไม่นิ่ง!) ก็ขอเชิญมาเล่นกันได้ทันที ที่สำคัญยังรองรับ Cross-platform ระหว่าง PS4, Xbox One และคอนโซลกลุ่ม Xbox Series ด้วยนะจ๊ะ

3. God of War

เกมแอคชั่นแนว Narrative น้ำดีที่เปลี่ยนโฉมจากการบู๊ล้างผลาญมาเป็นเฮียโล้นที่มีความสุขุมมากขึ้น โดยตัวเกมเวอร์ชั่นรีบู๊ตภาคนี้มาพร้อมกับงานภาพสไตล์แฟนตาซีนอร์สสุดอลังการที่เล่นบน PS4 ก็ว่าสวยแล้ว แต่มาเล่นบน PS5 ก็จะสวยกว่าด้วยความละเอียดที่ 4K พร้อมเฟรมเรต 60FPS ทั้งนี้มีจุดที่ต้องเตือนไว้ก่อนว่าเป็นการสนับสนุนแบบไม่เป็นทางการเพราะว่าถ้าหากใครจะเล่น God of War ที่ภาพ 4K/60FPS จะต้องเล่นผ่านแผ่นเท่านั้น นอกจากนี้จะต้องไม่อัปเดตเกมผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อปิดไม่ให้ระบบทำการจำกัดภาพความละเอียดที่ 1080P ครับ 

4. Ghost of Tsushima

Ghost of Tsushima บน PS5 ได้รับการอัปเกรดเป็นกรณีพิเศษด้วยการสนับสนุนความละเอียด 4K ที่เฟรมเรต 60FPS จากเดิมที่รองรับเพียงแค่ 30FPS ทำให้การผจญภัยในเกาะสึชิมะของ Jin Sakai ไหลลื่นยิ่งกว่าที่เคยเป็น ที่สำคัญเกมนี้ยังเป็นเกมแรกๆ ที่ใช้เทคโนโลยีการโหลดเข้าหน้าจอเร็วซึ่งเห็นผลกันไปทั้งบน PS4 และ PS4 Pro ไปก่อนหน้านี้ และเมื่อประกอบเข้ากับ SSD ที่ทรงพลังบน PS5 แล้ว ขอรับรองว่าทุกอย่างจะรวดเร็วแบบไม่ต้องรอเลยทีเดียว

5. Days Gone

สำหรับเกมนี้ก็เช่นเดียวกับ Ghost of Tsushima ที่ได้รับอัปเกรดเพื่อเพิ่มเฟรมเรตพร้อมกับการสนับสนุนการรันภาพที่ความละเอียดสูง โดยทั่วไปแล้ว Days Gone บน PS4 จะสนับสนุนเฟรมเรตที่ระดับ 30FPS แถมยังเจอปัญหาเฟรมตกชวนกุมขมับระหว่างขี่มอเตอร์ไซค์อีกต่างหากทั้งๆ ที่ฉากที่กินปริมาณทรัพยากรดุเดือดอย่างซอมบี้บุกดันไม่มีปัญหา แต่ถ้าเราเล่นบน PS5 ปุ๊บก็จะกลายเป็นเกมใหม่แกะกล่องประหนึ่งรีมาสเตอร์ในตัวด้วยการรองรับภาพ Dynamic 4K และ 60FPS เห็นแบบนี้แล้วก็ต้องขอไปแว้นกับเขาบ้างล่ะครับ

6. Dark Souls 3

กรณีของ Dark Souls 3 มีความแตกต่างจาก Sekiro พอสมควรเพราะว่าตัวเกมมีการสนับสนุนเฟรมเรตเดิมอยู่ที่ 30FPS ก่อนจะได้รับอัปเดตพิเศษสำหรับ PS4 Pro เพื่อปลดล็อคเฟรมเรตให้เพิ่มขึ้นไปอีก ทว่ามันก็เหมือนดาบสองคมเพราะแทนที่จะได้เฟรมเรตนิ่งๆ ที่ลื่นกว่าเดิมแต่ดันเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเสียจนหืดขึ้นคอ ซึ่งเมื่อเล่นบน PS5 แล้วการปลดล็อคเฟรมเรตจากเดิมที่ไม่เสถียรเท่าไหร่ก็จะกลายเป็น 60 เฟรมแบบฟินๆ กันไปเลยครับ

7. Until Dawn

เป็นที่ทราบกันดีว่าเอนจิ้นการพัฒนาเกมของ Supermassive Games ค่อนข้างอยู่ในระดับที่ทรงพลังเพราะว่า Until Dawn ผลงานเกมสยองขวัญจากปี 2015 นั้นสามารถจำลองภาพออกมาได้อย่างสมจริงเหมือนกับดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง แต่แน่นอนว่ามันก็มีข้อแลกเปลี่ยนเป็นเฟรมเรตที่อาจตกลงมาถึงระดับ 20FPS แต่บน PS5 นั้นมีหน่วยประมวลผลและหน่วยความจำที่ดีขึ้น ทำให้เกมสามารถรันที่ 60FPS ได้เกือบตลอดเวลา ทั้งนี้จะมีบางครั้งที่ตกมายัง 48-50FPS (เมื่อหิมะตกหนัก) อยู่บ้างเหมือนกันแต่เป็นแค่เวลาสั้นๆ และไม่ค่อยดึงดูดสายตาเท่าไหร่ ส่วนความละเอียดของภาพนั้นน่าเสียดายที่จะอยู่ที่ 1080p ครับ

8. Destiny 2 (เล่นเกมด้วยเวอร์ชั่น PS5)

ในส่วนของตัวเกมโหมดธรรมดา Destiny 2 สามารถพุ่งขึ้นมาถึง 60FPS ได้แล้ว แต่ความพิเศษยิ่งไปกว่านั้นก็คือโหมดการเล่น Crucible ที่เป็น PvP จะสามารถรองรับได้ถึงระดับ 120FPS โดยผู้เล่นจะต้องรันตัวเกมผ่านเวอร์ชั่น PlayStation 5 เท่านั้น ไม่ใช่การรันในรูปแบบ Backward Compatibility เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากศักยภาพเครื่องที่เพิ่มขึ้นครับ

9. Rainbow Six: Siege (เล่นเกมด้วยเวอร์ชั่น PS5)

หากเฟรมเรตระดับ 60FPS ของตัวเกมเวอร์ชั่นเริ่มต้นยังไม่นิ่งพอ Ubisoft ก็ขอจัดหนักด้วยการสนับสนุนภาพความละเอียดแบบ 4K พร้อมการรองรับเฟรมเรตที่ 120FPS อย่างเป็นทางการ ทำให้สมรภูมิการรบเข้าสู่ระดับที่ High-end ขึ้นไปอิกขั้น โดยตัวเกมจะได้รับการอัปเกรดเป็นเวอร์ชั่น PS5 ได้ฟรี แต่การเล่นเกมด้วยเฟรมเรตระดับสูงปรี๊ดขนาดนี้ต้องเข้าผ่านเวอร์ชั่นใหม่ด้วย (สามารถใช้แผ่น PS4 รันได้แต่ต้องเลือกเวอร์ชั่นเกมให้ถูก) อย่าลืมสังเกตกันก่อนนะครับ

10. Final Fantasy XV

ปิดท้ายด้วยเกม JRPG Open-world ฟอร์มยักษ์จาก Square Enix ที่ต้องยอมรับว่าถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วแต่ก็ยังสามารถหยิบมาเล่นได้โดยที่ไม่รู้สึกว่าเกมมีความเก่าไตปามกาลเวลาเลย ซึ่งบนเครื่องเล่น PS4 รุ่นดั้งเดิมนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าความละเอียดของภาพกับเฟรมเรตนั้นไม่ค่อยน่าพิศมัยเท่าไหร่นัก แต่สำหรับ PS5 ตัวเกมจะสามารถรันที่ 60FPS นิ่งๆ ได้แล้ว ดังนั้นแอคชั่นการเล่นเกมของเราจะไม่เจออาการหน่วงให้น่าเบื่อกันอีกต่อไป

และนี่ก็คือ 10 รายชื่อเกม PlayStation 4 คุณภาพยอดเยี่ยมที่ได้รับการอัปเกรดผ่านสเปคของ PlayStation 5 จนแทบจะกลายเป็นเกมใหม่กันไปเลย แต่ถ้าหากเพื่อนๆ คนไหนที่มีโอกาสเป็นเจ้าของเครื่องแล้วและมีเกมเก่าเจ๋งๆ ที่อยากแนะนำก็อย่าลืมมาแบ่งปันกันกับพวกเรานะครับ

ที่มา – ThisIsGame

บทความที่เกี่ยวข้อง