10 นักฟุตบอลตัวรุกที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน - TheMacho
 163
10 นักฟุตบอลตัวรุกที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน

นักฟุตบอลในตำแหน่งตัวรุก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของทีม เพราะโอกาสในการลุ้นสกอร์ก็จะเกิดจากการสร้างสรรค์เกม และวิสัยทัศน์ของพวกเขา นอกจากนี้ผู้เล่นในตำแหน่งดังกล่าวบางคนยังมีความเฉียบคมในการทะลวงตาข่ายคู่แข่งด้วยตัวเองด้วย

 10 นักเตะแนวรุกจากบรรดาสโมสรดังทั่วยุโรปต่อไปนี้ พิสูจน์ฝีเท้า และผลงานให้บรรดาแฟนลูกหนังทั่วโลกได้เห็นแล้วว่า พวกเขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในตำแหน่งของตัวเอง

10. ซอง ฮึง มิน (ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์)

Source : 365dm

ซอง ได้พัฒนาตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมจนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหน้าที่น่ากลัวที่สุดของยุโรปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และ ดาวเตะชาวเกาหลีใต้ ยังถือเป็นส่วนสำคัญของ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในการเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เมื่อปีที่แล้วอีกด้วย

หัวหอกวัย 27 ปี มีสปีดที่รวดเร็ว ฉลาดหลักแหลม และสามารถยิงประตูได้ทั้ง 2 เท้า เขาถือเป็นอาวุธเด็ดของ สเปอร์ส เมื่อต้องเจอกับทีมที่เล่นเกมรับต่ำ และแม้ “ไก่เดือยทอง” จะเปลี่ยนกุนซือจาก เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มาเป็น โจเซ่ มูรินโญ่ แต่ ซอง ก็ยังคงเป็นกำหลังหลักในแนวรุกที่ สเปอร์ส ที่ขาดไม่ได้

9. จาดอน ซานโช่ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

Source : 365dm

มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวอังกฤษ ยอมเผชิญกับความเสี่ยงเมื่อตัดสินใจย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเล่นกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อปี 2017 แต่การเดิมพันก็เป็นผล เมื่อโชว์ฟอร์มเก่งจนก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในแนวรุกของ “เสือเหลือง” ได้อย่างรวดเร็ว

ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2018-19 ซานโช่ ซัดให้กับ ดอร์ทมุนด์ ไปถึง 12 ประตู และทำไป 14 แอสซิสต์ และในวัยเพียง 19 ปี เขามีฝีเท้าที่เก่งเกินวัย ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล การผ่านบอล การจบสกอร์ และทักษะต่างๆ เชื่อได้ว่า อีกไม่นานสโมสรใหญ่ในยุโรปต้องตามล่าลายเซ็นของเขาอย่างแน่นอน

Source : 365dm

8. เนย์มาร์ (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง)

หลังจากต้องเผชิญหน้ากับฤดูร้อนที่แสนวุ่นวาย เนย์มาร์ กลับมาลงสนามให้กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง อีกครั้ง และผลงานของเขาก็ไม่มีอะไรต้องพิสูจน์อีกแล้วหลังจากซัดไป 4 ประตู จากการลงเล่นในลีก เอิง 6 เกมแรก

ซุเปอร์สตาร์ชาวบราซิล อาจโดนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความประพฤตินอกสนาม แต่เมื่อลงเล่นเขาจะกลายเป็นผู้บัญชาการเกมรุกของ แปแอสเช ทันที ซึ่งดูได้จากสถิติที่ เนย์มาร์ กระหน่ำไป 63 ประตู จากการลงเล่น 72 เกมรวมทุกรายการให้กับ แปแอสเช

นอกจากนี้ เนย์มาร์ ยังสร้างสถิติเป็นผู้ยิงประตูสูงสุดให้กับทีมชาติบราซิลเป็นรองแค่ โรนัลโด้ กับ เปเล่ 2 ตำนานกองหน้าแห่งทัพ “เซเลเซา” เท่านั้น

7. อองตวน กรีซมันน์ (บาร์เซโลน่า)

Source : talksport

กรีซมันน์ มีความมุ่งมั่นอย่างมากในการย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มาพิสูจน์ตัวเองกับ บาร์เซโลน่า และเขาก็สมหวังหลังได้ย้ายมาเล่นในถิ่นคัมป์ นู  เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

กองหน้าทีมทีมชาติฝรั่งเศส มีพรสวรรค์ที่น่าเหลือเชื่อ รวมถึงเทคนิคทั้งในการสร้างสรรค์เกม และการหาโอกาสจบสกอร์คมกริบ นอกจากนี้ เขายังวิ่งช่วยเกมรับอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้ง 90 นาที

ขณะเดียวกัน ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร 2020) ในช่วงซัมเมอร์หน้า กรีซมันน์ จะเป็น

กำลังหลักในแนวรุกของทัพ “ตราไก่” ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ อย่างแน่นอน

6. ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล)

Source : 365dm

การคว้ารางวัลนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมประจำปี 2019 ของ มาเน่ นั้น เป็นการบ่งบอกถึงความสุดยอดของเขาได้เป็นอย่างดี และในปีนี้ผลงานของ ปีกทีมชาติเซเนกัล กับ ลิเวอร์พูล นั้น ยอดเยี่ยมมากจนทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ “หงส์แดง” แทบขาดไม่ได้ไปแล้ว

มาเน่ เป็นนักเตะคล่องแคล่ว มีสปีดจัดจ้าน และการพาบอลไปกับตัวเองของเขานั้น มักสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมอย่าง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ 2 แนวรุก ลิเวอร์พูล อยู่เสมอ

นอกจากจะสร้างโอกาสให้กับคนอื่นๆในทีมแล้ว มาเน่ ยังสามารถจบสกอร์ได้ด้วยตัวเองได้อย่างคมกริบอีกด้วย

5. ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

Source : 365dm

สเตอร์ลิ่ง สนุกไปกับฤดูกาลที่ดีที่สุดในอาชีพของเขาในปี 2018-19 หลังซัดไป 25 ประตู และทำไป 15 แอสซิสต์ ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมกับคว้าถ้วยพรีเมียร์ลีก ร่วมกับพลพรรค “เรือใบสีฟ้า” ได้อย่างยิ่งใหญ่  

ภายใต้การทำงานร่วมกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปนของ แมนฯซิตี้ นั้น สเตอร์ลิ่ง พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะการตัดสินใจต่างๆในการเล่น การเคลื่อนที่หาตำแหน่ง และความนิ่งเมื่อมีโอกาสจบสกอร์

ในวัยเพียง 24 ปี ปีกชาวอังกฤษ ยังคงสามารถพัฒนาตัวเองได้อีกมาก และเชื่อได้ว่า เขาจะกลายเป็นผู้เล่นระดับท็อปคนต่อไปในวงการฟุตบอลได้อย่างแน่นอน

4. โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)

Source : 365dm

ในฤดูกาล 2017-18 ถือเป็นซีซั่นที่น่าตื่นเต้นของ ซาลาห์ หลังย้ายจาก โรม่า มาเล่นกับ ลิเวอร์พูล โดยตัวรุกทีมชาติอิยิปต์ ซัดให้ “หงส์แดง” ไปถึง 44 ประตูรวมทุกรายการ พร้อมกับพาทีมเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

        เท้าซ้ายของ ซาลาห์ อันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้รักษาประตูคู่แข่ง และสปีดของเขานั้น สามารถฉีกกองหลังได้อย่างง่ายดาย ภายใต้การทำงานร่วมกับยอดโค้ชอย่าง เยอร์เก้น คล็อปป์ นั้น ดาวเตะวัย 27 ปี ยังพัฒนาได้มากกว่านี้อีก

3.เอเด็น อาซาร์ (เรอัล มาดริด)

Source : epimg

ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2018-19 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อาซาร์ คือ ทุกสิ่งทุกอย่างของ เชลซี โดยจอมทัพชาวเบลเยี่ยม ซัดให้กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” ไปถึง 21 ประตู และทำไป 17 แอสซิสต์ พร้อมกับพาทีมคว้าถ้วยยูโรป้า ลีก ได้สำเร็จ

        ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา อาซาร์ ทำตามความฝันของตัวเองด้วยการย้ายจาก เชลซี มาเล่นกับ เรอัล มาดริด แต่แน่นอนว่า เขายังต้องการเวลาในการปรับตัวเพื่อเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดออกมา และด้วยศักยภาพที่เขามีนั้น เพลย์เมคเกอร์วัย 28 ปี จะประสบความสำเร็จกับ “ราชันชุดขาว” ได้อย่างแน่นอน

2. คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง)

Source : 365dm

เอ็มบัปเป้ สร้างชื่อให้กับตัวเองตั้งแต่ยังอายุไม่ถึง 18 ปี เลยด้วยซ้ำในสมัยที่เขายังค้าแข้งกับ โมนาโก และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก็ไม่รอช้าที่จะทุ่มเงินคว้าตัว ดาวยิงเฟรนช์แมนรายนี้ ไปร่วมทีมพร้อมกับวางตัวให้เป็นผู้เล่นหลักในแนวรุกทันที

ตลอดระยะเวลา 3 ปี กับ เปแอสเช เอ็มบัปเป้ กระหน่ำไปถึง 110 ประตู จากการลงเล่น 179 เกม ซึ่งสถิติที่น่าเหลือเชื่อแบบนี้รางวัลบัลลงก์ดอร์ในอนาคตคงไม่หนีไปไหนไกล

1. ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า)

Source : 365dm

มีใครกล้าเถียงว่า เมสซี่ ไม่ใช่ตัวรุกที่ดีที่สุดในโลกยุคนี้ ความอัจฉริยะบนสนามของดาวเตะอาร์เจนไตน์นั้น ไม่มีใครสามารถเปรียบเทียบได้เลย เขาสามารถเป็นคนจบสกอร์, สร้างสรรค์เกม และคุมจังหวะได้ในเวลาเดียวกัน

รางวัลบัลลงก์ดอร์ 6 สมัย พร้อมกับการคว้าแชมป์แบบนับไม่ถ้วนกับ บาร์เซโล่นา รวมถึงสถิติส่วนตัวต่างๆที่ เมสซี่ สร้างเอาไว้ มันยากที่จะหานักฟุตบอลแบบนี้อีกในอนาคต

ภาพประกอบ : skysports.com, talksport.com, en.as.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง