เบียร์รสนักบวชทำ : เมื่อการผลิตเบียร์และการบำเพ็ญภาวนาทางจิตเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน - TheMacho
 21
เบียร์รสนักบวชทำ : เมื่อการผลิตเบียร์และการบำเพ็ญภาวนาทางจิตเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

เมื่อพูดว่าเบียร์กับนักบวชนี่ช่างดูเป็นของที่ไม่เข้าเสียหรือเกิน ถือเป็นเรื่องอาบัติตามหลักพุทธศาสนาด้วยซ้ำ เพราะศีล 5 ที่เป็นหลักปฏิบัติขั้นพื้นฐานที่สุดระบุไว้อย่างชัดเจนว่า  

“สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจากการดื่มสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ” แต่กับคริสต์ศาสนา เบียร์กับนักบวชเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของกันและกันมาเนิ่นนาน

ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลพระเยซูทรงเปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่นแล้วดื่มในบางโอกาส เพราะสมัยนั้นน้ำไม่ค่อยสะอาด เต็มไปด้วยสิ่งปนเปื้อนมากมายหลายชนิด ผู้คนจึงนิยมดื่มเหล้าองุ่นแทนเพราะมีสิ่งปนเปื้อนน้อยกว่า แต่ถึงอย่างนั้นความแรงของเหล้าองุ่นสมัยก่อนก็ไม่ได้เท่ากับไวน์ในปัจจุบัน และพระคัมภีร์ก็ไม่ได้ห้ามคริสเตียนไม่ให้เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฺฮอล์เพราะโดยตัวของมันเองไม่ได้เป็นความบาป แต่การเมามายและติดแอลกอฮอล์ต่างหากที่คริสเตียนต้องหลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิง

wikimedia

กระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงยุคกลางการจัดการน้ำของชาวยุโรปก็ยังคงไม่พัฒนา แถมแย่ยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้้ำเพราะของเสียจากเมืองมักถูกปล่อยให้ไหลลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ เรียกว่าน้ำสมัยนั้นเปรียบเสมือนยาพิษก็ว่าได้ โบสถ์และนักบวชทั้งหลายที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนจึงออกมารณรงค์ให้คนทั่วไป  ลดละเลิกการดื่มน้ำตามธรรมชาติ แล้วมาดื่มเบียร์กันดีกว่า

“จงดื่มเบียร์” คำกล่าวของนักบุญ Hildegard von Bingen ในศตวรรษที่ 11  

ยุคแรกเบียร์ถูกผลิตโดยสำนักสงฆ์เพื่อสำหรับการบริโภคภายในเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ด้วยปัญหาดังกล่าวจึงเป็นการทำเพื่อแจกจ่ายบุคคลทั่วไปด้วย นอกจากนี้บางพื้นที่โดยเฉพาะทางเหนือของยุโรปซึ่งไม่สามารถผลิตไวน์ได้ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เหมาะต่อการปลูกองุ่น ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับบ่มไวน์ อันเป็นเครื่องดื่มหลักของคริสต์ศาสนา สำนักสงฆ์บางแห่งจึงเลือกใช้เบียร์แทนไวน์ นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สำนักสงฆ์ในยุโรปมีชื่อเสียงเรื่องการผลิตเบียร์มาอย่างยาวนาน

เมื่อเข้าสู่ยุคที่การแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการต่างๆ เปลี่ยนจากการใช้สิ่งของมาเป็นเงิน สำนักสงฆ์จึงต้องปรับตัวด้วยการจำหน่ายเบียร์เพื่อหารายได้ดำรงชีวิต อย่างไรก็ตามนอกจากเหตุผลทางการเงินแล้ว การผลิตเบียร์ในหมู่นักบวชก็เกี่ยวเนื่องกับการบำเพ็ญภาวนาทางจิตด้วยเช่นกัน

 HULTON DEUTSCH /CORBIS HISTORICAL 

คณะสงฆ์ที่ยึดกฎของนักบุญเบเนดิกต์เป็นหลักอย่างแทรปปิสต์ (Trappist) มีคติพจน์ว่า “Ora et labora” ซึ่งแปลว่า “Pray and work” หรือ “สวดมนต์ไปทำงานไป” นักบวชกลุ่มนี้จึงเชื่อว่าการทำสมาธิสามารถปฏิบัติผ่านกิจกรรมหรือการทำงานในชีวิตประจำวันได้ ว่ากันง่าย ๆ  ก็คือการประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงชีพไม่ได้เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตอย่างนักบวชแต่อย่างใด โดยในพระคัมภีร์ไบเบิลเองก็แสดงให้เห็นว่า พอล สาวกของเยซู เลี้ยงชีพด้วยการทำเต็นท์ และสองสาวกอย่าง ปีเตอร์และแอนดริว ก็เป็นชาวประมง   

เบียร์ที่ผลิตโดยนักบวชจึงเป็นของคณะสงฆ์แทรปปิสต์ซึ่งอยู่ในฝั่งยุโรปเป็นหลัก ปัจจุบันทางสำนักสงฆ์ยังคงถูกผลิตขึ้นตามจารีตและวิถีโบราณเหมือนเดิมแต่จำเป็นต้องบริหารโรงเบียร์ของตนเหมือนบริษัท โดยมีการจัดการเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรมนุษย์ จ้างลูกจ้างเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการผลิต เนื่องจากพระสงฆ์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีอายุมาก ไม่สามารถทำงานหนักได้ รวมถึงต้องผลิตขึ้นตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น

Wikipedia

ปัจจุบันสำนักสงฆ์แทรปปิสต์ที่ผลิตเบียร์มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 14  แห่ง ตั้งอยู่ในประเทศเบลเยี่ยม  6 แห่ง (ผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อ Orval, Chimay, Westvleteren, Rochefort, Westmalle และ Achel) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ 2 แห่ง (ผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อ La Trappe และ  Zundert ) ในประเทศออสเตรีย 1 แห่ง (ผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อ Stift Engelszell), ประเทศฝรั่งเศล 1 แห่ง(ผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อ Mont des Cats), ประเทศสหรัฐอเมริกา 1 แห่ง (ผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อ Spencer Trappist), ประเทศอิตาลี 1 แห่ง (ผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อ Tre Fontane), ประเทศสเปน 1 แห่ง (ผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อ Cardeña),  และที่สุดท้ายตั้งอยู่ในประเทศสหราชอาณาจักร (ผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อ Mount St. Bernard) และเพื่อป้องกันบริษัทอื่นทำการค้าโดยใช้ชื่อเสียงของสำนักสงฆ์แทรปปิสต์ไปแสวงหากำไรผิดวัตถุประสงค์ สำนักสงฆ์แทปปิสต์ทั้งหมดจึงร่วมกันก่อตั้ง “The International Trappist Association (ITA) หรือ สมาคมนักบวชแทรปพิสต์นานาชาติขึ้นมา”

ทั้งยังมีการกำหนดกฎไว้อย่างชัดเจนว่าการผลิตเบียร์จะต้องเป็นไปตามกฎอย่างครบถ้วนเท่านั้น จึงจะเรียกได้ว่าเป็น “เบียร์แทรปพิสต์ขนานแท้” และได้รับตราสินค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ของสำนักสงฆ์แทรปปิสต์โดยเฉพาะ ซึ่งสำหรับการผลิตเบียร์มีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ

ข้อแรกเบียร์แทรปปิสต์จะต้องถูกผลิตภายในรั้วกำแพงของสำนักสงฆ์และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของนักบวชแทรปพิสต์เท่านั้นโดยไม่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติเข้ามาเกี่ยวข้องในสายพานการผลิต เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อเสียงแสวงหาผลกำไรอีกนัยหนึ่งก็เพื่อเป็นการฝึกจิตภาวนาตามคำสอนของนักบุญเบเนดิกต์

ถัดมากระบวนการผลิตเบียร์และแนวทางการทำงานจะต้องขึ้นตรงพร้อมถูกควบคุมดูแลอย่างละเอียดละออภายใต้กลุ่มนักบวชแทรปปิสต์  และข้อสุดท้ายการผลิตเบียร์นั้นจะต้องเป็นการค้าเพื่อช่วยหารายได้ค้ำจุนสำนักหรือเพื่อการกุศลเท่านั้น ต้องไม่เน้นทำการตลาดเพื่อแสวงหาผลกำไร เหตุผลนี้เองที่แม้ว่าเบียร์จะขาดตลาดทางสำนักก็ไม่มีการผลิตเพิ่ม หรือในระหว่างช่วงที่พระสงฆ์ปฏิบัติธรรม ไม่พบผู้คนภายนอก การผลิตเบียร์ก็จะหยุดลง สาเหตุที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อคงบรรยากาศของสำนักสงฆ์ไว้  

แม้กฏเกณฑ์สำคัญของเบียร์แทรปปิสต์ขนานแท้จะต้องผลิตในสำนักสงฆ์เท่านั้น แต่สำนักสงฆ์บางแห่งก็มีการอนุญาตให้โรงเบียร์ภายนอกสามารถผลิตเบียร์โดยใช้ชื่อของสำนักภายใต้ใบอนุญาตได้ ซึ่งก็คือเบียร์ที่ติดตราสัญลักษณ์ Bière d’abbaye reconnue หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Recognised abbey beer นั่นเอง และถึงจะเป็นเบียร์ที่ผลิตในโรงเบียร์ทั่วไป แต่สำนักสงฆ์ยังคงมีบทบาทในการตรวจสอบการผลิต คุณภาพและการโฆษณาอยู่  

ด้วยความที่เป็นเบียร์แทรปปิสต์เป็นสูตรเก่าแก่ขนานแท้และมีรสชาติดี่เยี่ยม เบียร์จากสำนักสงฆ์ต่าง ๆ จึงเป็นที่ต้องการของคอเบียร์ทั่วทุกมุมโลกอยู่เสมอ แถมดูเหมือนว่าความต้องการของเบียร์ก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามกระแสนิยมคราฟต์เบียร์ที่ไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดลง

ล่าสุดสำนักสงฆ์ Saint-Sixtus ผู้ผลิตเบียร์ Westvleteren XII หนึ่งในเบียร์ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลกกำลังเตรียมหันมาจำหน่ายเบียร์ผ่านออนไลน์ เพื่อหวังลดการขายในตลาดมืดและการกักตุนเพื่อเก็งกำไรของพ่อค้าคนกลาง

เดิมทีทางสำนักสงฆ์เริ่มขายให้กับประชาชนทั่วไปแค่ที่วัดเท่านั้นโดยไม่ผ่านร้านคนกลางใด ๆ แต่เมื่อเข้าสู่ยุคของเบียร์คราฟต์ที่มีการขายกันอย่างเสรี ทางสำนักสงฆ์จึงได้เริ่มเปิดให้จอง Westvleteren XII ผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งลูกค้าเบียร์จะได้รับอนุญาตให้สั่งซื้อครั้งละ 2 ลัง และจำกัดการซื้อได้ 1 ครั้งในรอบ 60 วันเท่านั้น แต่ก็มีผู้ซื้อพยายามหลีกเลี่ยงกฎด้วยการเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้จองไปเรื่อยๆ เพื่อให้สามารถซื้อเบียร์ได้ในจำนวนมากกว่าที่ได้รับอนุญาต จากนั้นก็นำไปขายโก่งราคาต่อ  

ทางวัดจึงต้องหามาตรการแก้ไขโดยการเปลี่ยนมาใช้ระบบจองผ่านออนไลน์และยังคงตั้งเงื่อนไขกับซื้อเบียร์ในจำนวนจำกัดเท่าเดิม ซึ่งผู้ซื้อทุกคนจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสั่งจอง แต่ระบบจะให้ความสำคัญกับผู้ซื้อที่ใช้ระยะเวลารอนานที่สุดนับตั้งแต่การซื้อครั้งสุดท้าย นอกจากนั้นทางวัดยังเปิดให้สามารถเลือกและผสมจากเบียร์ Westvleteren ทั้ง 3 สีได้ด้วย ถือว่าระบบใหม่นี้น่าจะทำให้คนรักเบียร์ต่างชาติเข้าถึงเบียร์ได้มากขึ้น แม้จะยังต้องเดินทางมาที่วัดเพื่อรับเบียร์ด้วยตัวเองก็ตาม

BBC

คงไม่เกินจริงนักหากจะกล่าวว่าเบียร์แทรปปิสต์ไม่ใช่เพียงเบียร์ธรรมดา แต่เป็นเบียร์แห่งความสงบอันเกิดจากการอุทิศตนด้วยแรงกายและแรงใจของนักบวช โดยที่นักชิมอย่างเราสามารถได้ทั้งทำบุญและลิ้มรสชาติเบียร์คราฟต์สูตรดั้งเดิมในเวลาเดียวกัน

Source : 1|2|3|4|5|6|7|8

Cover image : The Tablet

Suthamat
The girl with flowers tattoo

บทความที่เกี่ยวข้อง