Movie Review | Nowhere Man ต้องมีสักที่ ที่ให้ฉันยืน - TheMacho
 149
Movie Review | Nowhere Man ต้องมีสักที่ ที่ให้ฉันยืน

ผมเห็นซีรีย์ใหม่เรื่องนี้ของ Netflix ขึ้นเตือนมาให้ลองดู องค์ประกอบแรกที่เห็นจากเรื่องบรรยากาศคล้ายๆ หนังฮ่องกงในยุค 90 เป็นหนังแบบ Gangster แนวกู่หวาจ๋าย ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงในขณะนั้น มีแก๊งค์หงสิ่นในเขตจิมซาจุ่ย ค่อยห้ำหั่น ประหัตประหารกันเพื่อยึดครองอำนาจ และผลประโยชน์ แต่ “Nowhere Man” นั้นเรื่องราวเกิดขึ้นที่ไต้หวันครับ

Nowhere Man ได้นักแสดงไต้หวันมาคับคั่งมากมาย Hsiao-chuan Chang มารับบทเอกคือ อาฉวน , Min-Fu Chou , Edison Wang และที่คุ้นหน้า อย่าง Alyssa Chia จากซีรีย์กำลังภายใน ดาบมังกรหยก 2003 ที่มารับบทนางเอกของเรื่อง ยังร่วมด้วย Mavis Fan ที่มีบทเด่นในเรื่องนี้ และผู้กำกับหญิงอย่าง Yin-jung Chen จาก Formula17(17ใส..รักนายไม่มีเบื่อ) และ Taipei24H มาถ่ายทอดเรื่องราว

ซีรีย์ไต้หวันเรื่องนี้เริ่มต้นที่ความสัมพันธ์ของเหล่าผองเพื่อนที่เรียกได้ว่าเป็นที่น้องตายแทนกันได้ ประกอบด้วย อาฉวน อากุย และเสี่ยวซา ทั้งสามเข้ามาอยู่ในแก๊งค์ฉงเหอที่มีอิทธิพลในไทเปสร้างชื่อเสียงโด่งดังมีธุรกิจทั้งใต้ดิน และบนดิน พวกเขาไม่ใช่แก๊งค์กระจอกทวงหนี้โหดด้วยการตัดนิ้วหรือรุมทำร้ายใคร อาศัยความต้องการของลูกหนี้ผู้อยู่ใต้อิทธิพลรวมกิจการกันเพื่อจะได้มีปัญญามาใช้หนี้ อย่างเจ้าของกิจการรถแท๊กซี่ขาดคนกล้ามารับขับจึงทำให้ไม่มีเงินใช้หนี้ อาฉวนก็ไปเอาลูกหนี้ที่ตกงานมารับขับแท๊กซี่เพื่อหาเงินใช้หนี้เลี้ยงครอบครัว และกิจการของลูกหนี้เจ้าของอู่ ยังไม่พอยังเปิดสัมปทานให้วิ่งรับส่งในกิจการผับบาร์ของแก๊งค์ ช่วยให้มีงานมีการมากขึ้น ก็เป็นแนวคิดมาเฟียแบบมาบูรณาการได้อย่างน่าสนใจ

จนมาถึงจุดเปลี่ยนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นทำให้เขาต้องก่ออาชญากรรมที่โทษรุนแรงจนถึงขั้นต้องตายตกตามกัน แต่ด้วยการประวิงเวลาในคุกที่พวกเขาทั้งสามพยายามลบมลทินของตัวเอง สุดท้ายเนื้อเรื่องจะนำไปสู่บทหักมุมที่ยากจะคาดเดา ซับซ้อน โทนเรื่องนอกจากเหมือนหนังฮ่องกงยุค 90 แล้ว ยังใส่ความสัมพันธ์ของตัวละครมาคล้ายกับหนังดังอย่าง Shawshank Redemption ของ Frank Darabont ใส่ความลึกลับมา จนนึกถึงหนังชั้นครู อย่าง Seven ของผู้กำกับ David Finsher  และที่ต้องกล่าวถึงอย่างขาดไม่ได้คือบทน้องชายพิการทางสมองของอากุย ที่อยู่ในทุกเหตุการณ์สำคัญในเรื่อง

ผมดูจบรวดเดียวด้วยความคิดถึงหนังสไตล์ฮ่องกงที่มีเสน่ห์แต่ห่างหายกันไปนาน ที่มาครั้งนี้ในรูปแบบซีรีย์สวยๆ ใน Netflix ลองเข้าไปดูครับสนุกไปอีกแบบมาดูกันครับว่าสุดท้ายชีวิตของทั้งสามจะได้ยืนอยู่จุดใดในสังคม

Text – Aritouch

บทความที่เกี่ยวข้อง