Movie Review | “Chernobyl” ซีรีส์ฮ็อต ที่ได้คะแนนรีวิวสูงกว่า GOT - TheMacho
 720
Movie Review | “Chernobyl” ซีรีส์ฮ็อต ที่ได้คะแนนรีวิวสูงกว่า GOT

หลังจากจบ “Game of Thrones” ไปแบบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ นอกเหนือจากการเริ่มโปรโมต “Westworld” ซีซั่นที่ 3 แล้ว HBO ยังมีหมัดเด็ดอีกช็อต กับมินิซีรีส์ความยาวแค่ 5 EP อย่าง “Chernobyl” ที่ตอนนี้เรทติ้งกำลังมาแรง แถมได้รับคะแนนวิจารณ์สูงลิบจากเหล่าเว็บดัง

“Chernobyl” มินิซีรีส์ของ HBO ที่เล่าเหตุการณ์หลังการระเบิดภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โซเวียต

คะแนนรีวิว ณ ปัจจุบันของซีรีส์ที่สร้างจากเหตุการณ์จริงสะเทือนขวัญ อยู่ที่ 9.7/10 ในเว็บ IMDb ซึ่งถือว่าสูงกว่าซีรีส์ตำนานอย่าง Game of Thrones (9.4) และ Breaking Bad (9.5) แม้จะยังเป็นเพียงการรีวิวจากผู้ชมไม่ถึงหลักแสน (ซีรีส์ยาวๆ คนรีวิวรวมหลักล้าน) แต่ก็ถือว่าสูงมากแล้ว ยิ่งเมื่อเทียบเคียงจากกระแสรีวิวจากอีกเว็บดัง Rotten Tomatoes ที่ได้ระดับ 96/100 ทีเดียว

“Chernobyl” เป็นมินิซีรีส์ ความยาวเพียง 5 EP โดยใน EP นึงมีความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการระเบิดภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ของสหภาพโซเวียต เมื่อเดือน เม.ย.​ 1986 โดยซีรีส์จะเจาะลงไปถึงบุคคลใกล้ชิดที่ต้องรับมือกับเหตุการณ์ รวมถึงผลกระทบที่ตามมาจนเป็นโศกนาฏกรรมที่โลกไม่อยากจะจดจำ

“จาเร็ด แฮร์ริส” ในบท “เลกาซอฟ” นักฟิสิกส์นิวเคลียร์ที่เป็นตัวหลักของเรื่อง

ตัวเอกสำคัญของเรื่อง คือ “วาเลรี่ เลกาซอฟ” นักฟิสิกส์นิวเคลียร์ซึ่งรับบทโดย “จาเร็ด แฮร์ริส” นักแสดงมากประสบการณ์ที่มีหนังที่เราคุ้นเคยอย่างการรับบท “เจมส์ มอริอาร์ตี้” ใน Sherlock Holmes เวอร์ชั่น Robert Downey Jr. และเคยชิงเอ็มมี่จาก Mad Men มาแล้ว

“สเตลลาน สการ์การ์ด” อีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพในบท “บอริส เชอร์บิน่า”

กับอีกบทบาท “บอริส เชอร์บิน่า” คณะมนตรีบริหารผู้ดูแลงานด้านพลังงาน ซึ่งรับบทโดย “สเตลลาน สการ์การ์ด” นักแสดงสวีดิชฝีมือดี ที่แฟนหนังบ้านเราคงคุ้นเขาในบท “ศาสตราจารย์เซลวิก” ใน Thor และ The Avengers

จุดเด่นสำคัญของซีรีส์นี้ที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อชม คือความเข้มข้นในการนำเสนอแบบไม่ประณีประนอมว่าคนดูจะได้รับความบันเทิงมั้ย ซีรีส์จะนำเราเข้าไปโยนอยู่กลางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วค่อยๆ ให้เราคลี่คลายความเข้าใจจากเหตุการณ์ และตัวละครแวดล้อมที่บอกเล่าเรื่องราว ซึ่งนำมาสู่ความสนุก ที่เราอยากติดตามต่อโดยไม่รู้ตัว

ความเข้มข้นของหนัง ทำให้เราค่อยๆ เข้าใจสถานการณ์ และผลที่ตามมาอย่างสมจริง

จุดเด่นต่อมาคือการแสดงของตัวละคร ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวละครหลักเท่านั้น ตัวละครรองต่างๆ ทำหน้าที่ได้ดีในการถ่ายทอดอารมณ์ และสร้างบรรยากาศที่สมจริงในสภาพแวดล้อมที่เป็นสังคมนิยมแบบโซเวียต จุดนี้ช่วยขับให้เราเข้าใจรูปแบบ และการตัดสินใจของตัวละครในสถานการณ์ที่พวกเขาเอง ก็คาดไม่ถึง

มินิซีรีส์กระแสแรงเรื่องนี้ ถูกปล่อย EP แรกออกมาตั้งแต่ 6 พ.ค. แต่ยังไม่ถูกพูดถึงนัก เพราะกระแสเทไปทาง Game of Thrones กันหมด จน GOT จบลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เสียงรีวิวในระดับคะแนนสูงปรี๊ดของ Chernobyl ก็เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ทาง HBO ก็เลยได้อานิสงส์จากผู้ชมที่อยากหาอะไรดูต่อ

หลังจาก GOT จบลง คนก็เริ่มพูดถึง Chernobyl ในแง่ความสนุก สมจริง

ช่องทางการดูสำหรับบ้านเรา (ของ HBO ไม่มีใน Netflix นะฮะ) ส่วนตัวผมชมผ่าน AIS Play ที่ยังมีแพ็คเกจพิเศษเหลืออยู่จากการชม GOT จึงสามารถดู Chernobyl ต่อได้พอดี แถมมันมี Westworld ซีซั่น 1-2 ให้ได้ดูก่อนซีซั่น 3 จะมาอีก เสียค่าใช้จ่ายไม่สูง กับการดูคมชัดแบบถูกลิขสิทธิ์ จึงไม่ลังเลเลยที่จะสนับสนุน

กับความรู้สึกภาพรวม กับการเริ่มชม “Chernobyl” ไป 1-2 EP บอกเลยว่าน่าติดตามมาก เพราะเนื้อหาเข้มข้น บรรยากาศชวนให้อินกับหนังได้อย่างดี มีความเป็น Drama ที่ผสมกลิ่นไอระทึกขวัญด้วยเหตุการณ์ที่เราทราบว่าเป็น True Story เลยยิ่งทำให้เราสนุกกับการติดตามเนื้อหาไปเรื่อยๆ

EP 4 “The Happiness of All Mankind” เคยได้รีวิวแตะถึงเต็ม 10 ก่อนจะลดลงมาที่ 9.9

ใครกำลังหาซีรีส์ดีๆ ดูต่อหลังจากจบ GOT ก็อยากแนะนำให้มาดูกัน เพราะตอนนี้เริ่มเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในฝั่งอเมริกา และยุโรป บ้านเราก็เริ่มมีคนแชร์ข่าวมาเรื่อยๆ แล้ว ดังนั้นรีบดู ก่อนจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง!

ไปดูเทรลเลอร์ตัวอย่างกันก่อนได้ :

ระดับความน่าดู​ (หลังผ่าน EP1) : 9/10 (EP แรกเราต้องใช้เวลาปรับตัวหน่อย แต่พอเข้าที่เข้าทาง สนุกเลยล่ะ!)

Picture : Aficionados, Cnet, Inverse, Digital Spy, HBO, Moviemaniacs, Overblog

Clip : HBO

rocketseer

ทำงานเกม-ติดเกมบ้าง | บ้าบอล-เป็น The KOP | บ้าดูหนัง-มีเพจหนัง | บ้ากิน-มีพุงแล้วเนี่ย!

บทความที่เกี่ยวข้อง