เปิดรายชื่อแข้งดังที่ย้ายออกจากทีมใหญ่ และได้ดี - TheMacho
 331
เปิดรายชื่อแข้งดังที่ย้ายออกจากทีมใหญ่ และได้ดี

การเป็นนักฟุตบอลอาชีพนั้น เรื่องการตัดสินใจย้ายสังกัดถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดสำหรับพวกเขา เพราะคุณจะเกิดหรือดับก็ขึ้นอยู่กับสโมสรที่เลือก และแน่นอนว่า มันก็เหมือนการเสี่ยงดวงครั้งใหญ่ในชีวิต

นักเตะดังมากมายสมัยยังเป็นดาวรุ่งโนเนม พวกเขาบางคนแทบไม่มีโอกาสได้สัมผัสเกมกับทีมชุดใหญ่เลยด้วยซ้ำ บางคนก็ต้องถูกปล่อยไปเล่นด้วยสัญญายืมตัวกับลีกระดับล่าง รวมถึงโดนปล่อยออกจากสโมสรด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ 

แข้งชื่อดังเหล่านี้ ไม่น่าเชื่อว่า ในอดีตที่ผ่านมา พวกเขากล้าที่จะเดินหันหลังให้กับต้นสังกัด ซึ่งเป็นทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนัง และเลือกทางเดินใหม่ให้กับตัวเอง จนสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักจนถึงวันนี้

1.มาร์โก รอยส์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

หนึ่งในผู้เล่น โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เพียงไม่กี่คนที่ บาเยิร์น มิวนิค ไม่ได้พยายามที่คว้าตัวไปร่วมทีม โดยปัจจุบัน รอยส์ ยังคงค้าแข้งอยู่ในถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค เป็นฤดูกาลที่ 7 ติดต่อกัน แม้จะตกเป็นข่าวเชื่อมโยงในการย้ายสังกัดอยู่ทุกซัมเมอร์ก็ตาม

ปีกทีมชาติเยอรมัน เป็นเด็กลูกหม้อของ ดอร์ทมุนด์ ตั้งแต่เริ่มเล่นฟุตบอล ก่อนจะถูกปล่อยออกจากสโมสรในปี  2006 เนื่องจากมีร่างกายผมบางเกินไป จากนั้น รอยส์ ย้ายไปร่วมทีม ร็อต-ไวส์ อาห์เล่น และ มึนเช่นกลัดบัค ก่อนจะย้ายกลับมายังทัพ “เสือเหลือง” ในปี 2012 ด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์

รอยส์ แสดงให้ทุกคนเห็นว่า ความพยายามของเขาประสบความสำเร็จในการพาตัวเองกลับสู่ ดอร์ทมุนด์ อีกครั้ง และเจ้าตัวยืนยันว่า ต้องการจะแขวนสตั๊ดกับสโมสรที่เขารักแห่งนี้ในอนาคต

2.ฆวน มาต้า (เรอัล มาดริด)

มาต้า แจ้งเกิดได้อย่างโดดเด่นกับ บาเลนเซีย แต่ทุกคนลืมกันไปว่า เขาเปิดตัวในฐานะนักฟุตบอลอาชีพกับครั้งแรกกับ คาสติญ่า ซึ่งเป็นทีมสำรองของ เรอัล มาดริด ในปี 2006 พร้อมฝากผลงาน 10 ประตู จาก 39 เกม

จากผลงานที่สุดยอดกับ คาสติญ่า แต่ไม่มีโอกาสสอดแทรกขึ้นมาในทีมชุดใหญ่ของ มาดริด จึงทำให้ บาเลนเซีย ยื่นโอกาสให้ มาต้า ย้ายไปร่วมทีมในปี 2007 และจากฟอร์มอันร้อนแรงกับ “ไอ้ค้างคาว” เชลซี จึงยอมทุ่มเงิน 23.5 ล้านปอนด์ คว้าตัว เขาไปเสริมทัพในปี 2011

ปีกชาวสเปน ประสบความสำเร็จกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” อย่างมาก ด้วยการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย และยูโรป้า ลีก 1 สมัย ก่อนจะอำลาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนมกราคมปี 2014 และอยู่กับ “ปีศาจแดง” จนถึงตอนนี้

3.ซามูเอล เอโต้ (เรอัล มาดริด)

อดีตยอดหัวหอกทีมชาติแคเมอรูน คว้าแชมป์ลา ลีกา 3 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย กับ บาร์เซโลนา แต่อาชีพของเขาเริ่มต้นที่ทีมคู่อริตลอดกาลของ “เจ้าบุญทุ่ม” อย่าง เรอัล มาดริด โดยระหว่างค้าแข้งกับ “ราชันขุดขาว” เอโต้ ตระเวนไปเล่นแบบยืมตัวกับ เลกาเนส, เอสปันญ่อล และย้ายไป เรอัล มายอร์ก้า เป็นการถาวรในปี 2000

ดาวยิง “หมอผี” ทำผลงานกับ มายอร์ก้า ได้อย่างสุดยอด ก่อนที่ บาร์เซโลนา จะทุ่มเงิน 24 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขาไปล่าตาข่ายในปี 2004 จากนั้น เอโต้ กลายเป็นผู้เล่นหลักในยุคของ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า 2 อดีตกุนซือ “เจ้าบุญทุ่ม” พร้อมพาทีมประสบความสำเร็จอย่างนับไม่ถ้วน

Source : manchestereveningnews

4. ปอล ป็อกบา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ย้อนกลับไปช่วงซัมเมอร์ปี 2012 ป็อกบา บอกปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และตัดสินใจเดินออกจาถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ไปร่วมทีม ยูเวนตุส แบบไม่มีค่าตัว โดยให้เหตุผลว่า ต้องการโอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่อย่างสม่ำเสมอ

ในระหว่างที่ค้าแข้งกับ ยูเวนตุส กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส กลายเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของทีม และพา “เจ้าม้าลาย” กวาดแชมป์มากมาย ก่อนที่  แมนฯยูไนเต็ด ต้องทุ่มเงินเป็นสถิติโลก 89 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขากลับไปร่วมทีมอีกครั้ง ในปี 2016

        นอกจากนี้ ป็อกบา ยังได้รับการยกย่องว่า เป็นการทำธุรกิจที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ยูเวนตุส อีกด้วย

Source : eurosport

5. เชส ฟาเบรกาส (บาร์เซโลนา)

ฟาเบรกาส ซึ่งเป็นเด็กปั้น บาร์เซโลนา ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดในปี 2003 ด้วยการย้ายไปร่วมทีม อาร์เซนอล ในยุคที่ อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นกุนซือ และกองกลางชาวสเปน ได้เปิดตัวในทีมชุดแรกของ “ไอ้ปืนใหญ่” ในวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น

ตลอดเวลา 9 ปี กับ อาร์เซนอล นั้น ฟาเบรกาส ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยลงเล่นให้กับ “ไอ้ปืนใหญ่” ไปเกิน 200 เกม ก่อนที่ บาร์เซโลนา จะซื้อตัวเขากลับไปยังถิ่นคัมป์ นู ในปี 2011

        ฟาเบรกาส คว้าแชมป์ร่วมกับร่วมกับ บาร์เซโลนา หลายรายการ อาทิ แชมป์ลา ลีกา, โคปา เดย์ เลย์ และยูฟ่า ซุเปอร์คัพ แต่เขาไม่ได้เป็นตัวหลักของ “เจ้าบุญทุ่ม” จึงทำให้เจ้าตัวต้องย้ายไปยัง เชลซี ในปี 2014 ก่อนจะย้ายมายัง โมนาโก เมื่อเมื่อเดือนมกราคมปี 2019

Source : theguardian

6. อาเดรียง ราบิโอต์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

เชื่อได้ว่าแฟนบอลหลายคนลืมไปแล้วว่า ราบิโอต์ เคยเป็นนักเตะเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยกองกลางเฟรนช์แมน ใช้เวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้นในสีเสือ “เรือใบสีฟ้า” ในปี 2008 ก่อนจะกลับไปยังบ้านเกิดที่ประเทศฝรั่งเศส หลังจากที่พ่อ-แม่ของเขาอ้างว่า ลูกชายถูกทำร้ายร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ราบิโอต์ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และค้าแข้งในถิ่น ปาร์ค เดส์ แพรงซ์ ยาวนานถึง 6 ฤดูกาล ก่อนจะหมดสัญญา และย้ายไปร่วมทีม ยูเวนตุส แบบไม่มีค่าตัวเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

Source : express.co.uk

7. เคราร์ด ปิเก้ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ในปี 2008 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตยอดกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง จอนนี่ อีแวนส์ หรือ ปิเก้ ให้อยู่กับทีมต่อไป และผู้จัดการทีมชาวสก็อตแลนด์ ก็ตัดสินใจเก็บ อีแวนส์ ไว้ในทัพ “ปีศาจแดง” ทำให้ ปิเก้ ต้องย้ายกลับไปยัง บาร์เซโลนา ทีมในวัยเด็กของเขาอีกครั้ง

ปิเก้ ย้ายออกจาก แมนฯยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวเพียง 5 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็นการลงทุนที่ยอดเยี่ยมของ บาร์โซลนา โดยปราการหลังทีมชาติสเปน เป็นตัวหลักของ “เจ้าบุญทุ่ม” มานานกว่า 10 ซีซั่น พร้อมคว้าแชมป์รายการสำคัญมากมาย อาทิ แชมป์ลีก 8 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก 3 สมัย

Source : lifeafterfootball

8. คลาส แยน ฮุนเตลาร์ (พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น)

ดาวยิงชาวดัตช์ อาจเป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม แต่ ฮุนเตลาร์ ลงประเดิมสนามครั้งแรกในอาชีพของเขากับทีมคู่อริอย่าง พีเอสวี ภายใต้การคุมทัพของ กุดส์ ฮิดดิ้งค์ ก่อนจะย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ เดอ กราฟสคัป ในปี 2003

ในปีต่อมา ฮุนเตลาร์ ย้ายจาก พีเอสวี มาแจ้งเกิดกับ ฮีเรนวีน อย่างเต็มตัว ด้วยการกระหน่ำไปถึง 39 ประตู จาก 60 เกม ทำให้ อาแจ็กซ์ จ่ายเงิน 9 ล้านปอนด์ คว้าตัวไปล่าตาข่าย โดยหัวหอก “กังหันสีส้ม” ก้าวสู่จุดสุงสุดในชีวิตในการได้โอกาสย้ายไปเล่นกับ เรอัล มาดริด ในปี 2009

ภาพประกอบ : clubcall.com, fourfourtwo.com, actucameroun.com, manchestereveningnews.co.uk, eurosport.co.uk, theguardian.com, express.co.uk, lifeafterfootball.eu

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง