รวมฮิตหนังเด็ดต้องดู ต้อนรับคืนหลอนฮาโลวีน - TheMacho
 263
รวมฮิตหนังเด็ดต้องดู ต้อนรับคืนหลอนฮาโลวีน

ถ้าพูดถึงเทศกาลต่างๆ ของเมืองนอก ที่บ้านเราก็ร่วมเอ็นจอยไปด้วย “เทศกาลฮาโลวีน” หรือเรียกในแบบฉบับไทยๆ ว่า “คืนปล่อยผี” ซึ่งตรงกับวันที่ 31 ต.ค. ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่หลายคนอินกับบรรยากาศไปด้วยเช่นกัน

นอกเหนือจากพวกห้างร้าน และสินค้าต่างๆ ที่จะมีแคมเปญเพื่อสร้างบรรยากาศกับเทศกาลนี้ พวกหนังที่เข้ากับบรรยากาศ ก็จะถูกหยิบเอามาพูดถึงกันอีกหน ทุกช่องทางที่เราหาดูชมได้

ใกล้ฮาโลวีนแล้ว มาสร้างบรรยากาศรับคืนสยองขวัญกันดีกว่า
(Source : Taste of Cinema)

เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์กับเค้า เราเลยนึกสนุก ลิสต์หนังที่น่าดูสำหรับเทศกาลฮาโลวีนดูบ้าง เผื่อใครจะอยากหยิบเอามาดู เพื่อเพิ่มบรรยากาศทั้งกับเพื่อน กับแฟน กับครอบครัว หรือดูคนเดียว มีมาให้พร้อมที่นี่เลย

หนังคลาสสิกที่ไม่ควรพลาด

เริ่มต้นกันด้วยตระกูลหนังคลาสสิก ที่ถูกยกขึ้นหิ้ง ว่าเป็นหนังสยองขวัญ หรือหนังที่เหมาะกับบรรยากาศฮาโลวีน ที่ทุกคนไม่ควรพลาด

ติดตราตรึงใจ

Scream (หนังปี 1996)

(Source : Netflix)

แม้ Scream จะถูกสร้างขึ้นมาหลากหลายภาค แต่เรื่องของความคลาสสิก หนีไม่พ้นภาคแรกที่ออกฉายเมื่อปี 1996 จากผลงานกำกับของมือเอกด้านหนังสยองขวัญอย่าง “เวส คราเว่น” ที่ล่วงลับไปแล้ว

หนังแนะนำให้เรารู้จักตัวละคร “ซิดนี่ย์ เพรสค็อตต์” ซึ่งรับบทโดยสาวฮ็อตยุคนั้น “เนฟ แคมป์เบลล์” เธอต้องเผชิญกับคนร้ายที่มุ่งหมายจะทำร้ายเธอ และเพื่อน หลังจากเหตุการณ์ที่แม่ของเธอโดนฆาตกรรม ผ่านไปไม่นาน

[Source : YouTube (M.B.)]

Scream ถือเป็นการประสานหนังวัยรุ่น, หนังสยองขวัญ และจังหวะจะโคนแบบ “jump scare” ที่ลงตัวพอดี ไม่แปลกที่จะได้รับความนิยมทั่วโลก และทำต่อมาอีกหลายภาค

A Nightmare on Elm Street (1984)

(Source : Movie House Memories)

หนังต้นตำรับ อีกหนึ่งฝีมือกำกับของ “เวส คราเว่น” แนะนำให้เรารู้จักตัวละครสยองโสตประสาท พี่ “นิ้วเขมือบ” หรือ “เฟร็ดดี้ คูเกอร์” ที่จะออกมาหลอกหลอน “แนนซี่” สาววัยรุ่น ในยามหลับฝัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันเป็นความฝันสุดสยองที่สมจริง และเริ่มแยกไม่ออกว่าอะไรเกิดขึ้นกันแน่

นอกเหนือจาก “โรเบิร์ต อิงลุนด์” ที่มารับบทเฟร็ดดี้จนเป็นภาพจำของใครหลายคน หนังเรื่องนี้ยังมี “จอห์นนี่ เดปป์” ในวัยหนุ่มฟ้อ ร่วมแสดงนำด้วย

[Source : YouTube (Movieclips Classic Trailers)]

ความสำเร็จของหนัง ทำให้หนังมีภาค 2 และ 3 ตามมาติดๆ ในอีก 3-4 ปีต่อมา แต่ภาคทำใหม่ในปี 2010 ไม่ตอบโจทย์ และล้มเหลวเหมือนหนังรีเมคมากมาย

Ghostbusters (1984)

(Source : Radio Deejay)

หลอนไปแล้ว ก็มาแบบดูได้ทุกวัยบ้าง กับ “บริษัทกำจัดผี” หรือ “Ghostbusters” หนังที่เรียกเสียงฮือฮาในสมัยนั้น ด้วยเรื่องราวที่สนุก และมีความแฟนตาซี วิช่วลตื่นตา จนได้ชิงออสการ์ด้วย

หนังเล่าเรื่องราวของบริษัทกำจัดผี ซึ่งมี 4 สมาชิก (3 คนเป็นถึงโปรเฟสเซอร์!) ที่ศึกษาเรื่องพลังเหนือธรรมชาติ และคอยช่วยเหลือผู้คน ที่พบเจอกับวิญญาณก่อกวนมากมายหลายแบบ

[Source : YouTube (Movieclips Classic Trailers)]

หนังมีการหยิบเอามาทำใหม่ในเวอร์ชั่นทีมปราบผีหญิงด้วย ในปี 2016 นี่เอง แม้จะดูสนุกดีเพลินๆ แต่เรื่องความคลาสสิก คงต้องยกให้เวอร์ชั่นแรกเท่านั้นแหละ

เรื่องอื่นๆ ก็น่าดู : Casper (1995), Halloween (1978), The Exorcist (1973), Child’s Play (1998), Beetlejuice (1988), The Texas Chain Saw Massacre (1974)

ยุค 90-2000 เนื้อหาน่าลอง

มาต่อด้วยหนังยุคช่วงปี 90-2000 ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ จนถูกพูดถึง และกลายเป็นหนังฮ็อตฮิตที่แฟนหนังสยองขวัญต้องเคยสัมผัสซักครั้ง ไม่ว่าจะในโรง หรือคลุมโปงดูอยู่บ้าน

ติดตราตรึงใจ

The Sixth Sense (1999)

(Source : Variety)

ผลงานมาสเตอร์พีซของ “เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน” กับประโยคเด็ดที่ใครก็จำได้ “I see dead people.” ของตัวละครเด็ก “โคล” ที่มีสัมผัสพิเศษมองเห็น และสื่อสารกับวิญญาณคนตายได้

นอกจากนั้น หนังเรื่องนี้ยังมี “บรูซ วิลลิส” ในบท “มัลคอล์ม” ผู้มีบทบาทสำคัญ ในการพยายามช่วยเหลือโคล ให้มีอาการดีขึ้น

[Source : YouTube (Movieclips Classic Trailers)]

ด้วยเรื่องราวที่น่าติดตาม มีความสยองแบบเย็นๆ แถมยังมีจุดทวิสต์ ที่ขมวดปมเรื่องราวได้ดี ทำให้หนังเรื่องนี้ ติดเป็นหนึ่งใน Top 200 ของ IMDb แถมยังได้เข้าชิงถึง 6 ออสการ์ รวมทั้งรางวัลหนังยอดเยี่ยมแห่งปีด้วย

The Blair Witch Project (1999)

(Source : Mirror)

หนังถ่ายด้วยกล้องแฮนดี้แคม เพราะอยู่ในเหตุการณ์จริงที่คนถ่ายทำ เป็นกลุ่มนักศึกษา 3 คน ที่หลงเข้าไปในป่าลึกลับที่ว่ากันว่ามีตำนานแม่มดอยู่

[Source : YouTube (The Trailer Guy)]

ว่ากันตามตรง แม้ตอนดูเราจะรู้สึกว่ามันจะมีอะไรมั้ยว้า แล้วมันเรียกว่าสนุกได้มั้ย แต่ความแปลกใหม่ในตอนนั้น ทำให้หนังโกยรายได้ถล่มทลาย และถูกพูดถึงปากต่อปากจนเป็นกระแส ความสมจริงของการถ่ายทำ ในสมัยที่ยูทูป และเฟซบุ๊ค ยังไม่คลอด ทำให้ทุกคนอยากลองดูมันซักครั้ง

Sleepy Hollow (1999)

(Source : The Spool)

อีกหนึ่งหนังแฟนตาซี ที่มีอารมณ์สยองขวัญในแบบฉบับ “ทิม เบอร์ตัน” รับบทนำโดยดาราสุดฮ็อตในตอนนั้นทั้ง “จอห์นนี่ เดปป์” และ “คริสติน่า ริชชี่” ถือเป็นหนังที่กลิ่นไอแปลกใหม่ และน่าดูในสมัยนั้น

[Source : YouTube (Movieclips Classic Trailers)]

แม้หลายต่อหลายคนจะชอบแซวว่าเลือดในหนังเหมือน “ซอสมะเขือเทศ” แต่เนื้อหาของหนัง ที่หยิบเอาตำนานของคนหัวขาดบนหลังม้า ก็ทำให้มวลรวมของหนังดูสนุก งานด้านภาพในแบบของเบอร์ตัน ก็ถือว่าเข้าขั้น และหยิบเอามาดูซ้ำได้ไม่เบื่อ

The Silence of the Lambs (1991)

(Source : Bloody Disgusting)

ใช่ว่าจะมีแต่หนังผีสาง ที่เหมาะกับฮาโลวีนอย่างเดียว หนังระทึกขวัญที่เกี่ยวกับคน ก็เหมาะกับบรรยากาศฮาโลวีนเช่นกัน ที่สุดในนั้นต้องมีชื่อของ “The Silence of the Lambs” หนังชนะ 5 ออสการ์ ของผู้กำกับ “โจนาธาน เดมม์” ที่จากไปไม่นานนี้

[Source : YouTube (Movieclips Classic Trailers)]

สิ่งที่คนจดจำได้ดีที่สุด คือการรับบท “ดร.ฮานนิบาล เลคเตอร์” ของ “แอนโธนี่ ฮ็อพกินส์” ที่หมดจด เด็ดขาด สร้างบรรยากาศสะพรึงทุกครั้งที่ดอกเตอร์แกปรากฏตัวออกจอ นอกเหนือจากนั้น “โจดี้ ฟอสเตอร์” ในบท “แคลรีซ” ยังช่วยเติมเต็มให้หนังมีมิติ และเห็นถึงอารมณ์ลึกๆ ในก้นบึ้ง ได้เฉียบดีแท้

เรื่องอื่นๆ ก็น่าดู : Paranormal Activity (2007), The Craft (1996), The Addams Family (1991), Corpse Bride (2005), The Others (2001), House of Wax (2005)

หนังสั่นประสาท เอาจนนั่งไม่ติด

หมวดหมู่นี้ จะเริ่มเป็นหนังใหม่นิดนึง ที่เริ่มมีลูกเล่นในการทำให้คน jump scare หรือตกใจ ในแบบฉบับเสียง และภาพ กับคอหนังสยองขวัญที่คุ้นชิน อาจจะไม่โดนกระตุกต่อมมาก แต่สำหรับคอหนังสยองขวัญขาจร (อย่างผม) บอกเลยว่าปิดตาแล้วปิดตาอีก

ติดตราตรึงใจ

Drag me to Hell (2009)

(Source : Bloody Disgusting)

หนังกระตุกขวัญ ของอีกหนึ่งเซียนหนังสยองขวัญ “แซม ไรมี่” ที่สร้างชื่อมาจาก “The Evil Dead” โดย “Drag me to Hell” ถือเป็นการกลับมาทำหนังสยองขวัญที่เขาถนัด หลังเปลี่ยนแนวไปกำกับ “Spider-Man” ไตรภาคเวอร์ชั่น “โทบี้ แม็คไกวร์” อยู่นานหลายปี

[Source : YouTube (ScreamFactoryTV)]

หนังเริ่มด้วยเนื้อหาธรรมดา เมื่อหญิงสาวคนนึงจำใจต้องปฏิเสธการช่วยเหลือคุณยายท่าทางแปลกจากงานของเธอ ทำให้เธอต้องเจอทีเด็ดความเหวี่ยงของคุณยาย ถึงขั้นต้องคำสาป และถูกตามจองล้างจองผลาญ อยากจะส่งเธอลงนรกซะงั้น!

The Conjuring (2013)

(Source : CGM Backlot)

อีกหนึ่งหนังที่ประสบความสำเร็จของ “James Wan” เจ้าพ่อหนังสยองขวัญยุคใหม่ ที่มี “Saw” และ “Insidious” ประสบความสำเร็จไปก่อนหน้า โดย “The Conjuring” หยิบเอาเคสจริง จากการพบเจอเรื่องราวสยองขวัญของคู่สามี-ภรรยา “เอ็ด และลอร์รีน วอร์เรน”

[Source : YouTube (Warner Bros. Pictures)]

ความชัดเจนของ The Conjuring ที่นอกเหนือจาก jump scare ที่แวะเวียนมาให้ตกกะใจกันบ่อยๆ แล้ว การคลายปมของคดีถูกวางมาอย่างดี ให้เหมาะสมกับการนำมาถ่ายทอดเป็นหนังได้น่าติดตาม

เรื่องอื่นๆ ก็น่าดู : Orphan (2009), Insidious (2010), A Tale of Two Sisters (2003), Cabin in the Wood (2011)

ความสยองขวบปีหลัง

แบ่งออกมาเป็นหมวดหมู่พิเศษ สำหรับหนังที่ออกฉายในช่วงปีหลังๆ ซึ่งแม้หนังแนวทางนี้ จะลงโรงฉายไม่น้อย แต่เรื่องที่คัดสรรมา เป็นหนังที่มีความโดดเด่นในตัว และได้รับคำชมในส่วนของการวางคาแรกเตอร์ เนื้อหา โดยไม่ได้กะจะทำให้สะดุ้งตุ้งแช่ เพียงอย่างเดียว

ติดตราตรึงใจ

Hereditary (2018)

(Source : The Atlantic)

หนังสยองขวัญ บวกระทึกขวัญ ที่สั่นประสาทด้วยบรรยากาศ คาแรกเตอร์ที่วางมา และงานโปรดักชั่นที่สมแล้วกับคำชื่นชมทั่วสารทิศ ทั้งจากผู้กำกับด้วยกัน หรือเทศกาลหนัง ที่ถูกหยิบเอาไปฉาย

Hereditary หยิบเอาเรื่องราวใกล้ตัวอย่างเรื่องของ “ครอบครัว” มาสร้างแง่มุมที่กดดัน ยากจะคาดเดา ว่าจะเจอกับเรื่องราวอะไร หรือสู้กับอะไร หนังไม่ได้มีดีแค่งานเสียง และภาพที่ทำให้เราตกใจ แต่ยังสอดแทรกเรื่องราวไว้ได้ดีอีกต่างหากด้วย

[Source : YouTube (A24)]

ผู้กำกับของเรื่อง “อาริ แอสเตอร์” ได้รับคำชมไม่น้อย และถูกจับตาว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับหนังสยองขวัญแนวหน้า ปีนี้ที่ผ่านมา เขาก็มีหนังเรื่อง “Midsommer” ออกมา ซึ่งก็ได้รับคำชมเช่นกัน

The Babadook (2014)

(Source : Hollywood Reporter)

หนังบรรยากาศทึมๆ ซึ่งไม่ได้เป็นหนังลงทุนสูง และอยู่ในกระแสในตอนแรก แต่ด้วยคุณภาพของหนังเอง และการแสดงบทแม่-ลูก ที่ชวนให้เราสะพรึง ทำให้หนังได้รับการจับตาจากเวทีรางวัลต่างๆ และเข้าฉายในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงบ้านเราด้วย

[Source : YouTube (Movieclips Trailers)]

หนังเล่าเรื่องราวของแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องดูแลลูกชายที่มีอาการหลอนในเวลากลางคืน ซึ่งไปสอดคล้องกับเรื่องราวของ “บาบาดุ๊ก” หนังสือนิทานหลอกเด็ก ที่ในความรู้สึกของทั้งคู่ รู้สึกว่ามันจะกลายเป็นจริงขึ้นมาทุกที

Get Out (2017)

(Source : Film)

หนังสยองขวัญที่กลายเป็นกระแสทั้งบนเวทีรางวัล และการโกยเงินจากการเข้าฉายทั่วโลกมากมาย ส่งผลให้ชื่อของผู้กำกับ “จอร์แดน พีล” เปลี่ยนจากผู้กำกับหน้าใหม่ เป็นผู้กำกับเนื้อหอม ที่ต่อมามีหนังเรื่อง “Us” ตามมาโกยเงินอีกในปีนี้

จุดเด่นของ Get Out คือทำให้เรานั่งไม่ติด ลุ้นไปกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อๆ ไปในหนัง ทั้งที่เนื้อหาที่หนังเล่า เป็นแค่การเริ่มต้นด้วยชายผิวสี ที่ต้องไปเยี่ยมบ้านของแฟนที่เป็นคนผิวขาว เท่านั้นเอง

[Source : YouTube (Movieclips Trailers)]

“ดาเนี่ยล คาลูย่า” มอบการแสดงที่ยอดเยี่ยม จนมีชื่อชิงออสการ์ บวกกับเนื้อหาของหนัง และการปล่อยให้คนดูเจอปมที่คลายออกไปเรื่อยๆ จึงไม่แปลกใจว่า Get Out จะติดอยู่ในลิสต์หนังต้อนรับฮาโลวีน แทบจะทุกสำนัก

เรื่องอื่นๆ ก็น่าดู : It (2017), The Witch (2015), A Quiet Place (2018), Goodnight Mommy (2014), Lights Out (2016)

หนังไทย ไม่ดูได้ไง!

ไม่มีอะไรปิดท้ายไปได้ดีกว่า “หนังไทย” นี่แหละ เพราะด้วยภาพที่เราคุ้นชิน บวกกับภาษาที่ฟังแล้วเข้าใจทันที มันจึงทำให้หนังสยองขวัญไทย ชวนให้เราสะพรึงรับฮาโลวีน ไม่แพ้หนังต่างชาติเลย

ติดตราตรึงใจ

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (พ.ศ. 2547)

(Source : FWIPTV 4K)

ไม่พูดถึงหนังที่ไม่ให้พักผ่อนหายใจเรื่องนี้คงไม่ได้ กับ “ชัตเตอร์” หนังผีไทยที่ถูกต่างชาติ เอาไปรีเมคทำใหม่หลายเวอร์ชั่น ผลงานกำกับของ “โต้ง-บรรจง” และ “โอ๋-ภาคภูมิ” ที่ถือเป็นลูกเล่นใหม่ๆ ของหนังสยองขวัญไทยในยุคนั้น

[Source : YouTube (GTHchannel)]

เรื่องราวคงไม่ต้องเกริ่นกันแล้ว เพราะน่าจะเคยดูกัน ขอพูดถึงฉากที่ติดตาตรึงใจดีกว่า อย่างการเล่นช็อตถ่ายภาพในห้องมืด ที่มีแค่แสงแฟลชกระพริบ หรือฉากตอนท้าย ที่เฉลยภาพผ่านกระจกประตู คิดถึงแค่นี้ ก็ขนลุกซู่แล้ว!

คน ผี ปีศาจ (2547)

(Source : Twitter)

หนังสยองขวัญจากสหมงคลฟิล์ม ที่น่ากลัวเกินคาดคิด กับโลเคชั่นที่เกิดในตึกแถว และเต็มไปด้วยความน่ากลัว ที่คนดูก็ลุ้นกันปัสสาวะแทบเล็ด ว่าพี่จะออกมาแฮ่เมื่อไหร่กัน

หนังเรื่องนี้ เป็นหนังเรื่องแรกๆ ที่ “มะเดี่ยว-ชูเกียรติ” กำกับเต็มตัว ก่อน “13 เกมสยอง” และ “รักแห่งสยาม” เสียอีก โดยคน ผี ปีศาจ มี “อเล็กซ์ เรนเดลล์” และ “แอร์-ภุมวารี” เป็นตัวเดินเรื่องสำคัญ

(ขออภัย หาตัวอย่างไม่ได้จริงๆ เลยเอาภาพรวมๆ ของหนังมาแทน – ผู้เขียน)
[Source : YouTube (A Girl Next Game)]

ฉากและซีนที่หนังเลือกใช้ รวมถึงการสร้างบรรยากาศต่างๆ ถือว่าค่อนข้างแปลกใหม่ และทำให้เรากลัวไปหมดไม่ใช่แค่ตกใจสะดุ้งโหยง ดูจบแล้ว รับรองว่าจะหลอนไปอีกหลายวัน

เปนชู้กับผี (2549)

(Source : Five Star Production)

หนังฟีลลิ่งแตกต่าง ที่นอกเหนือจะเต็มไปด้วยการโปรดักชั่นที่เชื่อมือได้ของ “วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง” ยังรวมการแสดงที่ยอดเยี่ยมของ “นุ่น-ศิรพันธ์” เข้าไปอีก ทำให้หนังเรื่องนี้ เป็นหนังสยองขวัญไทย ที่ควรค่าแก่การชม

[Source : YouTube (NunSiraphunFC)]

เปนชู้กับผี สร้างบรรยากาศเย็นยะเยือกให้กับผู้ชมตลอด และทำให้เราสัมผัสได้ถึงความอยากรู้อยากเห็นของตัวละคร ซึ่งนำไปสู่เรื่องราว ที่ชวนให้เราขนหัวลุกไปโดยไม่ต้องยัดเยียดอะไรเลย

เรื่องอื่นๆ ก็น่าดู : สี่แพร่ง (2551), ลองของ (2548), แฝด (2550), กระสือวาเลนไทน์ (2549), โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต (2551), 303 กลัว/กล้า/อาฆาต (2541)

Picture : TheBuzzMag.ca, Netflix, Movie House Memories, Radio Deejay, Variety, Mirror, The Spool, Bloody Disgusting, CGM Backlot, The Atlantic, Hollywood Reporter, Film, FWIPTV 4K, Twitter, Five Star Production, Taste of Cinema

Trailer : YouTube (N.B., Movieclips Classic Trailers, The Trailer Guy, ScreamFactoryTV, Warner Bros. Pictures, A24, Movieclips Trailers, GTHchannel, A Girl Next Game, NunSiraphunFC)

rocketseer

ทำงานเกม-ติดเกมบ้าง | บ้าบอล-เป็น The KOP | บ้าดูหนัง-มีเพจหนัง | บ้ากิน-มีพุงแล้วเนี่ย!

บทความที่เกี่ยวข้อง