นักเตะฝีเท้าดีที่ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกเร็วไป - TheMacho
 231
นักเตะฝีเท้าดีที่ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกเร็วไป

        บางทีในชีวิตคนเราการตัดสินใจเร็วเกินไปมันก็ไม่ดีนัก ไม่เว้นแม้แต่ในวงการฟุตบอลเองก็ตาม ผู้เล่นหลายคนเลือกจะย้ายสโมสรในเวลาที่ไม่เหมาะสม มันก็ทำให้พวกเขาต้องเจอความล้มเหลว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งขึ้นชื่อว่า เป็นลีกที่เล่นด้วยความรวดเร็ว โหด ดุดัน และแข็งแกร่งมากที่สุดในโลก

        นักเตะฝีเท้าดีหลายราย เลือกจะย้ายมาเล่นในเมืองผู้ดีเพื่อหวังที่จะมีเส้นทางอาชีพที่สวยงาม และประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช้แบบนั้นเสมอไป เพราะบรรดาแข้งชื่อดังเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า แม้คุณจะโชว์ฟอร์มได้ดีกับทีมเก่า แต่เมื่อคุณย้ายมาในพรีเมียร์ลีก คุณก็อาจจะดับเอาง่ายๆ เช่นกัน

1. ยอน ดาห์ล โทมัสสัน (นิวคาสเซิล)

Source : theversed

ยอดหัวหอกทีมชาติเดนมาร์ก ถูกเซ็นสัญญามาโดย เคนนี่ ดัลกลิช อดีตกุนซือ นิวคาสเซิล ในเวลานั้น หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับ ฮีเรนวีน ทีมดังในศึกเอเรดิวิซี่ลีก ประเทศฮอลแลนด์ ซึ่ง โทมัสสัน ถูกวางตัวไว้เป็นแบ็คอัพของ อลัน เชียร์เรอร์ ตำนานดาวยิงแห่งทัพ “สาลิกาดง”

อย่างไรก็ตาม เชียร์เรอร์ ดวงแตกได้รับบาดเจ็บยาว ทำให้ โทมัสสัน ถูกส่งให้ลงสนามเป็นกองหน้าตัวหลักของ นิวคาสเซิล เร็วกว่าที่คิดเอาไว้ และเขาไม่สามารถปรับตัวกับลีกใหม่ได้ จนในที่สุด “สาลิกาดง” ต้องยอมปล่อยเขาออกจากสโมสร หลังอยู่กับทีมได้เพียงซีซั่นเดียวเท่านั้น

ภายหลังออกจากถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค โทมัสสัน ย้ายไปเล่นกับ เฟเยนูร์ด และโชว์ฟอร์มถล่มประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ทำให้ เอซี มิลาน คว้าตัวเขาไปร่วมทีมในเวลาต่อมา ซึ่งเจ้าตัวยังสร้างสถิติเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของทัพ “โคนม” อีกด้วย

2. เยอโรม บัวเต็ง (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

Source : readmancity.com

“การย้ายไปเล่นในอังกฤษ คุณอาจถูกส่งลงสนามทันที ทั้งที่ความจริงแล้วคุณต้องใช้เวลาซักพักในการปรับตัว และสื่อมวลชนในภาษาอังกฤษ เขาไม่ได้ให้เวลากับฟอร์มย่ำแย่ของคุณ” บัวเต็ง เคยให้สัมภาษณ์ไว้หลังจากที่เขาค้าแข้งอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเวลา 1 ซีซั่น และไม่ประสบความสำเร็จ

ปราการหลังทีมชาติเยอรมัน ต้องดิ้นรนอย่างหนักในทัพ “เรือใยสีฟ้า” เข้าไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในแนวรับของทีมได้ ก่อนที่ บาเยิร์น มิวนิค จะสบโอกาสยื่นข้อเสนอเพียง 13.5 ล้านยูโร คว้าตัวเขาไปเสริมทัพในปี 2011

นับตั้งแต่ย้ายมาเล่นกับ บาเยิร์น บัวเต็ง กลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนหลังของทีมทันที พร้อมกับประสบความสำเร็จกับพลพรรค “เสือใต้” อย่างมากมาย อาทิ แชมป์ลีก 7 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 4 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย

3. มาร์โก มาเตรัซซี่ (เอฟเวอร์ตัน)

Sourec : Twitter Everton

หนึ่งในนักเตะที่ได้เล่นให้กับ เอฟเวอร์ตัน และคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก มาเตรัซซี่ ย้ายจาก เปรูจา มายังถิ่นกูดิสัน ปาร์ค ในปี 1998 โดยปราการหลังชาวอิตาลี อยู่กับ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เพียงซีซั่นเดียว และโดนใบแดงไล่ออกไปถึง 3 ครั้ง

ในปีต่อมา มาเตรัซซี่ ถูกปล่อยตัวกลับไปยัง เปรูจา อีกครั้ง ก่อนจะโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง จนทำให้ อินเตอร์ มิลาน คว้าตัวเขาไปเสริมทัพ โดยระหว่างอยู่กับ “งูใหญ่” กองหลังพันธุ์โหด กวาดแชม์อย่างนับไม่ถ้วน อาทิ แชมป์ลีก 5 สมัย, โคปปา อิตาเลีย 4 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย

4.ดิเอโก้ ฟอร์ลัน (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

Source : weallfollowunited.com

ฟอร์ลัน ย้ายมาด้วยความคาดหวังจากแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” ชิงตัดหน้าคว้าตัวเขามาจาก มิดเดิ้ลสโบรช์ ได้สำเร็จ ด้วยค่าตัว 6.9 ล้านปอนด์

หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย ต้องใช้เวลานานถึง 27 เกม ซึ่งเป็นเวลากว่า 8 เดือน ถึงจะยิงประตูแรกของเขาให้กับ แมนฯยูไนเต็ด ได้ อย่างไรก็ตาม แฟนบอล “ปีศาจแดง” ยังคงชื่นชมเขากับ 2 ประตู ที่ซัดใส่ ลิเวอร์พูล ในศึกแดงเดือดเมื่อปี 2002

ฟอร์ลัน อยู่ค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นเวลา 3 ฤดูกาล ก่อนจะถูกขายให้กับ บียาร์เรอัล จากนั้น เขาย้ายไปยัง แอตเลติโก มาดริด โดยระหว่างค้าแข้งในศึกลา ลีกา สเปน นั้น ดาวยิงทัพ “จอมโหด” ระเบิดฟอร์มถล่มประตูเป็นว่าเล่นจนคว้ารางวัลดาวซัลโวมาแล้วด้วย

5. หลุยส์ อัลแบร์โต้ (ลิเวอร์พูล)

Source : Twitter Liverpool FC

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อดีตกุนซือ ลิเวอร์พูล เปรียบเทียบว่า อัลแบร์โต้ มีสไตล์ และฝีเท้าใกล้เคียงกับ เฟลิเป้ คูตินโญ่ อดีตยอดจอมทัพชาวบราซิล ของ “หงส์แดง” หลังจากที่ดาวเตะชาวสเปน ย้ายจาก เซบีย่า มาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อปี 2013 ด้วยค่าตัว 6.8 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม อัลแบร์โต้ ไม่สามารถปรับตัวกับความเร็วของฟุตบอลอังกฤษได้ เขาจะดูเชื่องช้าเมื่ออยู่บนสนาม และมักจะเสียบอลง่ายๆอยู่เป็นประจำ ซึ่งทำให้ “หงส์แดง” ต้องปล่อยเขาให้กับ มายอร์ก้า และเดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า ยืมตัว

 ในปี 2016 อัลแบร์โต้ ย้ายขาดจาก ลิเวอร์พูล ไปเล่นกับ ลาซิโอ ด้วยค่าตัวเพียง 4 ล้านปอนด์เท่านั้น และผลงานของเจ้าตัวกับทัพ “อินทรีฟ้าขาว” แสดงให้เห็นแล้วว่า ร็อดเจอร์ส ไม่ได้พูดเดินจริง

6. ดาร์โก โควาเซวิช (เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์)

Source : Twitter Red Star English

โควาเซวิช เคยได้รับการยกย่องว่า เป็น “เลส เฟอร์ดินานด์ แห่งเซอร์เบีย” ก่อนย้ายจาก เรด สตาร์ เบลเกรด ไปเล่นกับ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ โดย หัวหอกชาวเซิร์บ เปิดตัวกับ “นักเค้าแมว” ได้อย่างสุดยอดด้วยการซัด 2 ประตู ใส่ โบลตัน วันเดอเรอร์ส แต่หลังจากนั้น เขาไม่สามารถยิงประตูได้อีกเลย

ในฤดูกาลเดียวกันนั้น โควาเซวิช ถูกปล่อยตัวให้กับ เรอัล โซเซียดัด ก่อนที่เจ้าตัวจะโชว์กลับมาฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง จนขึ้นแท่นกลายเป็นตำนานของถิ่น เอสตาดิโอ อาโนเอต้า จนถึงทุกวันนี้ 

7. อันเดร ครามาริช (เลสเตอร์)

Source : leicester-city.pl

ผลงาน  2 ประตู จาก 15 เกม มันเป็นฟอร์มที่หน้าผิดหวังอย่างยิ่งของ กองหน้าชาวโครแอต กับ เลสเตอร์ ในฤดูกาล 2015-2016 ก่อนที่เขาจะถูกปล่อยออกจากถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ไปยัง ฮอฟเฟ่นไฮม์ ด้วยสัญญายืมตัวในปีต่อมา

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างเล่นกับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ นั้น ครามาริช โชว์ฟอร์มอย่างกับคนละคนที่เคยอยู่กับ เลสเตอร์ เขากระหน่ำประตูอย่างถล่มทลายด้วยผลงาน 45 ประตู จาก 98 เกม  และกลายเป็นหัวหอกตัวหลักของสโมสร และทัพ “ตราหมากรุก” บ้านเกิดไปเรียบร้อยแล้ว

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง