ย้อนอดีตแข้งโกล์เด้นบอย 10 ปีหลังสุด ปัจจุบันพวกเขาอยู่ไหนกันบ้าง - TheMacho
 267
ย้อนอดีตแข้งโกล์เด้นบอย 10 ปีหลังสุด ปัจจุบันพวกเขาอยู่ไหนกันบ้าง

รางวัล “โกลเด้น บอย” ถือเป็นเกียรติยศส่วนตัวสำหรับนักฟุตบอลดาวรุ่งที่อายุต่ำกว่า 21 ปี ซึ่งมีฝีเท้าที่น่าจับตามอง และประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดของพวกเขาในปีนั้นๆ โดยอดีตแข้งชื่อดังบางคนในวงการลูกหนังต่างก็เคยผ่านการรับรางวัลนี้มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม รางวัล “โกลเด้น บอย” ไม่การันตีว่าคุณจะประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลเสมอไป และหากย้อนกลับไป 10 ปีที่ผ่านมา มันก็น่าสนในว่า ปัจจุบันอดีตดาวรุ่งมากพรสวรรค์เหล่านั้น ปัจจุบันพวกเขาประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว และยังเล่นอยู่ที่ไหนกันบ้าง

Source : dreamteamfc

1. อเล็กซานเดร ปาโต้ (เอซี มิลาน ปี 2009)

มิลาน จ่ายเงิน 13 ล้านปอนด์ ให้กับ อินเตอร์นาซิอองนาล เพื่อคว้าตัว ปาโต้ ไปร่วมทีมเมื่อปี 2007 และดาวยิงชาวบราซิล ก็ไม่ทำให้ต้นสังกัดใหม่ต้องผิดหวัง หลังโชว์ฟอร์มสุดยอดด้วยการซัดไป 9 ประตู จาก 18 เกมแรกในเซเรีย อา

อย่างไรก็ตาม ปีที่พีคสุดของ ปาโต้ คือในฤดูกาล 2010/11 ซึ่งเขาคว้าแชมป์เซเรีย อา และแชมป์ซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย ร่วมกับ มิลาน ได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับฝากผลงาน 7 ปีในถิ่นซาน ซิโร่ ด้วยการซัดไป 63 ประตู จาก 150 เกมรวมทุกรายการ

ตลอดอาชีพของ ปาโต้ นั้น เขาเจอปัญหาอาการบาดเจ็บต้นขาเรื้อรัง และในปี 2013 เขาย้ายจาก มิลาน กลับไปเล่นในบ้านเกิดกับ โครินเธียนส์ ก่อนจะกลายเป็นนักเตะพเนจรตระเวนไปค้าแข้งกับสโมสรต่างๆทั่วโลก อาทิ เชลซี, บียาร์เรอัล, เทียนจิน ฉวนเจี้ยน และปัจจุบันเจ้าตัวเล่นอยู่กับ เซา เปาโล ในลีกแดนแซมบ้า

Source : cloudfront

2. มาริโอ บาโลเตลลี่ (แมนเชสเตอร์ซิตี้ ปี 2010)

ย้อนกลับไปในปี 2010 บาโลเตลลี่ ย้ายมายัง แมนฯซิตี้ ด้วยการถูกยกย่องว่า เป็นนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีคนหนึ่งของวงการฟุตบอลยุโรป แต่ชื่อเสียงเรื่องนิสัยที่แปลกประหลาดของเขานั้น ก็ได้รับการพูดถึงอยู่บ่อยครั้งไม่แพ้กัน

หลังจากซัดให้ อินเตอร์ มิลาน ไป 20 ลูก จาก 54 เกม พร้อมกับมีดีกรีเป็นกองหน้าทีมชาติอิตาลี เขาจึงตัดสินใจย้ายมายังทัพ “เรือใบสีฟ้า” พร้อมกับตั้งใจจะพิสูจน์ให้แฟนลูกหนังแดนผู้ดีเห็นว่า ตัวเองมีฝีเท้ายอดเยี่ยมเพียงใด

อย่างไรก็ตาม บาโลเตลลี่ สร้างเรื่องทันทีหลังได้รับรางวัล “โกลเด้น บอย” เหนือ แจ็ค วิลเชียร์ อดีตดาวรุ่ง ของ อาร์เซนอล โดย ดาวยิงอิตาเลี่ยน ให้สัมภาษณ์ว่า “เขาชื่ออะไรนะ? วิล … ไม่ ผมไม่รู้จักเขา แต่ครั้งต่อไปที่ผมเล่นกับ อาร์เซน่อล ผมจะจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิดละกัน บางทีผมอาจเอารางวัลโกลเด้น บอย ให้เขาดูในสนาม”

หลังย้ายออกจาก แมนฯซิตี้ ในปี 2013 ชีวิตของ บาโลเตลลี่ ก็ขึ้นๆลงๆ เขาย้ายไปเล่นกับ มิลาน, ลิเวอร์พูล, นีซ, โอลิมปิก มาร์กเซย และปัจจุบันเล่นให้กับ เบรสชา ในแดนมะกะโรนีบ้านเกิดของตัวเอง

Source : sport

3. มาริโอ เกิทเซ่ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ปี 2011)

ก่อนจะได้รับรางวัล “โกลเด้น บอย” ในปี 2011 นั้น เกิทเซ่ คว้าแชมป์บุนเดสลีกา ร่วมกับ ดอร์ทมุนด์ มาแล้ว 1 สมัย โดยจอมทัพชาวเยอรมัน ได้รับการยกย่องว่า เป็นดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลเมืองเบียร์

ในปี 2013 เกิทเซ่ ตัดสินใจอำลาทัพ ดอร์ทมุนด์ ไปร่วมทีมคู่อริตลอดกาลอย่าง บาเยิร์น มิวนิค แต่ภายในทัพ “เสือใต้” โอกาสลงสนามของเขานั้นแทบไม่มี รวมถึงมีปัญหาจากอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอดเวลา

ในปี 2016 กองกลาง “อินทรีเหล็ก” กลืนน้ำลายตัวเองด้วยการย้ายจาก บาเยิร์น กลับไปยัง ดอร์ทมุนด์ อีกครั้ง และปัจจุบันเขายังคงค้าแข้งในถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค

Source : proyectoclubes

4. อิสโก้ (มาลาก้า ปี 2012)

บาเลนเซีย อาจพัฒนา และขายนักเตะฝีเท้าดีไปหลายคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่พวกเขาก็ทำพลาดเช่นกัน ในการสูญเสีย อิสโก้ ให้กับ มาลาก้า ปี 2011 ด้วยค่าตัวเพียง 6 ล้านยูโร โดยเพลย์เมคเกอร์ชาวสเปน เซ็นสัญญากับทัพ “ชาวเกาะ” ยาวถึง 5 ปี

ในวัย 19 ปี อิสโก้ โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดให้กับ มาลาก้า ภายใต้การคุมทีมของ มานูเอล เปเยกรีนี่ เทรนเนอร์ชาวชิลี พร้อมพาพลพรรค “ชาวเกาะ” จบซีซั่นด้วยอันดับ 4 และคว้าตั๋วไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

หลังจากค้าแข้งกับ มาลาก้า ได้เพียง 2 ปี เรอัล มาดริด ทุ่มเงิน 30 ล้านยูโร คว้าตัว อิสโก้ ไปร่วมทีม ในปี 2013 และปัจจุบัน กองกลาง “กระทิงดุ” ก็ยังคงเป็นกำหลังหลักให้กับ “ราชันชุดขาว”

Source : talksport.

5. ปอล ป็อกบา (ยูเวนตุส ปี 2013)

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจไม่เต็มใจที่จะตอบสนองความกระหายของ ป็อกบา สำหรับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดแรกของ “ปีศาจแดง” แต่ ยูเวนตุส พร้อมให้สิ่งนั้นกับ มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส

ป็อกบา เลือกอำลา แมนฯยูไนเต็ด ไปเล่นกับ ยูเวนตุส แบบไร้ค่าตัวในปี 2012 พร้อมก้าวมาเป็นกำหลังหลักในแดนกลางของ “เจ้าม้าลาย” ภายใต้การคุมทัพของ อันโตนิโอ คอนเต้ ทันที และในปี 2013 เขาก็ได้รับรางวัล “โกลเด้น บอย” อย่างยิ่งใหญ่

ดาวเตะเฟรนช์แมน ใช้เวลา 4 ปี พิสูจน์ฝีเท้ากับ ยูเวนตุส พร้อมกับคว้าแชมป์มากมาย จึงทำให้ แมนฯยูไนเต็ด ยอมทุ่มเงิน 89 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขากลับไปยังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง และปัจจุบัน ป็อกบา ก็ยังคงเล่นอยู่กับ “ปีศาจแดง”

Source : 365dm

6. ราฮีม สเตอร์ลิง (ลิเวอร์พูล ปี 2014)

อาจเป็นการยิงประตูของ หลุยส์ ซัวเรซ และดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่ผลักดันให้ ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ในปี  2013/14 ภายใต้การนำของ แบรนแดน ร็อดเจอร์ส อย่างไรก็ตาม สเตอร์ลิง ก็เป็นฟันเฟืองสำคัญในแนวรุก “หงส์แดง” ชุดนั้นเช่นเดียวกัน

ภายหลัง ซัวเรซ ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปยัง บาร์เซโลน่า ได้เพียงฤดูกาลเดียว สเตอร์ลิง ก็ตัดสินใจอำลา “หงส์แดง” ไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 49 ล้านปอนด์

ในปัจจุบัน สเตอร์ลิง ยังเล่นอยู่กับ แมนฯซิตี้ และกลายเป็นผู้นำในแนวรุกของ “เรือใบสีฟ้า” ภายใต้การคุมทัพของ เปป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปน อย่างเต็มตัว

Source : 365dm

7. อองโตนี่ มาซิยัล (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 2015)

        หัวหอกชาวฝรั่งเศส ได้เล่นไป 14 นัด ให้กับ โมนาโก ในศึกลีก เอิง ปี 2014 และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการทุ่มเงิน 26 ล้านปอนด์ เพื่อนำ มาซิยัล ในวัยเพียง 19 ปี ไปเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก

เสียงวิจารณ์เงียบหายไปทันที หลังจากที่ มาซิยัล ยิงประตูในนัดเปิดตัวของเขาให้กับ แมนฯยูไนเต็ด ด้วยการซัดใส่คู่อริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล และในอีก 8 วันต่อมา ดาวยิง “ตราไก่” ก็ซัดประตูใส่ เซาแธมป์ตัน ได้อีก ก่อนจะคว้ารางวัล “โกลเด้น บอย” ในเดือนธันวาคม ปี 2015

ปัจจุบัน มาซิยัล ยังคงเป็นผู้เล่นของ แมนฯยูไนเต็ด และในยุคของ โอเล่ กุนาร์ โซลชา โค้ชชาวนอร์เวย์ เขามักจะถูกจับไปเล่นเป็นตัวรุกริมเส้นมากกว่าเป็นกองหน้าตามที่ตัวเองถนัด

Source : dinheirovivo

8. เรนาโต้ ซานเชส (เบฟิก้า ปี 2016)

มิดฟิลด์ชาวโปรตุเกส คว้ารางวัล “โกลเด้น บอย” กับ เบนฟิก้า ในปี 2016 หลังจากที่เขาเป็นกำลังหลักในแดนกลางพาพลพรรค “เหยี่ยวลิสบอน” เข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปีนั้นได้สำเร็จ

บาเยิร์น มิวนิค ไม่รีรอที่จะทุ่มเงิน 35 ล้านยูโร คว้าตัว ซานเชส ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นนักเตะดาวรุ่งมากพรสวรรค์ ไปเสริมทัพทันที อย่างไรก็ตาม ปีแรกกับ “เสือใต้” นั้น เขาทำผลงานได้น่าผิดหวังอย่างสิ้นเชิง

ในปีต่อมาซานเชส ถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นกับ สวอนซี แต่เขาก็ยังทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจ ก่อนจะต้องกลับมาเป็นตัวสำรองในทีม บาเยิร์น อีกครั้ง และในซัมเมอร์ที่ผ่านมา ดาวเตะ “ฝอยทอง” ถูกขายขาดให้กับ ลีลล์ ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร

Source : cachefly

9. คิเลียน เอ็มบับเป้ (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ปี 2017)

ในปี 2017 เอ็มบับเป้ กลายเป็นผู้เล่นที่มีราคาแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอล หลังย้ายจาก โมนาโก ไปยัง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 180 ล้านยูโร

ในซีซั่น 2016/17 ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส ซัดให้กับ เปแอสเช ไปถึง 26 ประตู จาก 44 แมตช์ ซึ่งรวมถึงประตูสำคัญในกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย

ปัจจุบัน เอ็มบับเป้ ยังคงเป็นหนึ่งในแนวรุกคนสำคัญของ เปแอสเช ร่วมกับ เนย์มาร์ ดาวยิงชาวบราซิล และเอดิสัน คาวานี่ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย

Source : 365dm

10. มัทไธส์ เดอ ลิกต์ (อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ปี 2018)

ไม่ต้องคำถามใดๆกับ “โกลเด้น บอย” คนล่าสุดอย่าง เดอ ลิกต์ หลังจากที่เขาเป็นกำลังสำคัญพา อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม คว้าแชมป์เอริวิซี่ ลีก และเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่นทีผ่านมา

ยูเวนตุส ตัดสินใจยอมทุ่มเงิน 75 ล้านยูโร ตัดหน้าบรรดาทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บาเยิร์น, มิวนิค, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แมนฯซิตี้, แมนฯยูไนเต็ด และ บาร์เซโลน่า คว้าตัว กองหลังชาวดัตช์ ไปเสริมแนวรับ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ปัจจุบัน เดอ ลิกต์ กำลังอยู่ระหว่างปรับตัวกับ ยูเวนตุส และเชื่อว่า อีกไม่นานเขาจะเป็นผู้บัญชาการแนวรับของพลพรรค “เจ้าม้าลาย” ได้อย่างแน่นอน

ภาพประกอบ : dreamteamfc.com, football365.com, sport.co.uk, malagacf.com, talksport.com, skysports.com, dinheirovivo.pt, givemesport.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง