มิตรรัก นักแฟนตาซี : EP 2 ใจเย็นไอ้น้อง พึ่งผ่านไปวีคเดียว! - The Macho
 
มิตรรัก นักแฟนตาซี : EP 2 ใจเย็นไอ้น้อง พึ่งผ่านไปวีคเดียว!

ผ่าน Gameweek แรกไปเรียบร้อย กับ “Fantasy Premier League” ของซีซั่น 2019/20 ซึ่งดุเดือด ไม่แพ้เกมการแข่งขันจริง ของลีกสูงสุดของเมืองผู้ดี ที่ 10 เกมแรก ยิงกันไประเบิดรวม 27 ประตู

ผลงานแฟนตาซีใครไม่เข้าเป้า มันก็จะเหนื่อยๆ หน่อย แบบ “แฟรงค์ แลมพาร์ด” น่ะแหละ

ผลคะแนนของแฟนตาซี ที่ออกมาใน Gameweek แรก แน่นอนว่ามีทั้งสมหวัง และผิดหวัง หลายคนที่พลั้งพลาดไป อาจจะคิดว่าแค่วีคเดียว ก็ตามเพื่อนไกลลิบซะแล้ว แต่หากลองคิดในมุมกลับกัน ฟุตบอลยังต้องเตะ 90 นาที บอลทั้งฤดูกาลเล่นกัน 38 Gameweek ดังนั้น เหลือหนทางอีกยาวไกล อย่าพึ่งท้อกัน

ก่อนจะพูดเรื่องท้อ หรือไม่ท้อกัน อย่าลืมว่าฤดูกาลเริ่มไปแล้ว โปรแกรมมันไม่รอให้เราท้อหรอก ดังนั้น เราไปดูกันดีกว่า ว่า “Gameweek 2” มีอะไรทีเด็ด ให้วิเคราะห์ ให้แนะนำกันมั่ง

สรุปผลประกอบการ

ทีม “RhianBrewster24” ของผม เก็บไป 69 คะแนน ในวีคแรก

คะแนน Gameweek 1 : 69 คะแนน
คะแนนรวม : 69 คะแนน

อันดับรวม : 2,258,878
อันดับชาวไทย : 16,532
อันดับ The.Macho League : 427

อย่างที่เกริ่นไปวีคที่แล้ว ว่าเราจะมีจัดทีมให้ดู และสรุปผลให้มันรู้ดำรู้ดีไปเลย ว่าจะหมู่หรือจ่า ซึ่ง Gameweek 1 ผ่านไป ก็อย่างที่คุณเห็น ทีม “RhianBrewster24” ของผม ถือว่าทำได้กลางไปหน่อย คือได้ 69 คะแนน จากคะแนนเฉลี่ย 65 คะแนน อยู่อันดับ 427 ของ The.Macho League ของเรา

พลาดเลือก “ราฮีม สเตอร์ลิ่ง” ทำเอาเสียคะแนนไปไม่น้อย

สิ่งสำคัญอย่างแรกคือกัปตันทีมของผมเข้าเป้า “โม ซาล่าห์” เก็บได้ 12 คะแนน คูณ 2 ก็เป็น 24 คะแนน แต่ก็พลาดตัวแรงๆ อย่าง “ราฮีม สเตอร์ลิ่ง” หรือ “แฮร์รี่ เคน” ที่ตอนแรกก็มีไอเดียจะเลือก

ในแดนรับ ได้คะแนนมาโอเคจากคลีนชีตของ “นิค โป๊บ” (เลือกแทนเทรเวอร์ เพราะคิดว่าน่าจะลงชัวร์กว่า – บอร์นมัธ ก็ไม่เลือกเทรเวอร์ซะด้วย),​ “ลูก้า ดีญ” และ “โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้” พลาดหน่อยตรงโรเบิร์ตสัน และอดัม สมิธ ที่ไปเสียประตูในครึ่งหลัง

หลังเจ็บไปเกือบทั้งซีซั่น “นิค โป๊บ” กลับมายึดมือ 1 ของเบิร์นลี่ย์ อีกครั้ง

แดนกลาง และแดนหน้า เงียบไปหน่อย “คัลลั่ม วิลสัน” กับ “โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่” ทำได้แค่ 1 แอสซิสต์ จากโอกาสจบสกอร์ที่น่าได้ซัก 1 เม็ด ส่วนโจต้า กับอโยเซ่ ไม่เข้าเป้า

Gameweek 2
วิเคราะห์ทีเด็ด

ผู้รักษาประตู

จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน / 5.5 ล้านปอนด์)

หลังจากวีคที่แล้ว ตัดสินใจไม่เลือกโกล์ของแพงสุด และเลือกพิคฟอร์ด เพราะโปรแกรมของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” 6 นัดแรกค่อนข้างราบรื่น และนายทวารทีมชาติอังกฤษ ก็เก็บคลีนชีต และโบนัส 1 แต้มได้สำเร็จ ทำให้ Gameweek 2 ยังอยากจะแนะนำพิคฟอร์ดต่อไป

วีคนี้ เอฟเวอร์ตันจะเปิดบ้านเล่นกับวัตฟอร์ด ซึ่งนัดแรกออกทรงไม่ดี สองนัดถัดไป คือการเยือนวิลล่า ซึ่งทอฟฟี่น่าจะสู้ได้ไม่ลำบาก ก่อนกลับมาเล่นในบ้านเจอกับวูล์ฟ ซึ่งแม้จะหนักหน่อย แต่ก็พอจะฝากความหวัง ลุ้นคลีนชีตได้ยาวๆ อยู่

แมตต์ ไรอัน (ไบรท์ตัน / 4.5 ล้านปอนด์)

แม้ก่อนซีซั่นเริ่ม เราจะไม่ค่อยเชื่อใจ “เจ้านกนางนวล”​ ไบรท์ตัน เท่าไหร่ แต่นัดแรก พวกเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม เมื่อบุกไปสอยวัตฟอร์ดคาบ้าน 3-0 โดยไรอัน เก็บ 1 แต้มจาก 3 เซฟ พร้อมกับโบนัส อีก 2 แต้ม เรียกว่าฝีไม้ลายมือของมือกาวทีมชาติออสเตรเลีย ยังคงฝากผีฝากไข้ได้

จุดเด่นของไบรท์ตันคือเรื่องของโปรแกรม เพราะพวกเขาจะได้เล่นในบ้าน 2 นัดติด กับคู่แข่งที่พอสูสีอย่าง เวสต์แฮม และเซาธ์แธมป์ตัน ก่อนจะออกไปเจอของหนัก เยือนแมนฯ ซิตี้ และกลับมาเจอเบิร์นลี่ย์​ และนิวคาสเซิล ซึ่งน่าจะพอลุ้นได้

กองหลัง

คริส เมแฟ่ม (บอร์นมัธ / 4.5 ล้านปอนด์)

กองหลังทีมชาติเวลส์ ย้ายมาร่วมทีมบอร์นมัธ ตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว และค่อยๆ เริ่มยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมได้ ยิ่งกับการที่​ “เอ๊ดดี้ ฮาว” ดูจะชื่นชอบการเล่นเซ็นเตอร์ 3 ตัว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้เมแฟ่ม ได้ลงสนามมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

ในนัดแรกเมแฟ่ม เล่นได้โอเคเลย แถมยังยิงประตูขึ้นนำให้ทีม น่าเสียดายที่มาเสียประตูในช่วงท้าย ไม่งั้นถ้าบวกคลีนชีตเข้าไปอีก แต้มทะลุแน่นอน

โปรแกรมของบอร์นมัธ ถือว่าคุ้มค่ากับการเลือก เพราะจนถึงนัดที่ 7 บอร์นมัธมีเจอทีมใหญ่แค่นัดเดียว คือการเล่นในบ้านเจอกับแมนฯ ซิตี้ ใน Gameweek 3

เยอร์รี่ มิน่า (เอฟเวอร์ตัน / 5.5 ล้านปอนด์)

ก่อนฤดูกาลจะเริ่ม มันก็น่าเป็นห่วงที่เอฟเวอร์ตัน เสีย “เคิร์ท ซูม่า” ไป (แต่เอ่อ.. อย่าดูฟอร์มซูม่า นัดเจอแมนฯ ยู นะ..) แต่ไม่เสริมใครเข้ามาเลย แต่พอผ่านเกมนัดแรกมา ก็เริ่มเข้าใจได้ ว่า “มาร์โก้ ซิลวา” น่าจะมั่นใจในเยอร์รี่ มิน่า ซึ่งปีที่แล้วเจ็บบ่อยไปนิดนึง

มิน่า เก็บคลีนชีตได้ในนัดแรก พร้อมโบนัส 3 คะแนน และต้องอย่าลืมว่าเขาเป็นเซ็นเตอร์ ที่เติมขึ้นมาลุ้นพังประตูจากลูกเซ็ตพีซได้ดี โปรแกรมที่ไม่หนักมากของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” น่าจะทำให้เขาน่าเลือกขึ้นมาไม่น้อย

อารอน วาน-บิสซาก้า (แมนฯ ยู / 5.5 ล้านปอนด์)

นอกเหนือจาก “แฮร์รี่ มาไกวร์” จะประเดิมสนามได้แข็งแกร่งแล้ว วาน-บิสซาก้า ก็สามารถเรียกเสียงชื่นชมมากมายจากเหล่า “เร้ด อาร์มี่” ได้เช่นกัน โดยจุดเด่นของเขาคือเกมรับ และการเข้าใจจังหวะการเข้าสกัดที่เกินวัย ไม่แปลกที่เขาจะยึดตัวจริงกับทีมยาวๆ

โปรแกรมของยูไนเต็ดเองในช่วงต้นฤดูกาล ถือว่าไม่หนักจนเกินไป หากแผงรับทั้ง 4 ยังคงเล่นได้ดี และ “ดาวิด เด เกอา” ยังรักษามาตรฐานของตัวเองเอาไว้ คลีนชีตน่าจะมีให้ลุ้นกันหลายนัด

กองกลาง

อองโตนี่ มาร์ซิยาล (แมนฯ ยู / 7.6 ล้านปอนด์)

ซีซั่นที่แล้ว “น้องหมาก” มาร์ซิยาล อาจจะโชว์ฟอร์มได้ไม่สม่ำเสมอเท่าไหร่ แต่กับรูปแบบการเล่นซีซั่นนี้ ที่เขาถูกจับไปยืนใกล้ปากประตู เป็นกองหน้าตัวกลางมากขึ้น ทำให้เขามีลุ้นจบสกอร์ โดยใช้เรื่องของเซ้นส์บอล ซึ่งเจ้าตัวมีเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว

แม้โปรแกรมนัดที่ 2 “ปีศาจแดง”​ ต้องเจอของแข็ง ออกไปเยือนวูล์ฟ แต่โปรแกรมหลังจากนั้นจนถึง นัดที่ 6 ถือว่าราบรื่นดี โอกาสที่แนวรุกที่กำลังมั่นใจ จะผลิตสกอร์เพิ่ม น่าจะมีไม่น้อย

จอห์น แม็คกินน์ (แอสตัน วิลล่า / 5.5 ล้านปอนด์)

มิดฟิลด์ทีมชาติสก็อตแลนด์ ทำผลงานในนัดแพ้สเปอร์ ได้น่าประทับใจ นอกจากจะวิ่งเป็นม้าแล้ว ยังมีจังหวะตะลุยสอดขึ้นไปทำประตูได้อีกด้วย แม้การเลือกแม็คกินน์ จะทำให้เสี่ยงต่อการโดนใบเหลืองก็ตาม

โปรแกรมนัดถัดๆ ไปของ “สิงห์ผงาด” ถือว่าน่ารักน่าลุ้น ตั้งแต่นัดที่ 2-9 มีเจอ Top 6 แค่นัดเดียว คือการไปเยือนอาร์เซน่อล ทำให้แดนกลางของวิลล่า ทั้งแม็คกินน์, “อันวาร์ เอล กาห์ซี่” หรือ “แจ็ค กรีลิช” น่าสนใจ เพราะราคาไม่แพงจนเกินไป

กองหน้า

ตีมู ปุ๊คกี (นอริช / 6.5 ล้านปอนด์)

ดาวซัลโวศึกแชมป์เปียนชิพ ซีซั่นที่แล้ว พิสูจน์ตัวเองในนัดแรก ที่ไปเยือนลิเวอร์พูล ว่าเขาเป็นศูนย์หน้าตัวความหวังของทีม ซึ่งสามารถก่อกวน และหาจังหวะจบสกอร์ได้เรื่อยๆ เป็นกองหน้าที่ทีมเล็ก ควรจะมีไว้ ในการเล่นเกมสวนกลับ และหาจังหวะจบแบบทีเดียวน็อค

นัดที่ 2 “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” จะกลับไปเล่นในบ้าน เจอกับนิวคาสเซิล ซึ่งมีช่องว่างในแนวรับอยู่ ปุ๊คกีจึงน่าเลือกอยู่ไม่น้อย ส่วนโปรแกรมหลังจากนั้น ที่เจอทีมใหญ่ ก็มักเป็นการเจอในบ้าน ซึ่งอาจจะพอลุ้นให้เขาพังประตูเพิ่มเติมได้อีก

มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนฯ ยู / 8.6 ล้านปอนด์)

กลับมาเล่นได้อย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง สำหรับกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ซึ่งถ่างออกมาเล่นด้านข้างสลับกับมาร์กซิยาลได้ดี นอกจากนั้น เขายังกลายเป็นผู้รับหน้าที่สังหารจุดโทษ แทนที่ “พอล ป็อกบา” เพิ่มโอกาสในการทำประตู ขึ้นไปอีกหน่อย

อย่างที่บอกไป โปรแกรมของ “ปีศาจแดง” ไม่ถึงกับหนักมากนัก และหากลูกทีมของ “โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์”​ เล่นด้วยความมั่นใจ และใช้จังหวะไม่เปลืองในการลุ้นประตู แรชฟอร์ด ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ในราคาที่โอเคเลย

จัดทีม วัดใจ

ก่อนจะไปโชว์ว่าผมจะปรับเปลี่ยนทีมยังไง ขอให้ทริกเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนตัว เพราะเชื่อว่าใครที่ Gameweek 1 แต้มไม่เข้าเป้า คงกำลังหัวร้อน อยากเปลี่ยนทีมอย่างบ้าคลั่ง

เหล่ากุนซือครับ สูดหายใจลึกๆ และคิดให้ดีก่อน อย่าพึ่งหัวร้อน เปลี่ยนตัวมั่ว
  1. อย่างที่บอกไป ยังเหลืออีก 37 Gameweek ให้เล่นกัน ดังนั้นคำนวณการยืนระยะให้ดี หากจะใช้ “Chips” หรือ “ตัวช่วย” ก็คิดให้ดีว่าใช้ตอนนี้เลย จะคุ้มกว่ารอใช้ในช่วงอื่นหรือไม่
  2. ย้ำอีกทีให้มองการณ์ไกลนิดนึง ลองเช็คโปรแกรมข้างหน้าของนักเตะที่จะเปลียนเข้ามาดู ว่ามันใช้ได้ในระยะยาวแค่ไหน
  3. หากไม่ใช้ตัวช่วย แต่อยากเปลี่ยนมากกว่า 1 ตัว เปลี่ยนได้ แต่ก็จะต้องแลกกับการเสียแต้ม -4 คะแนน ต่อการเปลี่ยนเกิน 1 ตัว ดังนั้น คำนวณให้ดีว่ามันคุ้มค่ากับที่เสียไปมั้ย ตัวไหนยังพอรอได้ อาจจะเก็บไว้เปลี่ยนวีคหน้า เพื่อประหยัดแต้มที่สูญเสียไป
  4. ลองจัดทีมกับนักเตะที่มี ก่อนจะเปลี่ยนตัว เราจะเห็นหนทางมากขึ้น ว่าตัวไหนโอเค ตัวไหนอยากเปลี่ยน
  5. เล็งดูให้ดีเรื่องของการโรเตชั่น หรือใครตัวจริง ตัวสำรอง อย่างทีมใหญ่ การหมุนเวียนนักเตะอาจจะเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กับทีมเล็ก โอกาสโรเตชั่น ก็อาจจะน้อยลงไป เพราะตัวเลือกไม่เยอะ

โอเค ทริกสั้นๆ 5 ข้อให้ลองไปคิดกันดูนะครับ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนตัวในแต่ละครั้ง ผมเองก็ต้องคิดเช่นกัน และอยากจะแชร์การปรับเปลี่ยนตัว ซึ่งใน EP นี้ จะอธิบายลงรายละเอียดหน่อย เพราะเป็น Gameweek แรกๆ อยู่

หมายเหตุ : ผมทดลองเปลี่ยนตัวในคืนวันพุธ เพื่อลงบทความในวันพฤหัสฯ ดังนั้น อาจจะมีการเปลี่ยนใจ เนื่องจากอาการบาดเจ็บ หรือเห็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า ก่อนเดดไลน์ (เสาร์ 17 ส.ค. เวลา 17.30 น.)

ก่อนจะเปลี่ยนตัว ลองจัดทีมจากนักเตะที่มีดูก่อน เพื่อมองเห็นสภาพทีม

อย่างที่บอก ผมลองเอาทีมที่มี (ยังไม่ได้เปลี่ยนตัว) มาจัดทีมดูก่อน ว่ามีจุดไหนโอเค จุดไหนไม่โอเค พวกตัวจากทีมใหญ่ยังพอไปได้ แต่ทีมระดับกลางจนถึงเล็ก เจอกับทีมใหญ่เยอะไปนิดนึง ถือเป็นจุดเสี่ยงที่จะไม่ทำคะแนน

ทีนี้ก็วิเคราะห์กันต่อ ว่าตัวไหนเราจะเก็บไว้กับทีมได้ต่อ อย่าง พิคฟอร์ด, ดีญ, ซินเชนโก้, โรเบิร์ตสัน, เด บรอยน์, ซาล่าห์, ฟิร์มิโน่ หรือตัวที่ยังไม่ควรเปลี่ยนตอนนี้ อย่าง อดัม สมิธ ที่โปรแกรมโดยรวมยังดี เช่นเดียวกับ คัลลัม วิลสัน และ โป๊บ ส่วนเดนด็องเกอร์ และ โลว์ตัน ก็เป็นพวกราคาไม่แพง คงยังไม่รีบเปลี่ยน เพราะหาตัวมาแทนในราคาประมาณนี้ แล้วให้ผลทันทียาก

“อโยเซ่ เปเรซ” ยังไม่ค่อยเข้าตาเท่าไหร่ อาจจะต้องพิจารณาเปลี่ยนออก

ทีนี้ ตัวที่อาจจะพิจารณาเปลี่ยน ก็คงเป็นนักเตะอย่าง ชาก้า (5.5 ล้านปอนด์), โจต้า (6.5) หรือ เปเรซ (6.5) หรือถ้าคิดการใหญ่กว่านั้น คือเปลี่ยนตัวราคาสูง เพื่อเอาตัวที่จะส่งผลกับทีมทันทีเข้ามา เช่น การเปลี่ยน ฟิร์มิโน่ (9.5) หรือ เด บรอยน์ (9.5) ที่อาจจะยังไม่ใช่ตัวทำแต้มเป็นกอบเป็นกำ ของลิเวอร์พูล และแมนฯ ซิตี้

ทางเลือกเปลี่ยนตัวราคาราว 5.5 – 6.5 ล้านปอนด์ อาจจะเป็น เอาชาก้า (5.5) หรือเปเรซ (6.5) ที่โปรแกรมเริ่มหนักออก แล้วใส่แม็คกินน์ ในราคา 5.5 ล้านปอนด์ ลงมาแทน หรือถ้าจะเอาโจต้า (6.5) ในแดนหน้าออก แล้วใส่ ปุ๊คกี (6.5) แทน หรือจะเป็น แอชลี่ย์ บาร์นส์ (6.5) ของเบิร์นลี่ย์ ที่นัดแรกยิงไป 2 เม็ด ก็ได้

ถอดอโยเซ่ ออก แล้วใส่ “แม็คกินน์” ลงไป จะทำให้งบเหลือ 1 ล้านปอนด์

อีกทางเลือก คือลองมองหาการเปลี่ยนที่น่าจะส่งผลต่อทีมมากขึ้นหน่อย ก็อย่าง ถอดเด บรอยน์ (9.5) ออก แล้วใส่มาร์ซิยาล (7.6) ที่ถูกกว่าเกือบ 2 ล้านปอนด์ เพื่อเอางบไปเติมตรงอื่น หรือเอาฟิร์มิโน่ (9.5) ออก แล้วจัดแรชฟอร์ด (8.6) ลงมาแทน หรือจะโหดแบบวัดใจ คือคิดว่าซาล่าห์ (12.5) อาจจะยิงไม่เยอะมาก ก็ถอดออก แล้วใส่สเตอร์ลิ่ง (12.1) หรือมาเน่ (11.5) เข้ามาแทน

อาจจะเปลี่ยน “แรชฟอร์ด”​ ที่ฮ็อตกว่า เข้ามาแทนฟิร์มิโน่

หรือถ้าคิดว่ามันคุ้ม อาจจะมองถึงการเปลี่ยน 2 ตัว (คือยอมเสีย -4 แต้ม) เพื่อหมุนเอานักเตะที่อยากได้เข้ามา เช่น ถอดฟิร์มิโน่ และเด บรอยน์ ออก เพื่อให้ได้งบรวม 19 ล้านปอนด์ แล้วไปถอยสเตอร์ลิ่ง (12.1) มายืนกับซาล่าห์ไปเลย ส่วนแดนหน้าที่งบเหลือ 6.9 ล้านปอนด์ ก็อาจจะเลือกปุ๊คกี (6.5) หรือแอชลี่ย์ บาร์นส์ (6.5) มาแทน

เปลี่ยน 2 ตัว เสีย -4 คะแนน แต่สามารถเสริม “สเตอร์ลิ่ง” ที่ร้อนแรง เข้ามาได้

แนวทางที่เป็นไปได้โดยรวม ก็น่าจะครอบคลุมตามนี้ ซึ่งพอผมคิดทบทวนดูแล้ว ก็ตัดสินใจว่า ทางที่ดีที่สุดน่าจะเป็นแบบนี้

ตัดสินใจเลือก “สเตอร์ลิ่ง” เข้ามา เพราะไม่อยากเสียดายอีก ถ้าเขาฮ็อตขึ้นมา

เป็นการตัดสินใจซื้อความฮ็อตของ “ราฮีม สเตอร์ลิ่ง” ดู โดยยอมถอดเด บรอยน์ และฟิร์มิโน่ ออกไป และใส่ปุ๊คกี กองหน้าที่น่าจะมีโอกาสจบสกอร์ในทุกนัด ลงมาลุ้นแทน

อย่างที่บอกครับ ว่าการตัดสินใจนี้อาจจะยังไม่ไฟน่อล เพราะผมเขียนบทความนี้ในคืนวันพุธ ใครอยากจะติดตามทีมที่ผมตัดสินใจเปลี่ยน และการจัดตัว ในท้ายที่สุด ติดตามได้ในกลุ่มเฟซบุ๊ค “FANTASY PREMIER LEAGUE / THE MACHO LEAGUE” เปิดไว้แล้ว ค้นหาได้เลย หรือ >> คลิกที่นี่ <<

The.Macho League

หลังได้รับการตอบรับ เข้าร่วมจอยลีกอย่างล้นหลาม น่าจะไม่ต่ำกว่า 700-800 ทีม Gameweek 1 ก็ผ่านไปอย่างเข้มข้น โดยทีม “SorEn_” โชว์ความโหด ขึ้นนำด้วยคะแนน 120 คะแนน จากการใส่สเตอร์ลิ่ง เป็น “Triple Captain”

ใจคอพี่แกโหดไป๊ ใส่ “Triple Captain” ราฮีม สเตอร์ลิ่ง รับไปเน้นๆ 60 แต้ม

อันดับรองลงมา ยังตามมาไม่ห่างนัก โดย Top 10 ห่างจากจ่าฝูงไม่เกิน 10 คะแนน แบบนี้ลุ้นกันยาวๆ แน่นอน

Top 10 หลังจบ Gameweek 1 ของ “The.Macho League”

ใครอยากจะเข้าร่วมจอยลีก “The.Macho League” ยังทัน โดยกรอกโค้ด >> t0rphf ใน Private League ได้เลย มีลุ้นเสื้อฟุตบอลของแท้ กันทุกเดือน อ่านรายละเอียดรางวัล >> คลิกที่นี่ <<

อยากจะคุยกันแบบใกล้ชิดขึ้น และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเหล่ากุนซือแฟนซี ไปเจอกันได้ที่ กลุ่มเฟซบุ๊ค “FANTASY PREMIER LEAGUE / THE MACHO LEAGUE” หรือ >> คลิกที่นี่ <<

ย้ำอีกที ว่าเดดไลน์ Gameweek 2 คือ เสาร์ที่ 17 ส.ค. นี้ เวลา 17.30 น. คิด วิเคราะห์ให้ดี ตัดสินใจให้เด็ดขาด แล้วเปลี่ยนตัวที่ใช่เข้าสู่ทีม หวังว่าจะเป็นวีคของคุณ ขอให้โชคดี เจอกันสัปดาห์หน้า!

Picture : Fantasy Premier League, The National, Goal.com, Sports Illustrated, Premier League, ESPN, Fox Sports, OddsChanger, Mancheter Evening News, Vbet News

rocketseer

ทำงาน Sports content | บ้าบอล-เป็น The KOP | (เคย)บ้าดูหนัง-(เคย)ทำเพจหนัง | อยู่บ้านนาน ก็ชักเป็นบ้า!

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save